ครม.ถกลับกรอบจีบีซี 4+1 เขมรนิ่งไทยเมินเซ็น23ต.ค. นายกฯจับมือทูตมะกันปราบสแกมเมอร์
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายรอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ต่อการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาในการประชุม GBC และ JBC โดยไทยยืนยันความชัดเจนตามจุดยืน 4 ข้อที่ได้เสนอกัมพูชา พร้อมย้ำให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการด้วยความจริงใจ เพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างจริงจัง เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯยังได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลเครือข่ายสแกมเมอร์กับสหรัฐฯ เพื่อให้ปราบปรามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ทั้งนี้ ได้มีการนัดหมายกันว่าช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน จะมีคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ เดินทางมาหารือเรื่องสแกมเมอร์กับนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพิจารณาวาระลับ โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสนอกรอบการประชุมจำนวน 5 ข้อ ที่จะนำไปประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) สมัยพิเศษ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 23 ต.ค.นี้
ประกอบด้วย 1.ประเด็นการถอนอาวุธหนัก 2.ประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด 3.ประเด็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Scam) 4.การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน และข้อ 5 ซึ่งเพิ่มเติมเข้ามาคือ หากไม่เป็นไปตาม 4 ข้อ ไทยขอไม่ลงนามในการประชุมจีบีซีครั้งนี้ โดยที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบกรอบดังกล่าว ส่วนประเด็นเชลยศึกที่ทางกัมพูชายื่นเงื่อนไขในเอกสาร ว่าด้วยความตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา-ไทยนั้น ไทยมีเงื่อนไขว่ากัมพูชาต้องทำ 4 ข้อข้างต้นก่อน หากไม่ทำจะไม่มีการส่งตัวเชลยศึกกลับ

