รัฐสภาโลก โหวตหนุนท่วมท้น 850:200 รับร่างข้อเสนอของไทย-พันธมิตร ปราบสแกมเมอร์-อาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ เป็นวาระเร่งด่วน เผยผู้แทนรัฐสภากัมพูชาไม่ร่วมประชุม-ไม่ร่วมโหวต
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่นของนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 ได้พิจารณาและลงมติให้บรรจุ ร่างข้อมติว่าด้วยอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เสนอโดย ผู้แทนรัฐสภาไทยและชาติพันธมิตร เป็น “วาระเร่งด่วน” ในระเบียบวาระการประชุมใหญ่ของ IPU
เนื่องจากชาติสมาชิกเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดขึ้น และส่งผลกระทบด้านต่างๆ ในวงกว้าง จึงต้องการให้รัฐสภาทั่วโลกรับทราบและแสดงบทบาทร่วมกันในการจัดการปัญหาภายใต้กรอบนิติบัญญัติ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 850 เสียง ไม่เห็นด้วย 200 หรือเสียงสนับสนุนท่วมท้นเกิน 2 ใน 3 ของที่ประชุม IPU

สำหรับการประชุม IPU ปีนี้ มีชาติสมาชิกเสนอ “ร่างข้อมติ” หรือ item proposed จำนวน 2 หัวข้อ ประกอบด้วย
1.เรียกร้องระดับโลกให้รัฐสภาแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและประสานงานการดำเนินการเกี่ยวกับมาดากัสการ์ เสนอโดยประเทศแอฟริกาใต้ ในนามของกลุ่มแอฟริกา
มีสาระสำคัญคือ การเรียกร้องให้รัฐสภาทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อจัดการกับสถานการณ์เร่งด่วนในประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งเพิ่งเกิดการรัฐประหาร หลังจากเกิดการประท้วงของคนหนุ่มสาว หรือ Gen Z จึงเกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรม ความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือความจำเป็นในการสนับสนุนประชาธิปไตย
2.การดำเนินการของรัฐสภาเพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอโดยรัฐสภาไทย, อาร์เจนตินา, ชิลี, โปแลนด์ และสวีเดน ด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มละตินอเมริกาและแคริบเบียน และกลุ่มทเวลฟ์พลัส
โดยมีสาระสำคัญมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของรัฐสภาต่อภัยคุกคามสมัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่ซับซ้อนและข้ามพรมแดน ได้แก่ อาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ (Transnational organized crime), อาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime) และภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid threats)
ผลการลงคะแนนของชาติสมาชิก สรุปว่า ร่างข้อมติเกี่ยวกับมาดากัสการ์ ได้คะแนนเห็นด้วย 743 เสียง ไม่เห็นด้วย 158 เสียง ขณะที่ร่างข้อมติของไทย เกี่ยวกับอาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมไซเบอร์ ได้คะแนนเห็นด้วย 850 เสียง ไม่เห็นด้วย 200

โดยจำนวนเสียงสองในสาม คือ 601 เสียง ทำให้ร่างข้อมติที่เสนอโดยประเทศไทยและพันธมิตร ได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” ของ IPU ในปีนี้
อย่างไรก็ดี เบื้องหลังความสำเร็จ นอกจากเป็นความพยายามของคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว. นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาแล้ว ยังมี “ทีมไทยแลนด์” ที่ทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะการขอเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิกทุกกลุ่มภูมิภาค และมีการเจรจาเพื่อปรับเนื้อหา ตลอดจนถ้อยคำต่างๆ ทำให้หัวข้อเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยขยายขอบเขตเนื้อหาจากเดิมที่มุ่งเน้นเฉพาะการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน หรือ “สแกมเมอร์” เท่านั้น ให้ขยายครอบคลุมเรื่องของอาชญากรรมองค์กรที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยและความมั่นคงด้วย
เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้แทนจากรัฐสภากัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมประชุม และไม่ยอมร่วมโหวตในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้เสนอร่างข้อมติของไทยและชาติพันธมิตร พร้อมอธิบายเหตุผลต่อที่ประชุมใหญ่ IPU คือ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ระบุตอนหนึ่งว่า ร่างข้อมตินี้ครอบคลุมถึงอาชญากรรมองค์กร อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับการสังหารวุฒิสมาชิกโคลอมเบีย และยังรวมถึงอาชญากรรมดิจิทัล การฉ้อโกงทางการเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน

นายรังสิมันต์กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของศูนย์หลอกลวงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้มีผู้คนถูกหลอกลวงนับแสน มีคนถูกกักขัง ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก่อความเสียหายในรูปของตัวเงินมากกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
“ถ้าเรานิ่งเฉย องค์กรอาชญากรรมนี้จะขยายตัวต่อไป ขอให้เราสร้างความร่วมมือที่ราบรื่นร่วมกัน” นายรังสิมันต์กล่าว
หลังการนำเสนอของนายรังสิมันต์ ปรากฏว่าได้รับเสียงปรบมือจากที่ประชุมไม่น้อยกว่าข้อเสนอแรก
อย่างไรก็ดี มีผู้คัดค้านการเสนอร่างข้อมติของไทย ซึ่งเป็นผู้แทนจากรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า ตนไม่เชื่อว่ามาตรการหรือข้อเสนอฉบับนี้สอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมที่เขียนไว้ชัดว่าต้องเป็นสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เท่านั้น

นอกจากนั้น สมาชิกเพิ่งได้รับข้อเสนอในวันนี้เพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงก่อนการประชุม ทั้งๆ ที่ควรเสนอก่อน 48 ชั่วโมงตามที่เคยมีข้อตกลงร่วมกันไว้ ขอย้ำว่าเป็นการคัดค้านเรื่องขั้นตอนมากกว่าเนื้อหา
จากนั้นประธานในที่ประชุมได้ชี้แจงว่า เรื่องที่รัสเซียทักท้วง ตามข้อบังคับกำหนดให้คณะกรรมการบริหาร IPU เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งคณะกรรมการได้ประชุมกันในช่วงเช้า และให้ความเห็นในทางบวก สำหรับรัสเซียเมื่อไม่เห็นด้วยก็สามารถลงคะแนนคัดค้านได้
จากนั้นเลขาธิการ IPU ได้อธิบายว่า ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างข้อมติที่ไทยและชาติพันธมิตรเสนอเป็นวาระเร่งด่วนที่เกิดขึ้นใหม่
อย่างไรก็ตาม ช่วงการโหวตเป็นที่น่าจับตาและเดาผลยาก เนื่องจากร่างข้อมติที่จะได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” จะมีเพียงข้อมติเดียวเท่านั้น อีกทั้งร่างข้อมติที่ได้รับเลือก ต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 2 ใน 3 ของคะแนนจากชาติสมาชิกทั้งหมด
หากไม่มีร่างข้อมติใดได้รับเสียงสนันสนุนเกิน 2 ใน 3 ให้ถือว่าการประชุม IPU ครั้งนั้น ไม่มีระเบียบวาระเร่งด่วน แต่ความซับซ้อนคือ แต่ละประเทศไม่ได้มีประเทศละ 1 เสียง แต่มีจำนวนเสียงไม่เท่ากัน โดยคำนวณจากจำนวนประชากร เช่น ไทยมี 18 เสียง, จีน อินเดีย มีประเทศละ 23 เสียง, กัมพูชามี 13 เสียง, รัสเซียที่แสดงความเห็นคัดค้านร่างข้อมติของไทย มี 20 เสียง เป็นต้น

การลงคะแนนยิ่งซับซ้อน เมื่อแต่ละประเทศสามารถแบ่งคะแนนของตัวเองได้ เช่น มี 10 เสียง อาจแบ่งลงคะแนนให้ร่างข้อมติร่างละ 5 คะแนนก็ได้ หรือจะให้คะแนนแบบไม่เท่ากันก็ยังได้
ทว่าผลการลงคะแนนของชาติสมาชิกสหภาพรัฐสภา จำนวนกว่า 100 ประเทศ ปรากฏว่า ร่างข้อมติว่าด้วยอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเสนอโดยผู้แทนรัฐสภาไทยและชาติพันธมิตร ได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้นเกิน 2 ใน 3 ของที่ประชุม IPU จึงได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” หนึ่งเดียวในปีนี้

