‘นันทนา-ส.ว.เสียงข้างน้อย’ โร่ฟ้องประชาชน โวยถูก ‘เสียงข้างมาก’ ตั้ง กมธ.วิสามัญกินรวบวนแบบเวียนเทียน ไม่สนมีความรู้ความสามารถไหม ไม่กระเด็นถึง ‘ส.ว.อิสระ’ บอก ทำหน้าที่ไม่เห็นหัว ปชช.เลย แฉ แค่ตั้งนั่งให้ครบองค์ประชุมสมนาคุณกินเบี้ยประชุมเดือนละ 6 หมื่น
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. แถลงกรณีความไม่เป็นธรรมของการเลือกตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของวุฒิสภา ว่า ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ จะมีการเลือก กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่สภาพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว จำนวน 9 ร่าง ซึ่งมีการจัดสรรให้ ส.ว.เสียงข้างมากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ได้มีการจัดสรรให้ ส.ว.อิสระ โดยร่างกฎหมายทั้ง 9 ร่างจะมีจำนวน ส.ว.ที่จะเข้าไปเป็น กมธ.วิสามัญ กมธ.ละ 12-15 คน รวมแล้วประมาณ 130 คน หากมีการจัดสรรอย่างเป็นธรรมน่าจะแบ่งให้ ส.ว.อิสระได้บ้าง แต่นี่กลับไม่มีเลย และการแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญในช่วงที่ผ่านมาก็จะเป็นคนเดิมๆ วนเวียนอยู่ใน ส.ว.เสียงข้างมาก ไม่กระเด็นมาที่ ส.ว.อิสระเลย และจากสถิติเราจะเห็นว่ามีแค่ชื่อคนเดิมๆ เช่น นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร 12 ครั้ง พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร 11 ครั้ง พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ 10 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งถือเป็น ส.ว.เสียงข้างมากทั้งสิ้น ไม่ยอมให้ ส.ว.อิสระเข้าไปทำหน้าที่เลย
“นี่คือการกินรวบในวุฒิสภาที่ดำเนินการมากว่า 1 ปีหรือไม่ หากกระบวนการคัดเลือกกรรมาธิการใช้วิธีแบบเวียนเทียน วนเวียนอยู่กับคนเดิมๆ ไม่สนใจความรู้ความสามารถก็จะได้แต่คนที่เป็นเครือข่ายพวกเดียวกัน ย่อมเป็นการดำเนินการที่ขาดประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส แล้วเราจะพิจารณากลั่นกรองกฎหมายให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร จึงขอส่งเสียงไปยัง ส.ว.เสียงข้างมาก ให้หยุดการกินรวบในสภาแห่งนี้เพราะแม้ว่าท่านจะเป็นเสียงข้างมาก แต่วุฒิสภานี้ไม่ใช่ของท่าน และวุฒิสภาแห่งนี้ประชาชนเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้กับ ส.ว.ทั้งปวง การใช้อำนาจในการกินรวบ เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องย่อมขัดกับเจตจำนงของการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแน่นอน และขอส่งเสียงนี้ฟ้องประชาชนว่าการทำหน้าที่ของวุฒิสภาเป็นไปไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนแต่อย่างใด ดิฉันจะไม่ยอมให้เกิดการกินรวบ เพราะนั่นคือหายนะของประเทศ” น.ส.นันทนากล่าว

ขณะที่ นายเศรณี อนิลบล ส.ว. กล่าวว่า หลายคนเห็นว่าวุฒิสภาของเราได้มีการตั้งฉายาว่าสภาวุฒิชาติ เพราะวิปวุฒิสภาเป็นคนจัดสรรทุกอย่าง โดยไม่ได้ปรึกษาหารือกับ กมธ.ต่างๆ เขาจะเป็นคนคิดทั้งหมดว่า กมธ.ไหนจะให้ใครมาเป็น ซึ่งการตอบแทนให้พวกพ้องตนเองเหมือนเป็นการสมนาคุณให้วุฒิสภาสีน้ำเงินให้มีการรับตำแหน่งต่างๆ มากมาย ทั้งที่พวกตนก็เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ และมาจากอาชีพต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน ฉะนั้น ทุกคนมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ต่างๆ ไม่ได้แตกต่างกัน แต่ ส.ว.เสียงข้างน้อยกลับไม่ได้รับการเชิญให้ไปช่วยทำงานให้ประเทศ ทั้งที่ทุกคนอยากรับใช้ประเทศ หากไปเปรียบเทียบกับวุฒิสภาชุดก่อน เขาจะอยู่กันด้วยความรัก สามัคคี มีอะไรก็จะพูดคุยกัน มีการปรึกษาหารือและกระจายการทำงานกัน เพื่อไม่ให้งานไปเกาะที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
“การแต่งตั้ง กมธ.บางครั้งก็แต่งตั้งเพียงแค่ให้ครบองค์เท่านั้น แล้วมาเซ็นชื่อไม่ต้องพูดอะไรแล้วรับเงินค่าเบี้ยประชุมไป ซึ่งหากสัปดาห์หนึ่งมีการประชุม กมธ.สองคณะจะได้รับเบี้ยประชุม 3,000 บาท หากประชุม 5 วันก็ได้เบี้ยประชุม 15,000 บาท 1 เดือน จะได้เบี้ยประชุมจำนวน 60,000 บาท นั่นถือเป็นการสมนาคุณให้กับพวกพ้องของตนเอง แต่ไม่ได้ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ โดยใน กมธ.ต่างๆ ส.ว.สีน้ำเงินแทบจะประชุมกันทั้งวันทั้งคืน ทั้งสัปดาห์ไม่ได้หยุดหย่อน ในขณะที่อีกฝ่ายมีความรู้ความสามารถไม่ได้แตกต่างกัน แต่กลับได้แค่นั่งมองตาปริบๆ ว่าทำไมเราเข้ามาแล้วไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ” นายเศรณีกล่าว


