หน้าแรก การเมือง ปปง.-ตร. ขอข้...

ปปง.-ตร. ขอข้อมูลมะกัน-อังกฤษ คดียึดทรัพย์ เฉิน จื้อ ชี้คำฟ้องระบุองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติใหญ่สุดในเอเชีย

22.10.25 | 13:59 น.

ปปง.-ตร. ขอข้อมูลมะกัน-อังกฤษ คดียึดทรัพย์ เฉิน จื้อ ชี้คำฟ้องระบุองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติใหญ่สุดในเอเชีย พร้อมตรวจสอบ 2 นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวสแกมเมอร์

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.กรณีสอบเส้นเงิน นายเฉิน จื้อ ว่า โดย ปปง.แจ้งว่าได้ดำเนินการ 2 ทาง คือ 1.ขอข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เกี่ยวกับฐานความผิดการยึดทรัพย์ และ 2.การสืบสวนสอบสวนทั้งกรณีผู้บริหารบริษัทปริ้นซ์ โฮลดิง กรุ๊ป (ปริ้นซ์กรุ๊ป) ว่า ผู้บริหารมีหุ้นส่วนต่างๆ ในประเทศไทยอีกหรือไม่ ซึ่งการที่ ปปง.จะกำหนดยึดทรัพย์ หรืออายัดทรัพย์บุคคลใด ต้องสืบสวนให้ได้ก่อนว่า มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนของ ปปง.และตำรวจ โดยเมื่อเจอข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายเฉินในประเทศไทย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายดนุพรกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน กมธ.ได้เสนอให้ ปปง.และตำรวจตรวจสอบแผนการเงินของบริษัท ตามที่เปิดชื่อมาในข่าวให้ดูความเชื่อมโยงทางการเงิน ซึ่งเชื่อว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะมีความคืบหน้า ทั้งนี้ ทางรัฐบาลยังไม่ได้สั่งการให้ ปปง.ดำเนินการตรวจสอบเส้นเงินนายเฉิน แต่เมื่อเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น ปปง.ก็ตื่นตัวและพยายามสืบหาข้อมูล

นายดนุพรกล่าวอีกว่า ส่วนตัวได้เห็นคำฟ้องของสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยทางสหรัฐระบุว่า เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเมื่อองค์กรใหญ่ระดับนี้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นทราบข้อมูลว่ากว่า 30 ประเทศ โดยเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้จะไม่หละหลวม หรือจะดำเนินการใดให้ถูกจับได้ง่ายด้วย เพราะการยึดทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นการดำเนินการปลายทางของการฟอกเงิน ซึ่งวันนี้ในคณะกรรมาธิการยังคงเชื่อว่านายเฉินมีการกระทำความผิด และโดนยึดทรัพย์ในต่างประเทศ และน่าจะมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในประเทศไทย โดยได้หารือกับ ปปง.และตำรวจ ดำเนินการสอบสวนทุกคนอย่างเข้มข้น

นายดนุพรกล่าวอีกว่า ในที่ประชุม กมธ.ได้พูดคุยเกี่ยวกับการฟอกเงินในหลายเครือข่าย เช่น นายเฉิน ไม่ได้มีการยึดโยงกับเครือข่ายกลุ่มอื่นเลย ซึ่งคณะกรรมาธิการได้นำรายชื่อบริษัทในเครือปริ้นซ์กรุ๊ป ในประเทศกัมพูชามาพิจารณา ซึ่งเชื่อว่าหากตรวจสอบรายชื่อผู้บริหารในบริษัทเหล่านี้ ก็เชื่อว่าจะมีชื่อของผู้บริหารที่มีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศ และแนะนำให้ ปปง.ประสานงานกับประเทศต่างๆ เพื่อขอข้อมูลจากบริษัทลูก เพื่อให้ได้รายชื่อผู้บริหารบริษัทต่างๆ ที่กระจายอยู่ในต่างประเทศ มาตรวจสอบข้อมูลในประเทศไทยว่า มีความเชื่อมโยงทางการเงินอย่างไรกับบริษัทต่างๆ ในประเทศไทยหรือไม่

Advertisement

นายดนุพรกล่าวอีกว่า ส่วนรายชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ อยู่ระหว่างการติดตาม ซึ่งได้ถามต่อ ปปง.ว่า มีนักการเมืองคนใดบ้างที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทเหล่านี้บ้าง โดยทาง ปปง.และตำรวจจะรับไปตรวจสอบ ทั้งนี้ได้มีการสอบถามตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ หลังจาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลว่า มีนักการเมืองท้องถิ่น 2 คน มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์

“วันนี้ 2 ท่านนี้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทางตำรวจยังไม่ได้บอกรายชื่อมา เพียงแต่รับเรื่องนี้ไปติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่ท่านรองโจ๊กได้เปิดเผย ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้า คณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อที่ประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า“ นายดนุพรกล่าว