ชื่อ “จาตุรนต์-จุลพันธ์” แรง 31 ต.ค. เพื่อไทยนัดเลือกหน. “อิ๊งค์” ชี้ออก – เริ่มยกเครื่อง
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เรียน เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สนับสนุนพรรคและพี่น้องประชาชนทุกคน วันนี้ดิฉันตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พท. ด้วยความตั้งใจว่าเป็นการเริ่มต้นยกเครื่องพรรค พท. ตามที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ กล้าหาญในการเปลี่ยนแปลง เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่สังคมโลกเปราะบาง ซับซ้อน อ่อนไหว คาดเดาได้ยาก ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ดังนั้น พรรค พท.ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศ จึงจำเป็นต้องยกเครื่อง พลิกโฉม เปลี่ยนโครงสร้าง กระบวนการ และวิธีคิดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้พรรคสามารถชนะเลือกตั้ง แล้วไปยกเครื่อง พลิกฟื้นประเทศไทยต่อไป
“ดิฉันเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงพรรค พท.ต้องเริ่มต้นโดยเร็วที่สุด ดิฉันจึงเลือกการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคยกเครื่องได้อย่างอิสระ และสร้างพรรคใหม่ที่สมบูรณ์แบบ แม้ลาออกแต่ยังเป็นสมาชิกพรรค เป็นหัวหน้าครอบครัว พท. และจะร่วมกับพวกเราทุกคน สร้างพรรค พท.ยุคใหม่ ที่พร้อมจะยืนเคียงข้างประชาชน และทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อประเทศชาติที่รักของเราทุกคน”
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. เพื่อแจ้งถึงการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พท.ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดย น.ส.แพทองธาร เดินทางเข้าพรรคยิ้มทักทายสื่อมวลชนก่อนขึ้นไปร่วมประชุมกับกรรมการบริหารและ ส.ส.
ต่อมานายสรวงศ์ เทียนทอง รักษาการเลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุมว่า น.ส.แพทองธารเชิญสมาชิกของพรรคมาประชุมเพื่อบอกความในใจและเหตุผลต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ยืนยันทุกอย่างยังอยู่ในคอนเซ็ปต์การยกเครื่องพรรค พท. ยกเครื่องประเทศไทยที่ประกาศไว้ ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราก็ขยับและเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งอนาคต สำหรับบทบาทของน.ส.แพทองธารยังเป็นสมาชิกและเป็นหัวหน้าครอบครัวพรรคพท. ยังทำงานคู่กับพรรคเป็นเสาหลักสำคัญในการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.แพทองธารบอกเหตุผลการลาออกกับ ส.ส.อย่างไร นายสรวงศ์กล่าวว่า น.ส.แพทองธารถูกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งประเด็นจริยธรรม เพื่อไม่ให้เรื่องดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาขู่ ส.ส.และผู้สมัครของเรา ในการดึงตัวในอนาคตและรักษาพรรคไว้ มองว่าหากสามารถทำอะไรได้ที่เป็นการรักษาพรรคไว้ก็จะทำ จึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค
เมื่อถามว่าจะทำให้สถานการณ์ในพรรคแกว่งหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่แกว่ง ใครจะเป็นผู้นำพรรคน.ส.แพทองธารก็พูดว่าซัพพอร์ตตลอด พวกเราเองได้ฟังเสียงจากประชาชนมา และสมาชิกพรรคทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป หัวหน้าเสียสละลาออกจากตำแหน่งพร้อมยืนยันจะอยู่คู่กับพรรคต่อไป
เมื่อถามว่ากังวลว่าจะเป็นปัจจัยทำให้ส.ส.ไหลออกมากขึ้นหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ถ้าใจอยู่ ทุกคนก็อยู่ ถ้าหมดใจแล้ว ก็ไม่มีปัญหา ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยืนยันว่ามีไหลออกก็ต้องไหลเข้า ทุกวันนี้ทุกคนและกรรมการสรรหาประชุมกันทุกวัน มีการสัมภาษณ์คนใหม่ๆ อยู่ทุกวัน มองว่าการเมืองขึ้นอยู่กับอุดมการณ์และความตั้งใจ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ตระกูลจึง บีบ แพทองธารลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หากไม่ลาออก จะพา 70 ส.ส.ออกไปอยู่พรรคใหม่” ว่า เป็นข่าวเท็จ สร้างความเสียหายให้ตนและนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองหัวหน้าพรรค เพราะตระกูลจึงในพรรคพท. มีเพียง 2 คน เรื่องนี้ปรึกษาพรรคแล้ว จะตั้งทนายของพรรคฟ้องหมิ่นประมาท เป็นคดีอาญา จะไม่ยอมความเป็นอันขาด ตนเกิดมาจากพรรคไทยรักไทย ขณะนั้นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค แต่งตั้งตนเป็นเลขาธิการพรรค หลังจากนั้นเมื่อมาอยู่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ตั้งให้ตนเป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับความกรุณาจาก .ส.แพทองธาร เรื่องดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ ตนจะพาส.ส.ไปอยู่ที่อื่น ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นการใส่ร้าย จะดำเนินการฟ้องร้องจนถึงที่สุด ตนไม่ได้พาส.ส.ออกไปไหน แต่จะเอาเข้ามาเพิ่ม เพื่อให้ครบ 200 คนตามที่เคยประกาศไว้ เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวที่มีชื่อนายสุริยะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายสุริยะกล่าวปฏิเสธทันทีว่า คงไม่รับ ขณะนี้คงต้องหาคนรุ่นใหม่ เนื่องจากอายุมากแล้ว ทางพรรคคงพิจารณาบุคคลเหมาะสม เพื่อจะนำพาพรรคไปสู้ศึกการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรคพท. นายสุริยะและส.ส.ที่สนิทสนมจะสนับสนุนใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า แน่นอน เมื่อถามว่าการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจะลบภาพตระกูลชินวัตรออกจากพรรค พท.ได้หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าพรรคพท.มีความผูกพันกับตระกูลชินวัตร เราต้องรับข้อเท็จจริงตรงนี้ ในอดีตนายทักษิณเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยขึ้นมา ประชาชนก็ให้การสนับสนุนมาตลอด นายทักษิณได้ทำเรื่องที่เป็นคุณูปการ ทั้งเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง การดำเนินนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นที่พึงพอใจของประชาชน หลังจากนั้นเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ทั้งหมดก็ลงเอยด้วยการปฏิวัติ ดังนั้นคงปฏิเสธตระกูลชินวัตรไม่ได้ เพราะสร้างคุณูปการให้กับพรรค พท.
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง จากนี้ไปทราบว่าทางพรรคจะหาบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตร โดยเป็นคนภายในพรรค แต่ไม่ได้อยู่ในตระกูลชินวัตรเข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรค พท.ชุดปัจจุบันหลุดจากตำแหน่งทั้งหมด และทำหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่มาทำหน้าที่ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรครักษาการ ได้เลือกให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการรองหน้าพรรค พท. ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกำหนดวันประชุมใหญ่วิสามัญพรรค พท.เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน น.ส.แพทองธาร และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ วันที่ 31 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อหัวหน้าพรรค พท.คนใหม่ ที่จะมาแทน น.ส.แพทองธาร ขณะนี้ทางพรรคยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการว่าจะผลักดันใครขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ที่ ส.ส.พรรค พท.หยิบยกชื่อมาพูดคุยกันตอนนี้มี 2 รายชื่อ คือนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่มีความโดดเด่นเรื่องหลักการประชาธิปไตย และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่มีความโดดเด่นเรื่องการเป็นคนรุ่นใหม่

