หน้าแรก การเมือง อนุทิน ส่งบวร...

อนุทิน ส่งบวรศักดิ์-ภราดร นั่งคณะทำงานร่วมกกต. คุยปมประชามติ คาดใช้งบเฉียดหมื่นล้าน

24.10.25 | 11:18 น.

กกต.-นายกฯ แถลงรวบลงประชามติแก้รธน.-MOU- เลือกส.ส. คาดใช้งบเฉียดหมื่นล้าน ยันประหยัดกว่าแยกทำ ด้าน “อนุทิน ส่งบวรศักดิ์-ภราดร” ตั้งคณะทำงานร่วมกกต. กำหนดรายละเอียดทำประชามติ

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่สำนังานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาคณะรัฐมนตรี และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าประชุมกับกกต. นำโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. และคณะกรรมการกกต. เพื่อหารือแนวทางจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (MOU 2543) และ (MOU 2544) ในวันลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีสื่อมวลชนมาปักหลักรอทำข่าวจำนวนมาก

โดยภายหลังการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง นายอิทธิพร กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือในเบื้องต้นเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งทั่วไป หากจะมีขึ้นในวันใด กระบวนการทำงาน งบประมาณที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร และปัจจัยในการจัดวันเดียวกันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง โดยทั่วไปเป็นการคุยกันกว้างๆมากกว่า ไม่ได้ลงรายละเอียดที่จะต้องตัดสินใจอะไรในขณะนี้

ส่วนเรื่องจำนวนบัตร จากการหารือจะต้องมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบสำหรับแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ส่วนบัตรที่จะใช้ในการทำประชามติ ณ ขณะนี้ได้วางแนวไว้ว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก MOU 43 และMOU 44 ก็จะมีบัตรประมาณ 4 ใบ ซึ่งปัจจัยพวกนี้จะต้องดูวิวัฒนาการ ที่จะมีขึ้นเวลาตั้งแต่ปัจจุบันนี้จนถึง ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าจะต้องมีบัตรเพิ่มขึ้นแน่ๆ ทั้งนี้คิดว่าน่าจะมีปัญหากับประชาชนในเรื่องของการจดจำบัตรที่เพิ่มขึ้นบ้าง ดังนั้นเราจะต้องมีวิธีการบริหารจัดการให้มั่นใจที่สุด ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิออกเสียง และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะไม่สับสน ซึ่งเราจะลงไปในรายละเอียดและจะทำให้ดีที่สุด

Advertisement

เมื่อถามว่า กกต.มีความพร้อมที่จะปฏิบัติ หรือมีความเห็นอย่างไรกับตามพ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ถึงเป็นฉบับเก่ากกต.ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม และเมื่อมีฉบับใหม่ประกาศใช้เราก็พร้อม ที่จะปฏิบัติตามนั้น ส่วนจะนับคะแนนอย่างไรนั้นยังไม่ได้คุยในรายละเอียด รวมถึงยังไม่ได้คุยในวิธีบริหารจัดการ จะนับสส.ก่อนหรือนับประชามติก่อน จะต้องรอพูดคุยกัน

เมื่อถามถึงงบประมาณที่จะใช้สำหรับการทำประชามติ และการเลือกตั้งควบคู่กันไป อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ นายอิทธิพร กล่าว ตัวเลขกลมๆที่ประมาณการอยู่ขณะนี้ หากทำพร้อมกันตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท ส่วนถ้าทำแยกกันจะใช้งบประมาณรวม 10,000 กว่าล้านบาท โดยคำนวณจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2569 จำนวน 53 ล้านคน เพราะฉะนั้นการทำควบคู่กันประหยัดแน่นอน

เมื่อถามว่าการทำประชามติจะครอบคลุมการทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วยหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้แล้วนี้ให้มีการทำประชามตินอกราชอาณาจักรได้เป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นครั้งนี้จะมีการทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วย

เมื่อถามว่ายืนยันที่จะทำประชามติ MOU ฉบับที่ 43 และ 44 หรือไม่เนื่องจาก มีเสียงนักวิชาการและนักการเมืองหลายคน แสดงความเป็นห่วงเรื่องนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในนโยบาย ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว

เมื่อถามว่าในการทำประชามติเหล่านี้จะมีความชัดเจนเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้จะมีการหารือผ่านคณะทำงานที่ตั้งร่วมกันซึ่งมีนายบวรศักดิ์ และนายภราดรที่จะต้องมาทำงานร่วมกันกับกกต. ส่วนจะทราบความชัดเจนในกรอบการทำงานอย่างไรนั้นขอย้ำว่าก็ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะว่าถึงอย่างไร 31 มกราคม 2569 ก็ยุบสภา