นายกฯ โวร่วมเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน ไม่กลับมามือเปล่า ผู้นำหลายประเทศจ่อคุยด้วยเพียบ ยันมีลงนามร่างประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา บนเงื่อนไขไทยไม่เสียอธิปไตย ลั่นหากกัมพูชารับข้อตกลงไทย จะนำไปสู่ลงนามช่วงประชุมอาเซียนได้ เชื่อมือทีมเจรจา ยึดประโยชน์ไทย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเดินทางไปร่วมด้วย จะมีการเซ็นข้อตกลงการค้ากับสหรัฐหรือไม่ว่า ยังครับ การประชุมครั้งนี้ดีถ้าเทียบกับสมัยที่แล้วมา ตนได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่ามีผู้นำหลายชาติที่จะมาพบกับตนในฐานะผู้นำของประเทศไทยที่จะหารือร่วมกันในมิติต่างๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง การเมือง และการค้า เราจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด มีการเตรียมตัว เตรียมข้อมูล ประเด็นในการหารือ เพื่อเจรจากับพวกเขาโดยไม่กลับมามือเปล่าแน่นอน
เมื่อถามว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียนจะมีการลงนามร่างประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ณ ขณะนี้ยังมีอยู่ เพราะผู้ที่ดำเนินการได้มีการประชุมกันมาเป็นลำดับสืบเนื่องกันมา ของระดับเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยมีการตกลงใน 4 ข้อหลัก ซึ่งเราได้รับการยืนยันจากคู่สัญญาของเราแล้วว่าก็เป็นไปตามนั้น
ส่วนที่เป็นข่าวในโซเชียลว่าไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่อย่างนี้ นายกฯกล่าวว่า ต้องขอเรียนผ่านผู้สื่อข่าวไปยังประชาชนว่าเราไม่ได้เซ็นกับข้อความในโซเชียล เราเซ็นกับข้อความที่ปรากฏในเอกสารที่จะมีการลงนามกันระหว่างผู้นำสองประเทศ ฉะนั้น สิ่งที่จะถูกใช้และอ้างถึงที่จะต้องนำไปปฏิบัติจะต้องอยู่บนเอกสารที่เป็นทางการ ไม่ใช่เอกสารที่มาจากที่ไหนไม่รู้ ที่เราหาการยืนยันไม่ได้ ซึ่งเอกสารที่เป็นทางการพวกเราต้องดูแล้วดูอีก ไม่ใช่ตกลงกันแล้วโอเคกันหมด มาถึงบนโต๊ะผู้นำต้องดูอีก หากจะต้องมีการแก้ไขต้องแจ้งกันไป ย้ำว่าอยู่ในเงื่อนไขต่างๆ ที่ไทยไม่เสียเปรียบ ไม่เสียเกียรติภูมิ และไม่เสียอธิปไตย
ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่กัมพูชายอมรับเงื่อนไข 4 ข้อของไทยว่า ให้ดำเนินการไปทีละขั้นตอน หวังว่าในการประชุมอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย ที่มีการกำหนดให้ลงนามในถ้อยแถลงเพื่อจะนำไปสู่การปฏิบัติใน 4 ข้อ หากตกลงกับกัมพูชาได้ โดยทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งจากการประชุมจีบีซี รวมถึงการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ก็จะนำไปสู่การลงนามในถ้อยแถลงได้
เมื่อถามว่า ในการประชุม JBC กัมพูชาขอให้ใช้คำว่าปรับการถือครองที่ดิน แทนการรื้อถอน จะมีผลในภายหลังหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ผู้ไปเจรจาได้ข้อสรุปโดยยึดผลประโยชน์ เกียรติภูมิ อธิปไตยของไทย และประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นเป้าหมายสูงสุด ทุกอย่างเป็นความต่อเนื่อง ซึ่งเจบีซีเกี่ยวกับการบริหารสถานการณ์เขตแดน ได้มีข้อตกลงไว้แล้วว่าใครจะทำอะไร ส่วนจีบีซีจะเน้นในเรื่องปฏิบัติที่ฝ่ายกัมพูชาจะปฏิบัติเมื่อมีการลงนามตามเงื่อนไข 4 ข้อ คิดว่าเป็นเวลาเหมาะสมที่จะลงนาม เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงาน ไม่ได้คุยกัน 2 คน แต่มีผู้นำประเทศต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

