หน้าแรก การเมือง นายกฯ เซ็นถอน...

นายกฯ เซ็นถอนสัญชาติ ‘ลียง พัด’ 18 ชาติผนึกปราบออนไลน์สแกม

25.10.25 | 06:30 น.

นายกฯ เซ็นถอนสัญชาติ ‘ลียง พัด’ 18 ชาติผนึกปราบออนไลน์สแกม

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยถึงกรณีสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวว่า ศูนย์สแกมเมอร์ยังตั้งอยู่บริเวณตามแนวชายแดนไทย เนื่องจากยังมีการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต และกระแสไฟฟ้าจากฝั่งประเทศไทย ว่า อยากให้ไปดูพื้นที่จริง โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์ อยากให้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) พูดชัดเจนว่าตำรวจมีความพยายามมากแค่ไหน สิ่งที่ทำในรัฐบาลนี้ ไม่มีตรงไหนที่จะลดราวาศอกกับเรื่องพวกนี้

“ในที่ประชุมของคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เลขาธิการ กสทช.ยืนยันในที่ประชุมว่า การปิดช่องทางส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำหมดแล้ว แต่หากมาจากแหล่งอื่น หรือมาทางอ้อม เช่น ขายไปอีกประเทศหนึ่ง และไปใช้สัญญาณจากประเทศนั้น เราทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องขอความร่วมมือไป ผมบอกไปว่า หากสืบทราบว่ามีการใช้แบบทางอ้อม เราก็ต้องไปไล่ปิดทางอ้อม” นายอนุทินกล่าว

วันเดียวกัน นายอนุทินลงนามในประกาศ มท.เรื่องถอนสัญชาติไทย เนื้อหาระบุว่า ด้วยปรากฏว่า นายพัด สุภาภา หรือ ลียง พัด บุคคลสัญชาติไทย ได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ มีพฤติการณ์ยังคงใช้สัญชาติกัมพูชา ประกอบกับได้รับรายงานข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แสดงว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลฉ้อโกงประชาชน จนถูกสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติแห่งสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร เนื่องจากมีลักษณะพิเศษถูกอายัดทรัพย์สิน เพราะเกี่ยวข้องการค้ามนุษย์ และหลอกลวงไซเบอร์ พฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวนั้น กระทบกระเทือนต่อความมั่นคง หรือขัดประโยชน์ต่อรัฐ และขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อยู่ในข่ายถูกถอนสัญชาติไทยได้ หากปล่อยไว้เนิ่นช้าออกไป จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน และสาธารณะได้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ให้ถอนสัญชาติไทยของนายพัด สุภาภา หรือลียง พัด

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศก่อนการประชุมผู้นำอาเซียนที่มาเลเซีย กล่าวว่า ทุกคนให้ความสำคัญร่วมมือปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และขบวนการสแกมทั้งหลาย เพราะเราเห็นแล้วว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะภูมิภาค แต่ส่งผลไปทั่วโลก อาเซียน และสหรัฐคุยกันเรื่องนี้มาตลอด เป็นเรื่องสำคัญอยากให้สหรัฐร่วมมือกับไทย รวมถึง จีน และเกาหลีใต้ ก็ได้รับผลกระทบ

Advertisement

“ดังนั้น จะทำยังไงให้เรื่องนี้ไม่ใช่วาระของอาเซียน แต่ควรจะเป็นวาระระหว่างประเทศ อาเซียนให้ความสำคัญต่อเนื่อง มีการประชุมระดับรัฐมนตรีในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ มีการจัดตั้งคณะทำงานของอาเซียนในการปราบปรามสแกมโดยเฉพาะ โดยไทยจะหยิบยกเรื่องสแกมเมอร์มาหารือในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้แน่นอน เชื่อว่าหลายประเทศจะเห็นความสำคัญ และร่วมมือกัน” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายพลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียนจะพูดคุยด้วยว่า ถ้อยแถลงผู้นำอาเซียนจะให้เพิ่มความร่วมมือการปราบปรามออนไลน์สแกม เป็นเรื่องสำคัญที่มาร่วมกัน ไม่เฉพาะอาเซียน แต่รวมถึงนอกภูมิภาค นอกจากนี้ สหรัฐเสนอในกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS Summit นอกจากอาเซียน 10 ประเทศแล้ว ยังมีสมาชิกอีก 8 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ รัสเซีย และสหรัฐ) ให้มีแถลงการณ์ร่วมในเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์โดยเฉพาะด้วย จะเห็นว่าเป็นประเด็นที่กระทบไปทั้งโลก ประเทศที่เป็นมหาอำนาจอย่างสหรัฐให้ความใส่ใจที่จะร่วมแก้ไขปัญหานี้ในทุกภูมิภาค เพราะไม่ใช่แค่กระทบชีวิตประชาชนทั่วไป แต่กัดกร่อนระบบการเงินของโลก