หน้าแรก การเมือง อนุทิน นำทีมถ...

อนุทิน นำทีมถก กกต. ปมทำประชามติแก้ รธน.-MOU43-44 ก่อนบินประชุมผู้นำอาเซียนมาเลย์

25.10.25 | 06:45 น.

‘อนุทิน’ นำทีมถก ‘กกต.’ ปมทำประชามติแก้ รธน.-MOU43-44 ก่อนบินประชุมผู้นำอาเซียน 26-28 ต.ค.ที่มาเลย์

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่สำนังานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ มท. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาคณะรัฐมนตรี และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าประชุมกับ กกต.นำโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และคณะกรรมการ กกต.เพื่อหารือแนวทางจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (MOU 2543) และ (MOU 2544) ในวันลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป

นายอิทธิพรแถลงผลการหารือกว่า 1 ชั่วโมง ว่า เป็นการหารือในเบื้องต้นเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งทั่วไป หากจะมีขึ้นในวันใด กระบวนการทำงาน งบประมาณที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร และปัจจัยในการจัดวันเดียวกันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง โดยทั่วไปเป็นการคุยกันกว้างๆ มากกว่า ไม่ได้ลงรายละเอียดที่จะต้องตัดสินใจอะไรในขณะนี้

“ส่วนเรื่องจำนวนบัตรจากการหารือจะต้องมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ส่วนบัตรที่จะใช้ในการทำประชามติ ขณะนี้ได้วางแนวไว้ว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 จะมีบัตรประมาณ 4 ใบ ปัจจัยพวกนี้จะต้องดูวิวัฒนาการที่จะมีขึ้น ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าจะต้องมีบัตรเพิ่มขึ้นแน่ๆ ทั้งนี้ คิดว่าน่าจะมีปัญหากับประชาชนในเรื่องของการจดจำบัตรที่เพิ่มขึ้นบ้าง ดังนั้น จะต้องมีวิธีการบริหารจัดการให้มั่นใจที่สุดว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิออกเสียง และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะไม่สับสน ซึ่งจะลงไปในรายละเอียดและจะทำให้ดีที่สุด” นายอิทธิพรกล่าว

เมื่อถามว่า กกต.มีความพร้อมที่จะปฏิบัติ หรือมีความเห็นอย่างไรกับตาม พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ถึงเป็นฉบับเก่า กกต.ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม และเมื่อมีฉบับใหม่ประกาศใช้ เราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามนั้น ส่วนจะนับคะแนนอย่างไรนั้น ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด รวมถึง ยังไม่ได้คุยในวิธีบริหารจัดการ จะนับ ส.ส.ก่อน หรือนับประชามติก่อน จะต้องรอพูดคุยกัน

Advertisement

เมื่อถามถึงงบที่จะใช้สำหรับการทำประชามติ และการเลือกตั้งควบคู่กันไปอยู่ที่ประมาณเท่าใด นายอิทธิพร กล่าวว่า ตัวเลขกลมๆ ที่ประมาณการอยู่ขณะนี้ หากทำพร้อมกันตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท ส่วนถ้าทำแยกกันจะใช้งบประมาณรวม 10,000 กว่าล้านบาท โดยคำนวณจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2569 จำนวน 53 ล้านคน เพราะฉะนั้นการทำควบคู่กันประหยัดแน่นอน

เมื่อถามว่าการทำประชามติจะครอบคลุมการทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วยหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้แล้วนี้ ให้มีการทำประชามตินอกราชอาณาจักรได้เป็นครั้งแรก ฉะนั้น ครั้งนี้จะทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วย

เมื่อถามว่ายืนยันที่จะทำประชามติ MOU ฉบับที่ 43 และ 44 หรือไม่ เนื่องจากมีเสียงนักวิชาการ และนักการเมืองหลายคน แสดงความเป็นห่วงเรื่องนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในนโยบาย ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว

เมื่อถามว่าในการทำประชามติเหล่านี้จะมีความชัดเจนเมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้จะมีการหารือผ่านคณะทำงานที่ตั้งร่วมกัน ซึ่งมีนายบวรศักดิ์ และนายภราดร ที่จะต้องมาทำงานร่วมกันกับ กกต.ส่วนจะทราบความชัดเจนในกรอบการทำงานอย่างไรนั้น ขอย้ำว่าก็ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะว่าถึงอย่างไรวันที่ 31 มกราคม 2569 ก็ยุบสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินมีกำหนดการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 ตุลาคม และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ตามคำเชิญของดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย