“เท้ง” ชูกลยุทธ์ชนะศึกการเลือกตั้ง ส.ส.มุ่งเป้า 4 ค. “คู่แข่ง คะแนน เครือข่าย และแคนดิเดต” ตอกย้ำ “มีเรา ไม่มีเทา”
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่โรงแรมดิ ไอเดิล โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ปชน. โดยมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมจำนวนมาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวตอนหนึ่งว่า พวกเรามีสิ่งที่จำเป็นในการมีรัฐบาลที่ดีในครั้งหน้า 1.การมีเจตจำนงทางการเมือง 2.การมีนโยบายที่ดีที่สุด 3.มีทีมทำงาน ส.ส. และฝ่ายบริหารที่ดีเช่นเดียวกัน
“สมัยพรรคอนาคตใหม่ ณ ตอนนั้นการตั้งพรรคที่เกิดขึ้นมีการตั้งคำถามว่าทำไมจึงต้องมีพรรคนี้ แต่เป็นพรรคที่ทำให้พวกเรารู้ว่ามารวมตัวกันอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร ยุคที่สองคือยุคของพรรคก้าวไกล ที่มี 300 นโยบาย ปัญหาที่ต่างๆ ที่มีอยู่ต้องแก้ด้วยนโยบายเหล่านี้ สามารถชนะการเลือกตั้งจนเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้”
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ยุคนี้ต้องแสดงให้ประชาชนเห็นว่าพร้อมบริหารประเทศ และจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร คิดว่าทั้งในเรื่องของเจตจำนงทางการเมือง ชุดนโยบายที่ดีที่สุดและทีมบริหารที่ดีที่สุด เป็นสิ่งสำคัญที่เราเก็บเกี่ยวมาในแต่ละยุคแต่ละสมัยคู่กับตัวของพวกเรามา โดยโรดแมปเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้าฐานรากที่สุดตอนนี้เรามีแล้ว คือเรื่องของนโยบาย เตรียมทีมบริหารโดยการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอีกครั้งที่เรายกระดับการเมืองไทยไปสู่อีกระดับหนึ่ง นอกจากเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. เขต และเปิดหน้าผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงเปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และชุดนโยบายอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะเปิด คือ การเปิดโฉมหน้าของชุดบริหารว่าที่รัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ยังมีเรื่องของกลยุทธ์ที่จะเอาชนะการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการรักษาเขตเพิ่มเดิมและเพิ่มเติมอีก 100 เขต ทั้ง 4 ค. ของพวกเรา ได้แก่ คู่แข่ง คะแนน เครือข่าย และแคนดิเดต สุดท้ายคือการเพิ่มคะแนนนิยม ระดับชาติ ต้องอาศัยการทำงานในเชิงความคิด พื้นที่ของลูกพรรคทุกคน จุดแข็งอย่างหนึ่งของพรรคประชาชน คือ ไปที่ไหนของเวทีดีเบตเราพูดเหมือนกันหมด การเลือกตั้งปี’66 ที่ทำให้เราได้รับคะแนนนิยมสูงมากขึ้นจนกลายมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้ สิ่งหนึ่งที่เชื่อคือเกิดจากการที่เรามีหลักการ และพื้นฐานที่มันใหญ่ ไม่ว่าตัวแทนของพรรคเราไปขึ้นเวทีไหนก็พูดเหมือนกันหมด ดังนั้นการที่เราค่อยๆ ปูพื้นขึ้นไปเช่นนั้น เชื่อว่าหาก 2 ส่วนที่กล่าวมา สามารถทำได้อย่างดีแล้วคะแนนนิยมระดับประเทศมาแน่นอน
“สำหรับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดใหม่ ในนามของพรรคประชาชน ผมคิดว่าคือ มีเรา ไม่มีเทา มีเรา มีเศรษฐกิจใหม่ มีเรา ประเทศไทยมีอนาคต มีเรา มีประชาธิปไตย และมีเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อไป” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าทิศทางหรือแคมเปญที่จะชูในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะแตกต่างอย่างไรจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คงออกแคมเปญในหลายๆ ช่วง ตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าชัดเจนมาก แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น คือเรื่องของเจตจำนงทางการเมือง โครงสร้างทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงได้ ก็ต้องเป็นพรรคการเมืองที่มาจากประชาชน
เมื่อถามว่าหากโรดแมปการยุบสภาต้องเปลี่ยนแปลงไปได้มีการเตรียมพร้อมรับมือหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า มีการประเมินสถานการณ์และเตรียมรับมือไว้อยู่แล้ว ต้องรอดูที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นอย่างไร เมื่อถามต่อว่าจะเป็นการบิดต่อเอ็มโอเอ (MOA) หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลบริหารจัดการได้ ในคำถามนี้คงจะหมายถึงในกรณีการเสด็จสวรรคต ที่ประชาชนทุกคนรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ รัฐบาลสามารถแยกการบริหารจัดการได้อยู่แล้ว รวมถึงเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ในกระบวนการการเดินหน้าเลือกตั้งและกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นกระบวนการในสภา คิดว่าไม่น่าเป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลสามารถทำได้ทั้ง 2 ส่วน

