ทวี เผยกม.ฟื้นฟูกิจการฯ ช่วยเปลี่ยนจากการลงโทษผู้ล้ม สู่การให้โอกาสผู้สุจริตเริ่มต้นชีวิตใหม่
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย โพสต์เฟซบุ๊ก Tawee Sodsong – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เรื่อง “ฟื้นฟูกิจการใหม่เพื่อคนไทยชนะหนี้ครัวเรือน” โดยระบุในเนื้อหาว่า
ในการเข้ามาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. … หรือที่ขอเรียกว่า กฎหมายการฟื้นฟูกิจการและการฟื้นฟูฐานะลูกหนี้บุคคลธรรมดา ขอสรุปสาระสำคัญ คือ
1. ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะหนี้สินมหาศาลมีหนี้ในกระบวนการยุติธรรม (ชั้นกรมบังคับคดี) รวมกว่า 25.88 ล้านล้านบาท
• คดีบังคับคดี มากกว่า 4.2 ล้านคดี (มูลค่ากว่า 18 ล้านล้านบาท)
• คดีล้มละลาย กว่า 59,000 คดี (มูลค่ากว่า 7.8 ล้านล้านบาท)
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า เราจำเป็นต้องมีกลไกฟื้นฟูที่เข้าถึงได้จริง ต้นทุนต่ำ และทันเวลา เพื่อช่วยลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม SME และประชาชนทั่วไป (หนี้หลักแสนถึงล้าน) ที่ปัจจุบันยังไม่มีช่องทางทางกฎหมายในการฟื้นฟูฐานะของตนเองได้
2.กฎหมายเดิม (พ.ศ.2483) ไม่ตอบโจทย์กฎหมายปัจจุบันเปิดโอกาสให้ฟื้นฟูกิจการเฉพาะองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น
ร่างฯ ใหม่นี้จึงมีเป้าหมายเพื่อ “เปลี่ยนจากการลงโทษผู้ล้ม สู่การให้โอกาสผู้สุจริตเริ่มต้นชีวิตใหม่”
ส่วนกฎหมายฟื้นฟูกิจการ SME ที่บัญญัติในปี 2559 ก็ไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะเกณฑ์หนี้ (2-3 ล้านบาท) สูงเกินไป และในทางปฏิบัติ ลูกหนี้ไม่มีความพร้อมในการจัดทำแผน และไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหนี้ในการประชุมเพื่อลงมติ ข้อเท็จจริงคือ ตั้งแต่ปี 2559 ยังไม่มีผู้ยื่นฟื้นฟู SME รายใดได้รับอนุมัติจากศาลเลย
3.หลักการสำคัญ 4 หมวดในร่างกฎหมายใหม่ร่างฯ นี้มุ่งปรับปรุงระบบฟื้นฟูให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ดังนี้
1) หมวด 3/1 (ลูกหนี้รายใหญ่) : ปรับเกณฑ์หนี้จากเดิม 10 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทขึ้นไป
2) หมวด 3/2 (SME/กิจการขนาดย่อม) : กำหนดเกณฑ์หนี้ (บุคคลธรรมดา 1-50 ล้าน, นิติบุคคล 2-50 ล้าน) และปรับปรุงกลไก เช่น ลดเกณฑ์เสียงเจ้าหนี้เหลือกึ่งหนึ่ง, การให้ศาลเห็นชอบแผนแม้ไม่ได้เสียงข้างมาก (Cram Down), และการกำหนดความรับผิดผู้ค้ำประกันให้เป็นธรรม
3) หมวด 3/3 (แบบเร่งรัด) : เพิ่มกระบวนการใหม่ (แบบ Pre-Pack) ที่รวดเร็วขึ้นสำหรับลูกหนี้รายใหญ่และ SME
4) หมวด 3/4 (บุคคลธรรมดา) : เพิ่มหมวดใหม่ ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป (ที่มีหนี้จากการบริโภค 1 แสนบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท) สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูฐานะของตนเองได้
โครงสร้างนี้ทำให้ทุกกลุ่มหนี้ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่จนถึงประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงการฟื้นฟูได้จริงและเป็นธรรม
4.ขยายกลไกฟื้นฟู จากธุรกิจสู่บุคคลร่างฯ ใหม่นี้จะแยกระบบฟื้นฟู ออกจากระบบล้มละลาย อย่างเด็ดขาด เพื่อให้โอกาสลูกหนี้ผู้สุจริตได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่ถูกตราหน้าว่าเป็นบุคคลล้มละลาย
5.ฟื้นฟู SME อย่างมีระบบ ร่างฯ ใหม่นี้ได้จัดตั้งกลไกเฉพาะสำหรับ SME ที่ง่ายและสอดคล้องกับสภาพจริงมากขึ้น ได้แก่
• ขยายสิทธิให้ SME ทุกกลุ่มเข้าถึงได้ (ไม่จำกัดว่าต้องขึ้นทะเบียน)
• ปรับระบบการพักหนี้ชั่วคราว ให้เริ่มทันทีที่ศาลรับคำร้อง
• เพิ่มกลไก Cram Down ให้ศาลเห็นชอบแผนได้ แม้เสียงไม่ครบเกณฑ์
• เปลี่ยนจาก “การประชุมใหญ่” เป็น “การเจรจา” และใช้เสียงสนับสนุนเพียงร้อยละ 50 (จากเดิม สองในสาม)
• ขยายความคุ้มครองไปถึงผู้ค้ำประกัน ให้เป็นธรรมมากขึ้น
6.แผนฟื้นฟูเพื่อความเป็นธรรมลำดับการชำระหนี้ต้องเรียงตาม ต้นเงิน → ดอกเบี้ย → ค่าฤชาธรรมเนียม เพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้จริง และเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้อย่างถูกต้อง
7.เปิดสิทธิให้ลูกหนี้สุจริตลูกหนี้ที่สุจริต มีรายได้ต่อเนื่อง แต่มีหนี้จากภาระจำเป็น (เช่น ซื้อบ้าน, ค่าเล่าเรียน, ค่ารักษาพยาบาล) หากดำเนินการตามแผนสำเร็จจะได้รับ การปลดหนี้ โดยไม่ตกเป็นบุคคลล้มละลาย
8. ประโยชน์และผลลัพธ์เชิงระบบ
• ลูกหนี้รายย่อยและ SME เข้าถึงกระบวนการได้จริง
• ลดต้นทุนทางกฎหมายและความยุ่งยาก
• เจ้าหนี้ได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรม
• SME รักษาธุรกิจและการจ้างงานได้
• ภาครัฐได้ข้อมูลหนี้จริงเพื่อวางนโยบายได้ตรงจุด
• ระบบกฎหมายมีความสมดุลและโปร่งใส
9. บทสรุปนี่คือการใช้อำนาจนิติบัญญัติเพื่อแก้วิกฤตหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME อย่างตรงจุดเป็นครั้งแรก โดยมีกลไกที่ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง แต่ไม่ลืมการรักษาสมดุลสิทธิของเจ้าหนี้
กลไกสำคัญคือ การพักหนี้ชั่วคราวทันทีที่ศาลรับคำร้อง ซึ่งจะช่วยลูกหนี้ได้ทันท่วงที ให้มีเวลาเจรจาโดยไม่ต้องถูกฟ้องร้องบังคับคดี
โดยร่างฯ กฎหมายนี้จะเพิ่มสิทธิให้ SME และบุคคลธรรมดา ให้ทัดเทียมกับลูกหนี้รายใหญ่ (ที่ได้สิทธินี้ตั้งแต่ปี 2542) และปรับกระบวนการให้เข้าถึงได้จริง (เช่น เปลี่ยนเป็นการเจรจา, ใช้เสียงแค่กึ่งหนึ่ง, กลไก cram down) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายของรัฐ และส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมครับ
กฎหมายฉบับนี้ จึงไม่ใช่การลงโทษผู้ล้ม แต่คือการ “คืนโอกาส” ให้กับคนที่กำลังต่อสู้ เพื่อให้สามารถปลดหนี้ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี สุดท้ายแล้วขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านครับ
#พรบล้มละลาย #ยุติธรรมเชิงสร้างสรรค์ #ทวีสอดส่อง

