หน้าแรก การเมือง บิ๊กหิน เตรีย...

บิ๊กหิน เตรียมเอาผิด B.I.C.-คนใส่ร้ายเกี่ยวสแกมเมอร์ รับรู้จักยิม เลียก แต่ไม่สนิท

26.10.25 | 11:26 น.

บิ๊กหิน เตรียมเอาผิด B.I.C.-คนใส่ร้ายเกี่ยวสแกมเมอร์ รับรู้จักยิม เลียก แต่ไม่สนิท

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม จากกรณีปรากฏข่าวภาพ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับนักธุรกิจไทยที่เป็นที่รู้จักในสังคม เช่น นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง บนเพจผังผู้บริหาร B.I.C. Bank ซึ่งเป็นธนาคารที่มีประเด็นข่าวถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายในกัมพูชา และยังมีนักข่าวทั้งไทยและต่างชาติ เขียนบทความพาดพิงโยงใยไปถึงตำแหน่งของบิ๊กหินในบริษัทฟินันเซีย ไซรัส ว่าไปรู้เห็นกับการอนุมัติให้นักลงทุนต่างชาติที่อ้างว่าเกี่ยวพันกับอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาร่วมซื้อหุ้นด้วยนั้น

ล่าสุด พล.ต.อ.วิสนุเปิดเผยว่า ได้ติดตามข่าวที่พาดพิงตนด้วยความเข้าใจอารมณ์สังคมมาตลอด ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับ B.I.C. Bank เลย โดยตนเพิ่งทราบเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2568 จากสื่อโซเชียลในไทยว่า มีการนำภาพตนกับนักธุรกิจไทยไปโชว์ภาพขึ้นในเพจ B.I.C. หน้าเดียวกับแผงผู้บริหาร โดยไม่ได้ระบุตำแหน่งใดๆ ทำให้สังคมเข้าใจว่าตนไปเกี่ยวข้องกับการบริหาร B.I C. กัมพูชา

ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้เสีย และรับประโยชน์ใดๆ จากธนาคารดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งต่อมาทาง B.I.C. ได้ลบภาพเพจดังกล่าวออก โดยตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายตำหนิไปทาง B.I.C. พร้อมขอทราบเหตุผลว่าเหตุใดจึงนำภาพตนไปใช้โฆษณาโดยพลการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด

เบื้องต้นเดาว่าอาจเป็นเพราะตนเคยรู้จักกับนายยิม เลียก ประธาน BIC Bank (B.I.C. (Cambodia) ในฐานะที่เขาเป็นนักธุรกิจด้านธนาคารรุ่นใหม่เพียงเท่านั้น ไม่ได้ไปรู้เบื้องลึกว่าเขาไปมีส่วนกับการฟอกเงินผิดกฎหมายแต่อย่างใด

Advertisement

จึงอาจมีการนำชื่อตนซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงราชการและภาคธุรกิจเอาไปแอบอ้างเพื่อสร้างเครดิตให้กับ B.I.C. กัมพูชา โดยตนไม่ทราบมาก่อนว่าเอาไปลงตั้งแต่เมื่อไหร่ ขณะนี้ตนกำลังให้ฝ่ายกฎหมายติดตามว่าการแอบอ้างดังกล่าว มีการกล่าวอ้างอื่นใดที่เข้าข่ายทำให้เกิดความเสียหายตามกฎหมายไทยที่จะดำเนินคดีได้หรือไม่ เพื่อที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป และตนขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ B.I.C. อย่างเต็มที่ รวมถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อพิสูจน์ให้สังคมได้ทราบความจริงต่อไป

ส่วนนายยิม เลียก และธุรกิจของเขา รวมถึงหลายๆ คนที่เกี่ยวข้องและถูกสังคมพาดพิง หากผิดตามกฎหมายที่ทางการไทยจะดำเนินคดีเขาได้ ก็เห็นชอบที่จะต้องเร่งแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ใครผิดก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง สังคมที่รับชมอยู่จะได้ไม่ต้องคาดเดาและตัดสินเพียงข้อมูลที่ได้ยินได้ฟังกันมา

ส่วนกรณีมีคอนเทนต์เตเตอร์และนักข่าวบางสำนัก ทั้งไทยและต่างชาติ อุตส่าห์นำเรื่องของตนไปขยายความลุกลามถึง บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือชื่อเดิม บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน) ซึ่งตนเป็นเพียงกรรมการตรวจสอบ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 โดยเขียนอ้างลอยๆ ว่าตนเป็นคนอนุมัติให้นักลงทุนต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์นั้น

ตนก็ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เขียนเจตนาให้ร้ายตนให้เกิดความเสื่อมเสีย โดยไม่ดูข้อเท็จจริงว่า ตนไม่ใช่ผู้บริหารระดับที่จะมีอำนาจสั่งอะไรได้ แต่คงเนื่องจากตนเป็นอดีตตำรวจ และมีข่าวพาดพิงเกี่ยวกับ B.I.C. จึงถือโอกาสเอามาสร้างจินตนาการโยงใยให้เกิด Content ขายยอดวิว ใช้ข่าวเชิงลบหารายได้ โดยไม่สนว่าความจริงคืออะไร ใครจะเสียหายบ้าง

นอกจากนั้น ผู้เขียนยังขาดความเข้าใจว่า การที่นักลงทุนใดจะเข้ามาลงทุนก็มีฝ่ายจัดการที่เกี่ยวข้องเขาพิจารณากันเอง ไม่เกี่ยวกับกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประเด็นนี้มีกำหนดอำนาจและหน้าที่ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องเขียนไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการตรวจสอบไม่ได้มีอำนาจและหน้าที่ในการตรวจสอบ หรืออนุมัติการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯแต่อย่างใด

ส่วนนักลงทุนรายใดมีพฤติกรรมเบื้องหลังไปทำอะไรผิดกฎหมายที่ปิดบังไม่ได้แสดงต่อฝ่ายที่เขาคัดกรองอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ เมื่อสังคมตั้งข้อสังเกตก็ต้องตรวจสอบกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนคนที่ไปเขียนข่าวให้ร้ายตนทุกราย ตนก็คงต้องให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของตนเองบ้าง ไม่เช่นนั้นก็พากันตั้งประเด็นให้ร้ายกันจนเกินขอบเขตไปเรื่อยไม่จบ

“ขอยืนยันว่า ตนยินดีรับการตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยที่ผ่านมาตอนมีข่าวใหม่ๆ ก็ยัง งงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เชื่อมั่นว่าตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย จึงไม่ได้มาตอบโต้อะไร แต่การนิ่งเฉยอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าเป็นการยอมรับ ตนจึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงเพื่อปกป้องตนเอง เพื่อคืนความเป็นธรรมกับตนเองบ้าง” พล.ต.อ.วิสนุกล่าว