หน้าแรก การเมือง วุฒิสภา รับหล...

วุฒิสภา รับหลักการ ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด สว.เสียงข้างน้อยแพ้โหวต อดเป็น กมธ.วิสามัญฯ

27.10.25 | 21:18 น.

วุฒิสภา รับหลักการร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด เสียงส่วนใหญ่หนุนให้ไทยมีกฎหมายเพื่ออากาศที่ดี หลังคนไทยเจอพิษฝุ่น PM 2.5 คร่าชีวิตนับหมื่นต่อปี ขณะที่สว.เสียงข้างน้อยแพ้โหวต ไม่ได้เป็นกมธ.วิสามัญฯ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ…. ที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเห็นชอบแล้ว ซึ่งเป็นร่างที่วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยสมาชิกวุฒิสภาต่างร่วมกันอภิปรายร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเปิดกว้าง เช่น

นายนิรัตน์ อยู่ภักดี สว.อภิปรายว่า สนับสนุนกองทุนเพื่ออากาศสะอาด แต่ยังเป็นห่วงเรื่อง การใช้เงินของกองทุน ที่สามารถใช้เงินได้กว่า 17 รายการ 4 พันล้านบาทต่อปี และหากนับประสบการณ์การพิจารณากฎหมายของตนที่ผ่านมายังมองว่ากฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างที่จะซับซ้อนและเข้าใจยาก เช่น มาตราที่ 211 เรื่องการปล่อยกู้เงิน จากสถาบันการเงินไปยังผู้ประกอบการส่วนนี้มองว่ายังเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ตนยังห่วงในส่วนนี้อยู่

ขณะที่ นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว.อภิปรายว่าในทุกปีประชาชนจะเจอกับสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วประเทศมีโรงงานที่ก่อมลพิษทางอากาศกว่า 22,000 โรงงาน จึงอยากให้การแก้ไขในเรื่องนี้เป็นไปอย่างยั่งยืน และจริงจัง ไม่ใช่ว่าทำวันนี้ทำไปก่อนแล้วมาแก้ไขทีหลัง

ส่วน นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว.อภิปรายว่า อากาศที่หายใจคือชีวิตของคนไทย แต่อากาศทุกวันนี้กับเต็มไปด้วยพิษ ที่มองไม่เห็นเช่นฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่คร่าชีวิตคนไทยนับ 10,000 คนต่อปี จึงไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมแต่เป็นวิกฤตสุขภาพ วิกฤตเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายแม่บทเช่นพ.ร.บ.อากาศสะอาดฉบับนี้ แต่ควรเพิ่มมาตราว่าด้วยสิทธิในการหายใจ เพิ่มการจัดตั้งกองทุนเพื่ออากาศสะอาดแห่งชาติให้คนทำดีได้ผลตอบแทน เพิ่มการจัดเก็บภาษีสีเขียว เพิ่มระบบข้อมูลคุณภาพอากาศระดับหมู่บ้าน และเพิ่มการส่งเสริมเศรษฐกิจ

Advertisement

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการต่อในวาระที่ 1 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 149 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง และเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 27 คน

ในส่วนนี้ทำให้ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ลุกขึ้นกล่าวตอนที่ประชุมวว่า การตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมาย จำนวน 27 คนนั้นไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีการกระจายให้กับ สว.เสียงข้างน้อยในการเข้ามาทำหน้าที่ และตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ตนไม่เคยได้รับเลือก ให้เป็นกมธ.พิจารณากฎหมายฉบับใดเลย ดังนั้นการตั้งกมธ.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด จึงอยากให้ สว.เสียงข้างน้อยเข้าไปเป็นกมธ.ด้วย

ทำให้ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่าการเสนอของ น.ส.นันทนา ถือเป็นการเสนอแข่งกับ กมธ.ทั้ง 27 คน ตามที่ๆประชุมได้เห็นชอบก่อนหน้านี้ จึงต้องรอให้ที่ประชุมเห็นชอบสัดส่วนของกมธ.ทั้ง 27 คน ให้แล้วเสร็จก่อน
ต่อมาเมื่อถึงลำดับการเสนอรายชื่อกมธ.ในสัดส่วนของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 15 คน เสร็จแล้ว น.ส.นันทนา ได้ลุกขึ้นเสนอรายชื่อกมธ.เสียงข้างน้อยจำนวน 5 คน จึงทำให้สัดส่วนกรรมาธิการของ สว.จากเดิม 15 คน เป็น 20 คน พล.อ.เกรียงไกร จึงให้ที่ประชุมลงมติเลือกรายชื่อกมธ.ให้เหลือเพียง 15 รายชื่อ โดยการจัดทำบัตรออกเสียงลงคะแนน จึงสักพักการประชุม

ภายหลังเมื่อกลับมาประชุมต่อ และเปิดให้สมาชิกวุฒิสภาได้ลงคะแนนเสียงเลือกกมธ.วิสามัญฯ ซึ่งที่สุดวุฒิสภาได้ยืนตามรายชื่อกมธ. 15 คนตามสัดส่วนเดิม โดย 5 รายชื่อที่เสนอโดย น.ส.นันทนา ได้ถูกตีตกไปเนื่องจากไม่ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบสูงสุด