“พิพัฒน์” เปิดตัว “ประสิทธิ์ชัย” น้อง “ประเสริฐ” ส.ส.ประชาธิปัตย์ 6 สมัย ชิง ส.ส.ยะลาเขต 1 ย้ำยังมั่นใจ สามารถกวาดเก้าอี้สส.ใต้ 30 ที่นั่งตามเป้า แม้ “อภิสิทธิ์” คัมแบ๊ก ประชาธิปัตย์ โยน ถามนายกฯ ยุบสภาตามกรอบ 4 เดือนหรือไม่
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ต้อนรับ นายประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ยะลา
โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า นายประสิทธิ์ชัย เป็นน้องชายของนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา เขต 1 มา 6 สมัย และหลังจากนั้นก็หยุดเล่นการเมืองไป ก่อนที่นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้เชิญนายประสิทธิ์ชัย มาร่วมทำงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยของเรา ซึ่งก่อนหน้านี้ปี 2562 และปี 2566 พรรคภูมิใจไทยมีผู้สมัครในจังหวัดยะลา ครบทั้ง 3 เขต แต่ในขณะนี้เชิญนายประสิทธิ์ชัยมาเป็นเขตเดียว ส่วนอีก 2 เขต จะมีการหารือกันอีกครั้ง ซึ่งอยากเชิญชวนผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกับพรรค มาขับเคลื่อนงานการเมืองในจังหวัดยะลา ขณะที่ในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส มีผู้สมัครบ้างบางส่วน แต่เตรียมเปิดตัวผู้สมัครในจังหวัดปัตตานีเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ต้องย้ำว่าในขณะนี้ยังไม่ได้มีการยุบสภา การที่เราจะเชิญผู้ที่มีความรู้สึกอยากร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยการมาเปิดตัวบางครั้งอาจจะติดขัดกับพรรคเดิม จึงยังไม่สามารถเปิดตัวอะไรได้มาก
เมื่อถามถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชาติพรรคภูมิใจไทย จะใช้กลยุทธ์อะไรในการเจาะพื้นที่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พรรคภูมิใจไทยได้เคยส่งผู้สมัคร และได้คะแนนมา แต่ในจังหวัดยะลา พรรคภูมิใจไทยยังไม่เคยมี ส.ส.แต่เคยมีผู้สมัคร แต่ในจังหวัดปัตตานี หรือนราธิวาสมี ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของพรรคอยู่แล้ว ในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในปี 2569 ตนได้มอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ไปหาผู้สมัครใน 3 จังหวัดมาเพิ่มเติม เพื่อจะได้ผนึกกำลังปักธงให้ได้เพิ่มขึ้น เพราะในปี 2562 มี ส.ส.เขตหนึ่งคน ที่จังหวัดปัตตานี และปี 2566 มี ส.ส.หนึ่งคนที่จังหวัดนราธิวาส แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะมี ส.ส.ทั้ง 3 จังหวัด

เมื่อถามถึงเป้าหมายที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ ส.ส.ในภาคใต้ไว้ 30 เก้าอี้ จะยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิมหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เป้าหมายยังเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย และมีความมั่นใจว่าเราจะทำได้ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่งในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ยังมีความมั่นใจ โดยเฉพาะในขณะนี้กระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทยมีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่พรรคที่เป็นคู่แข่งของเราบางพรรค ก็มีการเปลี่ยนแปลง บางพรรคยังไม่แน่นอนว่ายังอยู่หรือไม่ เพราะฉะนั้น การแข่งขันทางการเมืองก็คงต้องมีต่อไป ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้งไม่มีครั้งไหนที่ไม่มีคู่แข่ง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็ล้วนแล้วแต่จะมีการแข่งขันไม่น้อยกว่า 4-5 พรรค มันคือการแข่งขันทางการเมือง
เมื่อถามย้ำถึง กรอบการยุบสภาว่า จะยังคงยึดตามกรอบเดิม 4 เดือนหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า นายอนุทิน ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง รอให้นายกรัฐมนตรีกลับมาจากมาเลเซีย และจะเดินทางไปประชุมต่อที่เกาหลีใต้ คาดว่าจะกลับมาถึงในที่ 1 พ.ย. ขอไปให้สอบถามนายกรัฐมนตรีเองจะดีกว่า เพราะมีอำนาจเพียงคนเดียวในการจะประกาศยุบสภาหรือไม่ยุบสภา

