หน้าแรก การเมือง รบ.ยัน MOU แร...

รบ.ยัน MOU แรร์เอิร์ธ ไม่ผูกพันกฎหมาย เลิกได้ กฤษฎีกาชี้ผ่านครม.นัดพิเศษแล้ว

29.10.25 | 06:04 น.

รบ.ยัน MOU แรร์เอิร์ธ ไม่ผูกพันกฎหมาย เลิกได้ กฤษฎีกาชี้ผ่านครม.นัดพิเศษแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม กรณีการลงนามเอ็มโอยูแรร์เอิร์ธกับสหรัฐอเมริกา ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าเป็นการลงนามว่าถ้าในอนาคตวันหนึ่งเกิดมีแร่อะไรในไทยขึ้นมาแล้วทำให้เกิดประโยชน์กับปไทยอาจมีการศึกษาและแสวงหาความร่วมมือร่วมกันกับสหรัฐฯ เขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่า และมีช่องทางการตลาดที่มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเซ็นกับเขาฝ่ายเดียว และไม่ใช่เป็นเรื่องการให้สัมปทานถึงเซ็นเอ็มโอยู ยืนยันว่าไม่ได้เให้สัมปทานรายเดียว ไม่มีผลผูกพันใดๆ ทางกฎหมาย ถ้าดูแล้ววันนั้นประเทศไทยทำได้เองมีช่องทางการตลาดเอง นำเทคโนโลยีมาทำได้เอง ก็ยกเลิกเอ็มโอยูมาทำเอง

เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญทำไมไม่เปิดเผยก่อนการลงนาม นายอนุทิน กล่าวว่า เขาดำเนินการโดยผ่านการพูดคุยกัน และทำความตกลงกันกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ ถ้าไทยมีท่าทีเป็นมิตร แล้วไทยไม่ได้เสียเปรียบอาจทำให้การเจรจาการค้าเรื่องภาษีหรือเรื่องอื่นๆ ก็จะเป็นผลบวก

“ไม่มีลักไก่ ถ้าลักไก่จะผ่านมติ ครม.ได้อย่างไร” นายอนุทินกล่าว และว่า ไม่มีการกดดันใดจากสหรัฐ และไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อการรักษาสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจ เจอกับจีนก็อธิบายให้เขาฟัง

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า จากกเว็บไซต์ทำเนียบขาวเผยแพร่รายละเอียดของ MOU ดังกล่าว ไม่ผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ฉะนั้นไม่ถือเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์ไว้

Advertisement

เมื่อถามว่าสหรัฐอเมริกากดดันไทยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะคล้ายกับการตกลงกันอย่างไรในเบื้องต้น และไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายไทย และไม่ใช่แค่สหรัฐฯมาลงทุนที่ไทยอย่างเดียว ไทยก็มีโอกาสไปลงทุนที่สหรัฐฯ ด้วยเหมือนกันหากมีความสามารถ ฉะนั้นเป็นเหมือนการต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน ส่วนรายละเอียดต้องไปว่ากัน และต้องว่ากันตามกฎหมายแร่ของไทยที่ระบุไว้ว่าจะต้องมีการเปิดประมูลและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ยืนยันว่ากฎหมายไทยครอบคลุมในเรื่องนี้ การลง MOU ในครั้งนี้คล้ายกับที่ไทยไปลงนามกับประเทศอื่น และเขาไม่ได้ทำกับเราประเทศเดียว ทำทั้งกัมพูชา มาเลเซีย สามารถยกเลิกได้ เพราะมีข้อยกเลิกไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามMOU เคยนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมครม.นัดพิเศษแล้ว ซึ่งมีการพิจารณากันอย่างละเอียด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ช่วยดูในเรื่องของถ้อยคำ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนกฤษฎีกาดูในเรื่องกฎหมายดูครบในทุกมิติ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดูอย่างรอบคอบ นำเข้าคณะรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาพิจารณาแล้ว กฤษฎีกาฯ ให้ความเห็นว่าไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย สามารถยกเลิกได้ ทุกอย่างเขียนใน MOU ชัดเจน

นางศุภจี ยังมั่นใจว่า MOU นี้ไม่มีผลในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ เพราะไม่ได้ผูกมัดให้ไทยเลือกข้างสหรัฐฯ และจีนก็แสดงความจำนงว่าพร้อมร่วมมือกับไทยแล้วด้วย

“เราไม่มีแรร์เอิร์ธนะคะ แต่จีนมีอยู่ 90% จากจำนวนแรร์เอิร์ธที่มีในโลก ปัจจุบันเรามีไม่เยอะมาก แต่อาจมีในอนาคตก็ได้ และอาจมีแรร์เอิร์ธบางตัว ก็เป็นไปได้ การที่เราเซ็นกับสหรัฐฯ ได้ เราเซ็นกับจีนก็ได้ ไม่ใช่การค้า เหมือน FTA เราเป็นภาคีกับประเทศนี้ก็ไม่ใช่จะให้ประโยชน์กับประเทศนี้เท่านั้น เราจะดูแลให้อีกประเทศหนึ่งได้เหมือนกัน”นางศุภจีกล่าว