‘อนุทิน’ ถกทวิภาคี ‘ฮุน มาเนต’ ย้ำ 4 เงื่อนไขขอเขมรจริงใจ ไทยถอนรถถังต่อหน้าเอโอทีแล้ว

29.10.25 | 06:40 น.

‘อนุทิน’ ถกทวิภาคี ‘ฮุน มาเนต’ ย้ำ 4 เงื่อนไขขอเขมรจริงใจ ไทยถอนรถถังต่อหน้าเอโอทีแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หารือทวิภาคีกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม โดยนายกฯย้ำว่า การลงนามถ้อยแถลง (Joint Declaration) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นพื้นฐานสำหรับสองประเทศที่จะเดินหน้า แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะต้องมีการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง และจริงใจ การหารือในวันเดียวกันนี้จึงมุ่งเน้นความจำเป็นที่สองประเทศจะต้องร่วมมือกัน เพื่อเดินหน้านำข้อตกลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยนายอนุทินย้ำความสำคัญใน 4 ประเด็นที่ได้ตกลงกัน เพื่อการลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน ได้แก่ 1.การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนกลับสู่ที่ตั้งปกติ 2.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด 3.การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ และ 4.การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

นายกฯระบุว่า แม้กระบวนการถอนอาวุธหนักได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ไทยต้องการเห็นการเดินหน้าถอนอาวุธหนักอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนบริเวณชายแดน รวมถึงต้องการเพิ่มความเข้มข้นในการประสานงานเพื่อการปฏิบัติตามในเรื่องอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะการประสานงานประเด็นปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลงพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ นายกฯทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางเพิ่มการสื่อสารทางการทูต โดยจะมอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายพบหารือกันโดยเร็วกองทัพไทย ปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ ถอนอาวุธหนักชายแดน ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) พร้อม เปิดภาพ ถอนรถถัง กลับหน่วยที่ตั้ง

พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team : AOT) ประกอบด้วย Major Jaffny จากประเทศมาเลเซีย และ Master Sergeant Apolonio จากฟิลิปปินส์ ได้ร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบขั้นตอนการเคลื่อนย้ายรถถัง M60A3 จำนวน 2 คัน กลับสู่ที่ตั้งหน่วย จังหวัดสระบุรี ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การเข้าสังเกตการณ์ครั้งนี้ได้รับการอำนวยความสะดวกโดย พันเอก ณัฐพล บุญกระพือ เสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ณ กองพันทหารม้าที่ 17 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามพันธกรณีใน “ข้อตกลงร่วมไทย-กัมพูชา” ที่ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ประเทศมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อมั่น ลดความตึงเครียด และวางรากฐานแห่งความร่วมมือในระยะยาว

Advertisement

โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็น “วัน D-Day ของการเริ่มต้นถอนอาวุธหนัก ตามข้อตกลงไทย-กัมพูชา” แม้จะเป็นเพียงขั้นตอนแรก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึง ความมุ่งมั่นแน่วแน่ของกองทัพไทย ในการปฏิบัติตามเจตนารมณ์แห่งข้อตกลงร่วม เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยและมั่นคงตามแนวชายแดน ลดความหวาดระแวง และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กองทัพไทยได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนรถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่แนวชายแดน เพื่อลดระดับความตึงเครียดและความกดดันที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมยืนยันการใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา เพื่อคงไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ทั้งสองฝั่งชายแดน