หน้าแรก การเมือง พิพัฒน์เร่งดั...

พิพัฒน์เร่งดันไทยเป็นฮับการบิน ซีอีโอสกาย ไอซีที ทุ่ม 6.3 พันล้านพัฒนาเทคโนโลยี 13 สนามบิน

29.10.25 | 18:10 น.

พิพัฒน์เร่งดันไทยเป็นฮับการบิน ซีอีโอสกาย ไอซีที ทุ่ม 6.3 พันล้านพัฒนาเทคโนโลยี 13 สนามบิน

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาหัวข้อ “จากสนามบินสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ เส้นทางสู่เอวิเอชั่น ฮับ สร้างมูลค่าเพิ่ม 33,000 ล้านต่อปี” โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน), นายสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่บริษัท บริการภาคพื้นดิน ท่าอากาศยานไทย จำกัด, นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และ น.ส.ปวีณา จริยวุฒิพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมสัมมนา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถเป็นเอวิเอชั่น ฮับ เพราะตั้งอยู่กึ่งกลางมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญเป็นศูนย์กลางของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 2 ประเทศคือ อินเดีย และจีน ทั้งยังเป็น “ประตูสู่อินโดจีน” จึงได้เปรียบหลายประเทศ ไม่ว่าลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ล้วนต้องผ่านกรุงเทพฯ

“ประเทศไทยวันนี้มีโอกาส มีความพร้อมมาก ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA) แต่ทำอย่างไรจึงจะดึงการเดินทางทางอากาศไม่ว่าการขนส่งผู้โดยสาร หรือการขนส่งสินค้าให้เข้ามาในประเทศไทย บริษัทการบินไทยต้องหาทางขยายเส้นทางการบินเพิ่มขึ้น” นายพิพัฒน์กล่าว

Advertisement

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ผู้บริหารท่าอากาศยาน ผู้บริหารการบินพลเรือน ต้องหาวิธีทำอย่างไรที่จะไปเชิญสายการบินต่างๆ บินเข้ามา โดยกระจายไปยังสนามบินอื่นในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ กระบี่ เป็นการบ้านที่ต้องไปทำ บริษัทการบินไทยวันนี้เริ่มมีกำไรและมีการสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งจากอเมริกา 80 ลำ สะท้อนว่าไทยกำลังก้าวสู่เอวิเอชั่น ฮับ ของภูมิภาค ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดันให้เดินไปถึงจุดนั้นให้ได้

“ฝากถามทางการท่าอากาศยานฯและการบินพลเรือนว่าเมื่อไหร่จะมีโรงซ่อมเครื่องบินในไทย ถ้าจะเป็นเอวิเอชั่น ฮับ ต้องมีโรงซ่อมเครื่องบินเคยมีข่าวว่าแอร์บัสจะมาสร้างที่อู่ตะเภา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ประเทศไทยพร้อมจะเป็นเอวิเอชั่น ฮับ เสียอย่างเดียวขาดโรงซ่อมเครื่องบิน” นายพิพัฒน์กล่าวและว่า แผนระยะสั้นของกระทรวงคมนาคมที่จะไปสู่เอวิเอชั่น ฮับคือ การเชื่อม 3 สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมืองและอู่ตะเภาเพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวมากขึ้น จะพยายามทำเรื่องนี้ให้จบให้ได้ข้อสรุประดับหนึ่ง

ด้าน พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ผู้โดยสารเดินทางมาไทยไม่ใช่เพื่อไปประเทศอื่น เรามีผู้โดยสารทรานส์ซิตไม่ถึง 5% ทุกคนอยากมาประเทศไทย ทำอย่างไรจะเป็นฮับ ตอนนี้เอโอทีทำมาสเตอร์แพลนศูนย์ซ่อมบำรุงที่สุวรรณภูมิแล้ว กำลังจะเกิดขึ้นพร้อมกับศูนย์ฝึกอบรมที่ฝึกอบรมทั้งนักบิน ลูกเรือ ช่างที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ และจะต้องสร้างท่าจอดเครื่องบินส่วนตัวสำหรับมหาเศรษฐีในการขนส่งสินค้าก็ต้องรวดเร็ว

พล.อ.อ.มนัทกล่าวว่า มี 2 เรื่องที่ CAAT จะทำให้สำเร็จ คือการใช้โดรนในการขนส่งผู้โดยสาร จากปัจจุบันผู้โดยสารลงเครื่องที่สุวรรรภูมิต้องนั่งรถชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงโรงแรม แต่ถ้ามีโดรนใช้เวลาเพียง 15 นาที ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ของไอเคโอในปี 2569 ที่เมืองทองธานี วันนั้นจะสาธิตขนส่งผู้โดยสารจากสนามบินดอนเมืองไปลงที่สระน้ำข้างเมืองทองด้วย

ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ซีอีโอบริษัทการบินไทยฯ กล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นเอวิเอชั่น ฮับ ว่า อยู่ในแผนยุทธศาสตร์อยู่แล้ว การจะเป็นฮับได้ มี 1.การเชื่อมโยงเครือข่าย ถ้าไม่มีทางเลือกให้ผู้โดยสารมากเพียงพอเขาก็ไม่เดินทางผ่านประเทศไทย 2.เวลาในการต่อเครื่องต้องไม่นานเกินไป 3.เรื่องความสามารถในการรับผู้โดยสาร(ที่นั่ง) 4.การใช้เวลาอยู่ภาคพื้นดิน การบินไทยเคยมีเครื่องบิน 103 ลำเมื่อปี 2019 พอมีปัญหาเริ่มลดจำนวนเครื่องลง ปัจจุบันเหลืออยู่ 77 ลำ แต่ในปี 2576 จะเพิ่มเป็น 150 ลำ คนอาจตกใจ แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นเรื่องเครือข่ายก็ไม่เกิด นี่คือโอกาสของประเทศ โดยปี 2569 จะรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงสิ้นปีหน้า 17 ลำ

นายชายกล่าวว่า ส่วนเรื่องปรับโครงสร้างเพิ่มจำนวนกรรมการในบอร์ดการบินไทยจาก 11 เป็น 15 คนที่เป็นข่าวในเวลานี้ เหตุผลคืออยากได้จำนวนบอร์ดอิสระเพิ่มเติม เพราะตามข้อบังคับของ ก.ล.ต.ต้องมีกรรมการชุดย่อยอย่างน้อย 2 ชุด เพื่อความรู้ความสามารถที่หลากหลายในเรื่องธุรกิจการบิน ดังนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ถือหุ้นที่จะใช้สิทธิเลือกกรรมการบอร์ดเพิ่มเติม ส่วนคุณสมบัติของบอร์ดอยากได้กรรมการที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจการบิน ไม่ใช่ความสามารถในการบิน หรือในการเป็นผู้โดยสาร

ขณะที่นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทสกาย นำเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาในสนามบินเกือบ 6 ปีแล้ว เพื่อให้การทำงานบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีตั้งแต่ระบบเอไอ หุ่นยนต์ ระบบการเช็กอิน การตรวจเช็กหนังสือเดินทาง การผ่านประตูอัตโนมัติเพื่อเข้าสู่เกตเวย์ บอร์ดดิงพาส โดยใช้ภายในสนามบินทั้ง 13 แห่งภายใต้การท่าอากาศยานและกรมท่าอากาศยานเป็นเงินลงทุน 4,200 ล้านบาท ล่าสุดมีการใช้ไบโอแมตตริกซ์ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ถือเป็นระบบที่ดีที่สุดและมีมาตรฐานเดียวกันกับสนามบินใหญ่ทั่วโลกที่ใช้ ไม่ว่าสหรัฐอเมริกา เกาหลี

นายสิทธิเดชกล่าวว่า อีกโครงการที่ให้บริการคือ ข้อมูลผู้โดยสารเดินทางเข้าออกประเทศ ต้องตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจเช็กประวัติอาชญากร หรือตรวจสอบว่าอยู่ในบัญชีดำหรือไม่ ก่อนเข้าและออกนอกประเทศ ถือเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ ทั้งสองโครงการนี้ลงทุนรวมแล้ว 6,300 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนของบริษัทสกายฯ 100 เปอร์เซ็นต์

นายสิทธิเดชกล่าวด้วยว่า รายได้ของสกายมาจากจำนวนผู้ใช้บริการ มีผู้ใช้งานมากเท่าไหร่ก็มีรายได้มากเท่านั้น ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้โดยสารมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยผู้โดยสารภายในประเทศอัตราเฉลี่ยโตเพิ่มขึ้น 4.3-14.6% แล้วแต่สนามบิน ที่ตรัง พิษณุโลก อุบลราชธานี ขอนแก่น มีอัตราการเติบโตของผู้โดยสาร 9 เดือนของปีนี้อยู่ที่ 16.6% สนามบินหลักอย่าง ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย เติบโตเพิ่มขึ้น 4.3% แสดงว่าการเดินทางในประเทศช่วยพยุงอัตราการตกลงของจำนวนนักท่องเที่ยวได้ 6% อนาคตถือเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเป็นบวก

น.ส.ปวีณา จริยวุฒิพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า สัดส่วนรายได้ท่าอากาศยานที่มาจากการบินโดยตรง เช่น ค่าบริการลงจอดและค่าบริการผู้โดยสารขาออก และรายได้อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินโดยตรง เช่น รายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานมีสัดส่วน 50/50

“บริษัทท่าอากาศยานไทยมีแผนพัฒนาเพิ่มเติมไปสู่ความเป็นฮับ อยู่ระหว่างการนำเสนอ ครม. โดยสร้างระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน โดยขนาดอาคารใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ตัดหลุมจอดเพื่อพื้นที่เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่อง เพิ่มพื้นที่คลังสินค้า ทำให้เป็นฮับได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ว่างอีก 3 ไร่ เพื่อทำคาร์โก้กราวด์เซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์สนับสนุนธุรกิจการบิน มีธุรกิจขนส่งเพิ่มเข้ามา เพิ่มพื้นที่ให้รถบรรทุกเข้ามาจอดเพื่อบรรทุกสินค้า และมีฟรีโซนเป็นธุรกิจที่เพิ่มรายได้ให้เอโอที ยกตัวอย่างที่สุวรรณภูมิ การเติบโตของผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ความสามารถในการรองรับอยู่ที่ 60 ล้านคน เวลานี้แน่นมาก ทำให้ต้องสร้างส่วนต่อขยายของอาคารอีก และสร้างเซาธ์เทอร์มินอล ลงทุน 2 แสนล้านบาท คาดว่าใช้เวลา 4-5 ปี จะเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ในปี 2576” น.ส.ปวีณากล่าว