“โรม” ชงญัตติด่วน จี้นายกฯ ปราบสแกมเมอร์ ดึงนานาชาติร่วมปฏิบัติการ ไม่ใช่แค่เดินไปคุย แนะออก พ.ร.ก.ปราบ ยกเครดิต “ชาดา” มองออกใครเป็นโจร ลั่นควรสร้างอนุสาวรีย์ให้ ซัด รัฐบาลซื้อเวลาไร้ความคืบหน้า หวั่นไทยกลายเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน ห่วงทุนเทาฮุบอำนาจ ชี้ เลือกตั้งรอบหน้าอาจมี 4 พรรค “สีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีดำ” ฉะ “ธรรมนัส” ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา จำนวน 3 ญัตติ เกี่ยวกับข้อตกลงที่นายกฯไปเซ็นที่มาเลเซีย 3เรื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการฟอกเงิน ของ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณา โดยที่ประชุมให้พิจารณาไปคราวเดียวกัน
นายรังสิมันต์ อภิปรายว่า ประเทศไทยมีมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ และอินเตอร์เน็ต เป็นการนับหนึ่งที่น่าเสียดาย ว่าไม่พบการขยายผลเพื่อระงับยับยั้งความเสียหาย รวมถึงดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น หม่อง ชิตตู ผู้นำกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง แม้ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดแล้ว แต่พบว่าเรื่องยังค้างอยู่แบบนั้น รวมถึงกลุ่มไทยเทาด้วย ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าการตัดไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต หรือไม้แต่ระงับไม่ให้น้ำมันทั้งระบบไปที่แสกมเมอร์ ก็ไม่เกิดขึ้นจริง ฝ่ายที่ตัดคือฝ่ายกัมพูชา วันหนึ่งหากเขาต่อใหม่ ก็กลับไปสู่สภาพเดิม ถามว่าวันนี้เรารู้อาชญากรหรือไม่ เรารู้ แต่ถามว่าเออาจริงแค่ไหนก็ไม่มี วันนี้เราต้องยอมรับปัญหาสแกมเมอร์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ระหว่างกัมพูชากับประเทศไทย แต่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความร้ายแรงซับซ้อน และไม่ได้มีความร้ายแรงเฉพาะหลอกลวงเอาเงินของคนไม่ว่าจะไทย สหรัฐฯ จีน เพื่อเข้าไปสู่สแกมเมอร์เท่านั้น แต่คือกระบวนการการฟอกเงินจากเงินดำเป็นเงินขาว และนำไปดำเนินธุรกิจแข่งขันกับคนไทยกับคนทั่วโลกได้ ซึ่งประเทศไทยกำลังเป็นศูนย์กลางแบบนี้
นายรังสิมันต์ อภิปรายต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา แต่ความจริงอันโหดร้ายคือไม่สามารถจัดการกับเครสใหญ่ระดับโลกอย่าง บริษัทปรินซ์ กรุ๊ป ได้เลย เพราะบอกว่าต้องรอคดีมูลฐานถึงจะดำเนินการได้ ทั้งที่กฎหมายระบุว่าแค่เพียงสงสัยก็สามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ทำ ทั้งนี้ตนสงสัยว่าหากประเทศไม่ได้ประโยชน์จากแก๊งสแกมเมอร์ ทำไมถึงไม่ดำเนินการอะไน ส่วนตัวตนคิดว่าสิ่งที่เป็นเขื่อนกั้นไม่ให้กลไกของรัฐสามารภดำเนินการได้ ตนสงสัยว่าต้องมีนักการเมืองเทา เจ้าหน้าที่รัฐเทาหรือไม่ที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ถ้านายกฯอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้ อยากที่จะเป็นเจ้าภาพ อยากที่จะดึงสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี เข้ามาร่วมปฏิบัติการ ซึ่งตนมีข้อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ แก้ปัญหาสแกมเมอร์คือ 1.นโยบายเป็นรูปธรรมชัดเจน เช่น เอ็มโอยูกับประเทศต่างๆ ประกาศกรอบเวลาให้ชัด 2.มีแผนปฏิบัติการชัดเจน ตั้งศูนย์ยุทธการมอนิเตอร์ข้อมูลประเทศต่างๆ 24ชั่วโมง ตลอด 7 วัน ร่วมมือแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานของประเทศต่างๆ เช่น อินเตอร์โพล เพื่อปิดแหล่งอินเตอร์เนต แหล่งเงิน ทำลายโครงสร้างอาชญากรรม
3. กระทรวงดีอี แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อเป็นมาตรการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงประกาศให้ชัดเจนต่อการจับกุมบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ นอกจากนั้นขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยช่วงปิดสมัยประชุมอาจประกาศใช้ พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)เพื่อจัดการอย่างจริงจัง 4.ประกาศโครงสร้างทำงานให้ชัด ขอถามว่าวันนี้ในรัฐบาลปัจจุบันใครคือแม่ทัพเบอร์1 นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะนายกฯคนเดียวเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
5.วางกรอบเวลาและเคพีไอ แต่ละช่วงเวลาจะเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง รัฐบาลต้องแถลงต่อประชาชนให้ชัด บางคนเป็นอาชญากรตัวเอ้ จะถูกจับหรือไม่ บางคนไปเอาเงินมาจากไหน อยู่ๆมีเงินเป็นหมื่นๆ้านบาท แล้วอยู่ๆก็สามารถไปซื้อธุรกิจได้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น และ 6.เรื่องความเชื่อมั่นตนเข้าใจดีว่าการตั้งรัฐบาลนี้เป็นวิธีการที่แม้เคยเห็นมาก่อน มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย และเข้าใจว่าเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ และรมว.มหาดไทย ก็มีความพยายามไปรวบรวมเสียงให้ได้มากที่สุด
“แต่วันนี้เมื่อข้อมูลหลักฐานชี้ชัด ว่ามันมีนักการเมืองมีคนระดับรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกเชื่อมโยงไปกับแก๊งสแกมเมอร์ ทุกวันนี้ได้ฐานะรองนายกฯ เราเห็นรองนายกฯ หนีสื่อ หนีการตอบคำถามกรรมาธิการ ไม่ออกมาชี้แจง ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับฝ่ายค้าน เพื่อที่จะเคลียร์ความจริงว่าท่านไปเกี่ยวข้องกับคนอย่าง เบน สมิธ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน ได้อย่างไร ท่านไม่กล้าที่จะเผชิญความจริงเรื่องนี้ หมายความว่าความเชื่อมั่นที่ประชาชนเขามองอยู่ ก็ตั้งคำถามว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ได้อย่างไร ต่างชาติเผลอๆ รู้จักคุณธรรมนัสดีกว่าเราอีก” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนต้องให้เครดิตประธานวิปรัฐบาลว่าใครเป็นโจร เรื่องนี้ต้องขอบคุณควรสร้างอนุสาวรีย์ให้เลย ประธานวิปรัฐบาล รู้ว่าใครคือโจร นายกฯไม่รู้ใช่หรือไม่ ถ้าเรื่องนี้นายกฯไม่สามารถเคลียร์ให้จบได้ ไม่มีทางที่จะประชาชนจะเชื่อมั่นในการแก้ปัญหา ถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ไข คือทุนเทาจะยึดประเทศ เงินเหล่านี้ถูกฟอกในประเทศไทยผ่านธุรกิจต่างๆ ทั้งร้านอาหาร มูลนิธิ สมาคม ไปจนถึงบริษัทใหญ่ การที่ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน จะสร้างปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ปล่อยไว้ภาพลักษณ์ของเราจะไม่แตกต่างจากกัมพูชา หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภาพธุรกิจของไทยจะเกิดการแข่งขัน กับธุรกิจที่มีเงินไม่จำกัดเป็นเงินสีเทา เวลาเอาไปซื้อคอนโดหรือห้องชุดก็จะทำให้ค่าครองชีพของประเทศสูงขึ้นตาม ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ กิจการของคนไทยจะค่อยๆ ถูกซื้อโดยกลุ่มทุนเทา ประเทศไทยกำลังถูกทุนเทายึดประเทศ
“คนเหล่านี้ต้องการการปกป้องจากอำนาจรัฐ เขาจะซื้อข้าราชการไทย ต้องยอมรับว่าข้าราชการของเราจำนวนไม่น้อยเกี่ยวข้องกับทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่แล้ว เจอทุนเทาที่มีเงินไม่จำกัด ก็หวานหมู ถูกซื้อไปด้วย สุดท้ายซื้อการเมืองไทย เผลอๆ เลือกตั้งรอบนี้พรรคการเมืองที่แข่งขันอาจจะมีอยู่ 4 พรรค มีสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และมีสีดำ เผลอๆ เงินเหล่านี้ลงสู่การเลือกตั้งทั้งระบบ แล้วทำลายประเทศ ยึดอำนาจรัฐ หน่วยตรวจสอบทั้งหมดก็ทำอะไรไม่ได้ พวกผมก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน เจอนิติสงครามทุกรูปแบบ เผลอๆ เจอทุนเทาใช้นิติสงครามด้วย ไปกันใหญ่ วันนี้เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าพวกแก๊งสแกมเมอร์กำลังจะซื้อประเทศไทยของเราแล้ว นี่คือความจริงอันโหดร้าย” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือ การซื้อเวลาโดยที่ไม่ทำอะไร ไม่มีความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับสแกมเมอร์ รัฐบาลเพียงแต่ตั้งคณะกรรมการและไม่ได้มีแผนงานอย่างเป็นรูป จึงขอตั้งคำถามว่ารัฐบาลอยากปราบสแกมเมอร์จริงหรือไม่ หากอยากปราบสิ่งที่รัฐบาลต้องทำลำดับแรกคือการร้อยเรียงทุกหน่วยงาน กำหนดโครงสร้างเคพีไอมือปราบให้ชัด งบประมาณต้องใส่ลงไป เข้าใจว่ามีกฎหมายบางฉบับที่ค้างอยู่ที่กระทรวงการคลัง ซึ่งจะทำให้อำนาจของ กลต.เข้าถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทต่างๆ ซึ่งบางครั้งใช้บริษัทบังหน้า สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การปราบสแกมเมอร์อย่างแท้จริง
”ผมคาดหวังกับนายกฯ ทำหน้าที่สมกับความคาดหวังของประชาชน อย่าให้ประชาชนต้องเสียความคาดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เช่นนั้นประเทศไทยคงจะตกอยู่ภายใต้อาณาจักรสีเทา อาณาจักรเงามืด ที่ยึดประเทศของเรา“ นายรังสิมันต์กล่าว

