09.00 INDEX หมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สงคราม’สั่งสอน’ระหว่าง 2 ป๋าผู้ยิ่งใหญ่

1.03.16 | 08:54 น.

ไม่ว่ากรณีทุจริตในการก่อสร้าง“อุทยานราชภักดิ์” ไม่ว่ากรณีทุจริตในการขุดลอกคูคลอง ล้วนปรากฏ

“เป้าหมาย” อันแน่ชัด

เป้าหมายแรกอยู่ที่ “มูลนิธิราชภักดิ์”

เป้าหมายหลังอยู่ที่ “องค์การทหารผ่านศึก”

เมื่อสืบสาว “รายละเอียด” ให้ลึกซึ้งลงไปคล้ายกับคนที่ต้องรับผิดชอบในเบื้องต้นต่อกรณีอุทยานราชภักดิ์

Advertisement

เป็น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เพราะเป็นเจ้าของโครงการขณะดำรงตำแหน่ง “ผบ.ทบ.”

ขณะเดียวกัน มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ที่สำคัญ คือ ประธานมูลนิธิราชภักดิ์

เช่นเดียวกับโครงการขุดลอกคูคลองเป็นความรับผิดชอบขององค์การทหารผ่านศึก

อันเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ขึ้นตรงต่อ ปลัดกระทรวงกลาโหม

ขึ้นตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ไม่ว่ากรณีทุจริตการก่อสร้าง”อุทยานราชภักดิ์” ไม่ว่ากรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการขุดลอกคูคลองโดย “องค์การทหารผ่านศึก”

ล้วนวนเวียนอยู่ในกรอบแห่ง “กระทรวงกลาโหม”

พลันที่มีการเผยแพร่ “ข่าวลือ” การซื้อขายตำแหน่งนายพลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างอึกทึกครึกโครม

โดยมีการระบุว่า พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เอาการเอางานอย่างยิ่ง

เอาการเอางานถึงกับมีการพาดพิงไปถึงนายทหารระดับ “พล.อ.”ท่าน 1 ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้เป็นอย่างมาก

จึงมีการ”สั่งการ”ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมี”แอ๊กชั่น”

แอ๊กชั่น 1 ซึ่งรับรู้กันก็คือ มีการออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

ให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 มีนาคม

“หากไม่ไปตามหมายเรียก ก็จะมีการออกหมายจับ”

เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครมขึ้นมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ 1 คือ

บุคคลที่ถูกออกหมายเรียกเป็น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

และ 1 พล.อ.ที่ถูกกล่าวหาในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในแวดวงตำรวจพาดพิงไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พลันเรื่องของ”ตำรวจ”ก็กลายเป็น”เรื่องร้อน”

ยิ่งเมื่อมีการนำเอากรณี “อุทยานราชภักดิ์” และกรณี”องค์การทหารผ่านศึก”

มาผนวกเข้ากับกรณี”ซื้อขายตำแหน่งตำรวจ”

ก็ต้องเอามือ”ลูบอก”ด้วยความ”แปลกใจ”

เท่ากับถนนทุกสายแห่งการกล่าวหาในทางการเมือง กล่าวหาในประเด็นทุจริตกำลังมุ่งไปทาง “กระทรวงกลาโหม”

ถือเอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น”เป้า”

ไม่ว่าจะพิจารณาเรื่องทั้งหมดนี้บนฐานแห่ง “ทฤษฎีสมคบคิด” โดยเฉพาะเมื่อมีชื่อของบุคคล 2 คนเข้ามาเกี่ยวข้อง

1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

และ 1 ซึ่งทำให้ความร้อนของเรื่องราวเพิ่มอาการ”ฉ่า”เป็นทบเท่าทวีคูณ คือ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

เพราะว่าเคยเป็นคนของ”บ้านสี่เสา”

เพราะว่าเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นสมาชิก”สปช.”อันเป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สายหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

ทั้งสนใจเป็นพิเศษเรื่องการปฏิรูป”ตำรวจ”

เหมือนกับว่า การขุดคุ้ยในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในแวดวง “ตำรวจ”จะทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นตำบลกระสุนตก

แต่ “หมายเรียก” จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เท่ากับ”เอาคืน”

นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ นำไปสู่การขยายความในลักษณะบานปลายทำให้เกิดการประจันหน้าระหว่าง “2 ป๋า”

แค่คิดเรื่องก็”ร้อน”แล้ว