ไม่ว่ากรณีทุจริตในการก่อสร้าง“อุทยานราชภักดิ์” ไม่ว่ากรณีทุจริตในการขุดลอกคูคลอง ล้วนปรากฏ
“เป้าหมาย” อันแน่ชัด
เป้าหมายแรกอยู่ที่ “มูลนิธิราชภักดิ์”
เป้าหมายหลังอยู่ที่ “องค์การทหารผ่านศึก”
เมื่อสืบสาว “รายละเอียด” ให้ลึกซึ้งลงไปคล้ายกับคนที่ต้องรับผิดชอบในเบื้องต้นต่อกรณีอุทยานราชภักดิ์
เป็น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เพราะเป็นเจ้าของโครงการขณะดำรงตำแหน่ง “ผบ.ทบ.”
ขณะเดียวกัน มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ที่สำคัญ คือ ประธานมูลนิธิราชภักดิ์
เช่นเดียวกับโครงการขุดลอกคูคลองเป็นความรับผิดชอบขององค์การทหารผ่านศึก
อันเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
ขึ้นตรงต่อ ปลัดกระทรวงกลาโหม
ขึ้นตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ไม่ว่ากรณีทุจริตการก่อสร้าง”อุทยานราชภักดิ์” ไม่ว่ากรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการขุดลอกคูคลองโดย “องค์การทหารผ่านศึก”
ล้วนวนเวียนอยู่ในกรอบแห่ง “กระทรวงกลาโหม”
พลันที่มีการเผยแพร่ “ข่าวลือ” การซื้อขายตำแหน่งนายพลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างอึกทึกครึกโครม
โดยมีการระบุว่า พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เอาการเอางานอย่างยิ่ง
เอาการเอางานถึงกับมีการพาดพิงไปถึงนายทหารระดับ “พล.อ.”ท่าน 1 ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้เป็นอย่างมาก
จึงมีการ”สั่งการ”ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมี”แอ๊กชั่น”
แอ๊กชั่น 1 ซึ่งรับรู้กันก็คือ มีการออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป
ให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 มีนาคม
“หากไม่ไปตามหมายเรียก ก็จะมีการออกหมายจับ”
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครมขึ้นมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ 1 คือ
บุคคลที่ถูกออกหมายเรียกเป็น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป
และ 1 พล.อ.ที่ถูกกล่าวหาในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในแวดวงตำรวจพาดพิงไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พลันเรื่องของ”ตำรวจ”ก็กลายเป็น”เรื่องร้อน”
ยิ่งเมื่อมีการนำเอากรณี “อุทยานราชภักดิ์” และกรณี”องค์การทหารผ่านศึก”
มาผนวกเข้ากับกรณี”ซื้อขายตำแหน่งตำรวจ”
ก็ต้องเอามือ”ลูบอก”ด้วยความ”แปลกใจ”
เท่ากับถนนทุกสายแห่งการกล่าวหาในทางการเมือง กล่าวหาในประเด็นทุจริตกำลังมุ่งไปทาง “กระทรวงกลาโหม”
ถือเอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น”เป้า”
ไม่ว่าจะพิจารณาเรื่องทั้งหมดนี้บนฐานแห่ง “ทฤษฎีสมคบคิด” โดยเฉพาะเมื่อมีชื่อของบุคคล 2 คนเข้ามาเกี่ยวข้อง
1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
และ 1 ซึ่งทำให้ความร้อนของเรื่องราวเพิ่มอาการ”ฉ่า”เป็นทบเท่าทวีคูณ คือ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป
เพราะว่าเคยเป็นคนของ”บ้านสี่เสา”
เพราะว่าเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นสมาชิก”สปช.”อันเป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สายหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ทั้งสนใจเป็นพิเศษเรื่องการปฏิรูป”ตำรวจ”
เหมือนกับว่า การขุดคุ้ยในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในแวดวง “ตำรวจ”จะทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นตำบลกระสุนตก
แต่ “หมายเรียก” จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เท่ากับ”เอาคืน”
นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ นำไปสู่การขยายความในลักษณะบานปลายทำให้เกิดการประจันหน้าระหว่าง “2 ป๋า”
แค่คิดเรื่องก็”ร้อน”แล้ว

