ไอซ์ รักชนก จัดหนัก แฉ แก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงินดำเป็นขาว ทั้งเปิดเว็บพนัน-เว็บขายลอตเตอรี่-ขายของถูก-ซื้ออสังหา-ทำมูลนิธิ นำเงินทุนเล่นการเมือง เข้าสู่อำนาจรัฐ คุมเกมเอง ซัด “ธรรมนัส-ชนนพัฒฐ์” ถ้าใสจริง ไม่แป้ง ไม่เทา ใช้โอกาสแจงให้ชัด หากไม่ใส ควรมีคนติดคุก
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ ว่า ขอตั้งข้อสังเกตที่ประเทศไทยไม่สามารถจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ซ้ำซากได้ ทั้งที่ประเทศไทยเสียหายเป็นลำดับต้นๆ หรือเรามีศักยภาพน้อยกว่าสหรัฐ อังกฤษ เกาหลีใต้ หรือไม่รู้วิธีจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งไม่น่าจะใช่ แต่ที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินและยาเสพติดได้เป็นเพราะมีตัวการใหญ่อยู่ในรัฐบาลหรือไม่
ตนอยากชี้ให้เห็นว่า กระบวนการเหล่านี้เขาทำงานอย่างไร เริ่มจากหลอกเงินประชาชนด้วยการทำเว็บพนัน หรือหลอกเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุน หลังจากได้เงินมาแล้ว เงินพวกนี้ก็เอาไปใช้การต่อไม่ได้ เพราะเป็นเงินสีดำ ซึ่งกระบวนการที่จะทำให้เงินสีดำเป็นสีขาวได้อย่างแรกคือ กาสิโน หรือเอาไปฟอกในลอตเตอรี่ โดยการไปซื้อจากคนที่ถูกรางวัล รางวัลที่ 1 จำนวน 10, 20, 30 ใบ โดยขอซื้อต่อด้วยราคาที่สูงกว่า ซึ่งจะทำให้เงินสีดำกลายเป็นเงินสีขาวได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตามหาโควต้าลอตเตอรี่หลายแสนใบมาเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นก็เปิดเว็บขายลอตเตอรี่จะได้เข้าถึงผู้ถูกรางวัลได้ง่ายขึ้น นี่คือวิธีการฟอกเงินผ่านโควต้าลอตเตอรี่

น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า มีการฟอกเงินผ่านการตั้งร้านขายของในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ร้านที่ขายของถูกมากๆ เงินที่ขาดทุนเขาไม่เสียดายเพราะคือเงินที่นำมาฟอกให้สีขาว และเมื่อเงินที่ถูกฟอกจากกระบวนการเหล่านี้ เขาก็เอาไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จะซื้อราคาแพงเท่าไหร่ก็ได้ ไม่อั้น ทั้งย่านห้วยขวาง เยาวราช ทุกวันนี้ผู้ประกอบการคนไทย แทบจะสู้ราคาไม่ไหว และหลายโซนที่มีปัญหาตอนนี้ ที่ทำธุรกิจจริงสู้ราคาไม่ไหว และบางส่วนก็เอาไปปั่นในหุ้น เช่น หุ้นบางจากที่ทั้งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นข้อสังเกตว่ามีความพยายามที่จะฮุบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ผ่านเงินที่ฟอกมาจากแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้หรือไม่ แต่บางคนก็เอาเงินเหล่านี้มาลงทุนทำงานการเมือง เข้าสู่อำนาจรัฐจะได้คุมเกมได้ด้วยตัวเอง
เงินสีเทาที่ฟอกจนสะอาด คือเงินที่เอามาซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้งแบบจ่ายไม่อั้น ก็ยังนำบางส่วนมาสร้างเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์เอาไปตั้งมูลนิธิ โดยใช้เงินเหล่านี้ไม่อั้น ไปซื้อของแจก ติดไฟ สร้างถนนให้ชาวบ้าน จนสุดท้ายอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ก็มีคะแนนนิยม แล้วเอาคะแนนนิยมมาซัพพอร์ตพรรคการเมืองที่ให้ต้นทุนทางสังคมกับตัวเอง
“นี่คือกระบวนการที่ทำให้คนเหล่านี้เข้าสู่อำนาจรัฐได้ สำหรับดิฉันน่าเศร้าใจอย่างยิ่งเพราะเงินที่เอามาซื้อเสียงหรือให้ชาวบ้าน สิ่งของที่ประชาชนได้รับ แล้วซึ้งใจเสียเหลือเกินว่าคนเหล่านี้เป็นคนดี มันอาจเป็นเงินก้อนเดียวกับที่ญาติหรือคนในชุมชนถูกหลอกจากแก๊งสแกมเมอร์ก็ได้
ที่ดิฉันอธิบายมาทั้งหมดตอบคำถามที่ว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถจัดการแก๊งสแกมเมอร์ได้ เพราะเราอาจจะไม่รู้ตัวว่าแก๊งสแกมเมอร์ตัวใหญ่ๆ วันนี้อาจจะเข้ามามีอำนาจรัฐแล้ว เพราะมีหลายคนที่อยู่ในรัฐบาลนี้ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าใสจริง ไม่จริง เทาหรือไม่เทา แต่ไม่มีการดำเนินการอะไรให้ชัดเจน เช่น นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง ที่ถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ แม้จะลาออกก็ไม่ควรจบแค่นั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องสืบว่าที่ถูกกล่าวหาเป็นจริงหรือไม่
ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีความสนิทสนมกับคนที่ถูกกล่าวว่าเป็นตัวเอ้ของแก๊งสแกมเมอร์ และตัวพ่อของการฟอกเงิน ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสไม่เคยเข้ามาชี้แจงต่อสภาเลย ได้แต่ตอบสื่อ ถามคำตอบสองคำ โดยไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าคนรอบตัว ร.อ.ธรรมนัส มีแต่คนดีๆ ทั้งนั้น ซึ่งไม่ได้มีแค่นายเบน สมิธ แต่มีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ที่ออกมาขอโทษแทน ส.จ.กอล์ฟ ว่าไม่มีเอี่ยวเว็บพนัน ซึ่งคนนี้อาจจะเป็น ช. ที่หลายๆ คนตามหา ซึ่งดิฉันเชื่อว่าคนใต้รู้ดีกว่า สามารถตัดสินใจเองได้ว่าคนที่ถูกครหาเช่นนี้ สมควรจะได้รับการสนับสนุนให้มีอำนาจต่อไปหรือไม่ ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะชี้แจงในสภาแห่งนี้ได้ แต่น่าเสียดายที่ ส.ส.พรรคกล้าธรรมไม่อยู่ในสภาสักคน ดิฉันจึงอภิปรายได้สบาย ไม่มีใครประท้วง” น.ส.รักชนกกล่าว
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า การที่ประเทศไทยไม่สามารถจัดการปัญหาสแกมเมอร์ได้เป็นเพราะเรามีโจรอยู่ในรัฐบาลหรือไม่ แล้วโจรก็ไม่จับโจร แต่ป้องกันและปกป้องกันเอง และไม่มีโจรที่ไหนยอมรับว่าตัวเองเป็นโจร ยกเว้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาลมาการันตีให้
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตนมีทั้งหมดยินดีมอบให้รัฐบาลถ้ารับปากว่าจะเอาจริงเอาจังจัดการเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส และนายชนนพัฒฐ์ ทำ ไม่ใช่แค่การไปออกสื่อฟอกขาวตัวเอง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือเอาคนเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับคนเหล่านี้ด้วย
“ถ้าใสจริง สะอาดจริง ไม่ได้แป้งจริง ไม่ได้เทาจริง เขาก็ควรได้รับความยุติธรรม แต่ถ้าไม่ใสจริงก็ควรต้องมีใครติดคุกได้แล้ว และย้ำว่าพรรคประชาชนเอาจริง ถ้าวันไหนที่เรามีอำนาจรัฐ มีเราไม่มีเทา ไม่มีไทยเทามากัดกินเป็นเห็บหมัดมากัดกินประเทศไทยแน่นอน” น.ส.รักชนกกล่าว

