หน้าแรก การเมือง กัน จอมพลัง โ...

กัน จอมพลัง โชว์หนังสือ ตร.-ทหาร ขอช่วยชายแดน โฆษกทบ. ยัน ไม่มีนโยบายรับบริจาค

30.10.25 | 18:11 น.

กัน จอมพลัง แจงกมธ. ยันมีทั้งตร.-ทหารขออนุเคราะห์ช่วยชายแดน ไอซ์ ขอเอกสารทตรวจสอบ ย้ำไม่กระทบชั้นผู้น้อย โฆษกทบ.ยันไม่ขาดแคลนยุทโธปกรณ์ หน่วยงานภายนอกแสดงน้ำใจได้ ไม่มีนโยบายรับเงินบริจาค หากเข้าข่ายฉ้อโกงให้แจ้งความดำเนินคดี

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา ที่ประชุมคณะกรรมาธิการทหาร​ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. ได้เรียกกองทัพ​ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ​ นายกัณฐัศว์ พงศ์​ไพบูลย์​เวชย์ หรือ​ กัน​ จอมพลัง มา​ชี้แจงข้อเท็จจริงการบริหารทรัพยากรของกองทัพในเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา​ หลังมูลนิธิ​ กัน​ จอมพลัง​ ลงไปช่วยและรับบริจาคสิ่งของ จนถูกตั้งคำถามถึงงบประมาณของกองทัพ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก​ และ นายกัน จอมพลัง​ ขอเข้าร่วมประชุมทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์​ แล้ววันนี้กรรมาธิการยังเชิญ น.ส.รักชนก​ ศรีนอก​ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน​ เข้าร่วมซักถามด้วย​

โดยระหว่างรอการประชุม​ น.ส.รักชนก​ได้สอบถามฝ่ายเลขา ต้องการเอกสารชี้แจงจากกองทัพและอยากขอดู statement ของมูลนิธิกัน จอมพลัง​ รวมไปถึงใบเสร็จการใช้จ่ายต่างๆ ว่า​ เงินบริจาคดังกล่าว​ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่​ เช่น​ การซื้อยางรถยนต์​ ที่มีเอกสารปลอมหลุดออกมาก่อนหน้านี้​

จากนั้น​เวลา​ 16.28 น.​ กัน​ จอมพลัง​ เข้าสู่ห้องประชุมผ่าน​วิดีโอคอนเฟอเรนซ์​ โดยขอใช้เวลาชี้แจงเพียง 20 นาที​ เนื่องจากติดภารกิจขายสินค้า​ โดยประธานกรรมาธิการ​เริ่มตั้งคำถาม​ว่า​ อยากเห็นหนังสือการขอความอนุเคราะห์ทั้งหมดจากกองทัพ​ มีหน่วยงานไหนบ้างและขออะไรบ้าง​ ทำให้​ กัน​ จอมพลัง​ โชว์หนังสือขอความอนุเคราะห์ ก่อนจะอ่านเนื้อหาให้ฟัง​ ความว่า​ หน่วยงานมีความต้องการเงินไปซื้อของ​ใช้ จากบริษัทหนึ่ง ​(มีการระบุชื่อบริษัท​มาเลย​)​ จึงมาขอความอนุเคราะ​ห์เงินจากมูลนิธิ เพื่อไปซื้อของที่ต้องการใช้​ อาทิ​ แผ่นเกาะแข็งป้องกันกระสุนระดับ 4​ จำนวน​ 250 แผ่น​ จากนั้นมูลนิธิก็โอนเงินไปที่บริษัทดังกล่าวเลย​โดยไม่ได้ผ่านหน่วยงาน​ ส่วนการส่งมอบสินค้า​ บริษัทก็ส่งให้หน่วยงานเลย​ ส่วนตัวจะไปร่วมถ่ายรูปตอนส่งมอบบ้าง​บางครั้ง​

Advertisement

ทั้ง​นี้​ กัน​ จอมพลัง​ ไม่ขอระบุว่า​มีหน่วยงานใดบ้าง​ และใครเป็นคนเซ็น​ เนื่องจากกังวลว่าผู้ขอความอนุเคราะห์จะได้รับผลกระทบ แต่ที่ผ่านมามีทั้งทหารและตำรวจที่ขอความอนุเคราะห์มา​

ทำให้​นายวิโรจน์​ ลักขณาอดิศร​ กรรมาธิการ ได้แสดงความคิดเห็นว่า​ เรื่องนี้ควรตั้งคำถามกับกองทัพ​ที่ไปขอความอนุเคราะห์​ยุทธภัณฑ์ที่เป็นเกรดทำสงครามกับมูลนิธิต่างๆ​ เพราะในช่วงเวลาแบบนี้กลไกของมูลนิธิเกิดขึ้นได้​ แต่กรณีนี้มองว่าเป็นประเด็นของกองทัพที่ไปขอรับบริจาคยุทธภัณฑ์จากเอกชนได้อย่างไร​

ส่วน น.ส.รักชนก​กล่าวเสริม อยากให้​ กัน​ จอมพลัง​ ส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์​มาให้กรรมาธิการทุกฉบับ​เพื่อปกป้องตัวเอง​

กัน​ จอมพลัง​ ยังชี้แจง​เรื่องการเข้าพื้นที่กฎอัยการศึก​ว่า​ การเข้าไป​ไม่ได้เข้าไปสร้างปัญหา​ แต่ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน ในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งการเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้นไม่ได้มีแค่ตนเอง​ มีชาวบ้าน มีพระ​ และยังมีการขอความอนุเคราะห์ในเรื่องอื่นๆ​ ที่ขอมาทางไลน์​ โดยไม่ได้ทำหนังสืออีก​

“อย่าง Notebook ในการกดกระสุนปืนใหญ่ ที่ทหารชั้นผู้น้อยมีความจำเป็นเร่งด่วน เข้าใจว่ากองทัพมีเงินอยู่แล้ว​ แต่ในความรวดเร็วไม่รู้ว่าจะเร็วได้มากน้อยแค่ไหน​ ขอมาปุ๊บก็จัดให้​ ซึ่งเป็นการช่วยทหารได้และทำให้ทุกคนปลอดภัย มูลนิธิก็ปฏิบัติภารกิจหน้างาน เร่งดำเนินการให้​เชื่อว่ากองทัพมีตังค์มีศักยภาพในการทำอยู่แล้ว แต่ถ้าความรวดเร็วและขั้นตอน ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไร แต่สำหรับมูลนิธิทำได้เลย​ จึงถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันมูลนิธิจัดหาให้ทหารก็มาลงแรง​ ในสถานการณ์วิกฤต”

สุดท้ายทางกรรมาธิการได้ขอเอกสารขอความอนุเคราะห์ทุกอย่าง​ โดยยืนยันว่า​ ไม่ต้องกังวลว่าทหารชั้นผู้น้อยที่ขอมาจะได้รับผลกระทบ​ ยืนยันว่า​เป้าประสงค์​เพียงแค่ต้องการปรับปรุงการทำงานของกองทัพ

จากนั้นกรรมาธิการได้สอบถามโฆษก​กองทัพบก​ว่า​ ได้ขอรับบริจาคอะไรไปบ้าง รวมไปถึงการจัดการพื้นที่ในเชิงนโยบาย​ โดย พล.ต.วินธัยกล่าว​ว่า​ ของที่ได้รับการสนับสนุน​เข้ามามี 2 ลักษณะ​ คือ​ 1.เพื่อต้องการช่วยเหลือกำลังพล​ 2.ต้องการช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ของคนแนวหน้า​ ซึ่งการบริจาคจะไม่ขอเป็นเงิน​ เพราะมีความยุ่งยากทางกฎหมาย​ แต่ถ้ายืนยัน​จะให้เงินเพื่อส่งต่อไปให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางกองทัพ​ก็สามารถเป็นสะพานเชื่อมต่อให้​

ส่วนเรื่องบริจาค​ยุทธภัณฑ์​ ยืนยันไม่ทราบ​ว่ามีการบริจาคเข้ามาด้วย เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคและราคาสูง​ แต่ที่ผ่านมากองทัพ​ก็ไม่ได้ห้ามบริจาค​ เพราะสุดท้ายแล้ว​ไม่ได้ขึ้นอยู่กับของบริจาค​ แต่คือกำลังใจว่า​ยังมีคนนึกถึง​

“ผมพึ่งรู้วันนี้ การจัดหาของที่สูงกว่ามาตรฐาน ที่กองทัพทั่วไปใช้​ คือ​ระดับ​ 4 ซึ่งในระดับ 4 เป็นสเปกที่สูง”

กรรมาธิการได้ถามต่อว่า​ กองทัพได้มีการรับบริจาคถุงเท้า​ รองเท้า​ น้ำ​ หรือไม่​ และที่ผ่านมาเคยบอกว่า​ไม่ได้ขาดแคลน​ เหตุใดจึงรับบริจาคสิ่งของจำนวนมาก​ พล.ต.วินธัย​ชี้แจงว่า​ สำหรับกองทัพบกไม่มี แต่สำหรับหน่วยงานที่ปฏิบัติอยู่หน้างานมี​ ส่วนสิ่งก่อสร้างที่มูลนิธิต่างๆ ไปทำให้​ หน่วยงานก็ไม่ได้เอากลับ ก็ตั้งอยู่ที่เดิม​

“ตามนโยบายไม่มีการรับบริจาค และพยายามบริหารงบประมาณให้ไปได้​ แต่ก็มีหน่วยงานภายนอกที่แสดงน้ำใจ จึงได้รับไว้ ส่วนของที่บริจาคมา​ก็เอาไปใช้​ แต่อาจจะใช้ฟุ่มเฟือยหน่อย แต่ยืนยันว่าไม่ได้ขาดแคลน​ ส่วนเรื่องเงินบริจาคไม่มีนโยบายแน่นอน​ หากเห็นว่าเป็นการฉ้อโกงให้แจ้งความดำเนินคดีได้เลย”

พล.ต.วินธัย​ยังชี้แจงเรื่อง​แผ่นเกาะแข็งป้องกันกระสุนระดับ 4​ ที่​ กัน​ จอมพลัง​ บริจาค​ ว่า​ ยืนยัน​ไม่ได้รับรายงานเรื่องการขอชุดเกราะ​ เห็นจากสื่อ​และจากคลิปที่มีการทดสอบ​ ก็ไม่ใช่การทดสอบของกองทัพ​ สมมุติว่าสิ่งที่​ “กัน​ จอมพลัง”​ ให้​มาแล้วเกิดการใช้จริง​ อาจจะมีการทดสอบแล้วก็ได้​ แต่กองทัพไม่อยากให้ใช้คำว่าขาดแคลน​ เพราะไม่เคยพูดว่าขาดแคลน​ เสื้อเกราะอยู่ประจำการพลรบทุกคน​ เพียงแต่ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง​ และหากมีการขอเสื้อเกราะเพิ่มจริง​ ก็เป็นการเพิ่มเสื้อจากตัวเดียวเป็น 2 ตัว​