หน้าแรก การเมือง บ่ายนี้ ไทย-ก...

บ่ายนี้ ไทย-กัมพูชา ลงนามถอนอาวุธหนัก กองทัพไทย ย้ำต้องดูความจริงใจของกัมพูชา

31.10.25 | 08:49 น.

กองทัพไทยยืนยัน ดูแลอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนไทย เดินหน้า สันติภาพชายแดน ลั่น การถอนอาวุธหนัก ออกจากพื้นที่ชายแดน ต้องดูการแสดงความจริงใจจากกัมพูชา

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การเดินหน้า สันติภาพชายแดน หลังจากเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 68 ทางด้านเสนาธิการกองทัพภาค 2 /เลขานุการ RBC ฝ่ายไทย และ รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่ 4 /เลขาฯ RBC ฝ่ายกัมพูชา ได้มีการประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (regional border committee-RBC ) ที่ช่องจอม จ.สุรินทร์ – โอร์เสม็ด โดยเป็นการหารือแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในการปรับกำลังและถอนอาวุธหนัก ตามมติการประชุม GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่มาเลเซีย

โดยวันนี้ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. จะมีการประชุมในรายละเอียด และในห้วงบ่ายทางไทย และกัมพูชาจะมีการลงนาม “บันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ร่วมกันระหว่าง แม่ทัพภาค 2 และ ผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4” บริเวณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม – โอร์เสม็ด

โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปสมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 (2nd Special General Border Committee – GBC) เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 68 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

โดยมีเจตนารมณ์ตาม “ปฏิญญาร่วม (Joint Declaration)” ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 68 โดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไทย และมาเลเซีย พร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันของทั้ง 4 ประเทศในการส่งเสริมความโปร่งใส ความไว้วางใจ และการบริหารจัดการกำลังทางทหารอย่างมีความรับผิดชอบในภูมิภาค

Advertisement

ทั้งนี้กองทัพไทยพร้อมเดินหน้า สันติภาพชายแดน โดยพิจารณาจากความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาในการถอนอาวุธหนัก ที่มีความร้ายแรงต่อพลเรือนของไทยออกจากพื้นที่ชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 พร้อมปฏิบัติตามบันทึกการลงนามปรับกำลัง โดยการถอนอาวุธหนักที่มีความร้ายแรงออกจากพื้นที่ชายแดน ให้เพียงพอต่อการดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อลดความตึงเครียด ลดความหวาดระแวง และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) กองทัพไทยยืนยันว่า ทุกก้าวแห่งการปฏิบัติ อยู่บนพื้นฐานของ “อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนไทย”