ช่อ เลคเชอร์ นิยาม ‘คนดีย์-รักชาติ’ คาใจรัฐ เมินยกย่อง ‘ลุงนวมทอง’ วีรบุรุษสามัญชน
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ สะพานลอย ริมถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ร่วมกับมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย จัดงาน “19 ปี 19 กันยา 2549 ต่อต้านรัฐประหาร รำลึก นวมทอง ไพรวัลย์”
บรรยากาศเวลา 12.00 น. ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ มีการการแขวนป้ายไวนิลขนาดใหญ่บริเวณใต้สะพานลอย หน้า นสพ.ไทยรัฐ ซึ่งเป็นจุดที่ นายนวมทองกระทำอัตวินิบาตกรรม โดยระบุข้อความ “19 ปี 19 กันยายน 2549 รำลึก นวมทอง ไพรวัลย์” คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 53 พร้อมภาพใบหน้าของนายนวมทอง นอกจากนี้ยังมีข้อความ อาทิ ‘นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย‘ ที่บริเวณทางขึ้นสะพานลอย ท่ามกลางประชาชนแต่งกายชุดไว้ทุกข์ ทยอยเดินทางมารวมตัว พร้อมรับประทานอาหาร

โดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. นั่งสนทนากับญาติของนายนวมทอง รวมถึง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งมาร่วมงานในปีนี้ ตลอดจนคนรุ่นใหม่ที่ร่วมเคลื่อนไหวในปี 2563 อาทิ นายจิรภาส กอรัมย์ หรือแก๊ป ทะลุแก๊ซ และ หนวดริมทาง ศิลปินวงริมทาง, นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือ เจมส์ อดีตแกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, นายธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ บุ๊ค แรพเปอร์จากสลัมคลองเตย
รวมถึงตัวแทน ส.ส.และ ส.ว. อาทิ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย หรือ บัส สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ ทนายแจม ส.ส.พรรคประชาชน

กระทั่งเวลา 15.15 น. เข้าสู่พิธีวางพวงหรีดแสดงความอาลัยโดยเริ่มจาก พวงหรีดของ ครอบครัว นวมทอง ไพรวัลย์, คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553, มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย 2535 นำโดย นางประทีป อึ้งทรงธรรม และ ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิดวงประทีป ตามด้วย ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ ทั้งนี้ นางอมรัตน์ และ น.ส.พรรณิการ์ หรือ ช่อ ร่วมวางพวงหรีดที่เขียนข้อความว่า ‘จักอยู่ในใจเสมอ วีรบุรุษนวมทอง ใหม่เรืองศรีออคิด’ ต่อด้วย นายสมยศ และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ร่วมวางช่อดอกกุหลาบ ตามด้วยศิลปินเพลงเพื่อราษฎร, คปอ., ส.ว.เทวฤทธิ์, องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย น.ส.อพิชญา วิทยากุล, จิ้น กรรมาชน ปิดท้ายด้วย กลุ่มทะลุแก๊ส
ต่อมาเวลา 15.40 น. เข้าสู่ช่วงกล่าวรำลึก โดยในตอนหนึ่ง น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเรื่องนี้อินเทรนด์ที่สุด ตนอยากพูดเรื่อง ‘คนรักชาติ’ คนอย่างช่อ คนอย่างพรรคส้ม ถูกมองเป็นคนชังชาติ ประเทศนี้สดุดี วีรบุรุษ วีรสตรีที่รักชาติ มีงานรำลึกมากมาย เรามีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อรำลึกวีรบุรุษที่พลีชีพเพื่อชาติ ซึ่งตนเห็นด้วยที่พวกเขาควรได้รับการสดุดี แต่มีคนรักชาติอีกประเภทหนึ่ง เป็นคนดีย์ บอกว่าตัวเองรักชาติ ใส่เครื่องแบบผึ่งผาย คนพวกนี้บอกว่ารักชาติ แต่ถอยรถถังมาแล้ว 13 ครั้ง ทั้งที่เราไม่เคยตั้งคำถามว่า รักชาติของเขาคืออะไร? ถ้าชาติ เป็นแผ่นดินที่ไม่มีประชาชนอยู่ จะนับเป็นชาติหรือไม่?

“ชาติ จึงหมายถึงแผ่นดินและประชาชาน คนรักชาติ หมายถึงรักผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน คนอย่าง โรม, วิโรจน์ เขารักชาติไหม คนอย่างพริษฐ์ ประชุมหน้าดำคร่ำเครียด แก้รัฐธรรมนูญ เอามรดกของคณะรัฐประหารออก แบบนี้เรียกว่ารักชาติหรือไม่ แต่คนที่ถอยรถถังมาเหยียบอำนาจอธิปไตย รักชาติแบบใด คนอย่างลุงนวมทอง เคยมีใครคิดไหมว่า เขาคือวีรบุรุษ ผู้รักชาติรักแผ่นดิน ลุงนวมทอง เจ็บปวดและอับอายกับการทำรัฐประหารซ้ำซาก เห็นมาแล้วหลายครั้ง จนทนไม่ได้ เพราะรู้สึกประชาชนถูกหยามอำนาจ เพียงเพื่อจะบอกว่า พวกคุณทำแบบนี้กับประชาชนไม่ได้ มีสักครั้งไหมที่หน่วยงานราชการจะยกย่อง ว่าเป็นคนพลีชีพ เราทำกันอยู่ในหมู่ประชาชน ไม่เคยได้รับการยกย่องเชิดชูโดยหน่วยงานรัฐแม้แต่หน่วยงานเดียว ย้อนกลับไป วีรชน 14 ตุลาและ 6 ตุลาฯ เช่นเดียวกัน” น.ส.พรรณิการ์กล่าว
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อไปว่า ขอชวนทุกคน อย่ากลัว อย่าเขินอาย ที่จะบอกว่า ‘เราเป็นคนรักชาติ’ รักชาติของเรา คือปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของประเทศชาติ คือการปกป้องเสรีภาพ ความเป็นไทยที่มีเกียรติ เดินไปพบปะผู้นำที่ไหนไม่อายใคร หรือ เป็นลูกกระจ๊อกเขา
“ใครก็อับอายที่ประเทศมีรัฐประหาร เราต่อสู้เพื่อความฝันเดียวกัน ว่าประชาชนจะช่วยกันปกป้องผลประโยชน์ชาติ และเตือนสติกัน รักชาติให้ถูกทาง ด้วยการปกป้องผลประโยชน์ของพวกเรา ไม่ให้มีรัฐประหารมาถ่วงประเทศนี้นักกฎหมายบอกว่า สิทธิประกันตัว คือสิทธิขั้นพื้นฐาน ใครหน้าไหนกล้าทำรัฐประหารต่างหากเป็นพวกชังชาติ ไม่ใช่พวกเรา ต่อสู้กันด้วยประโยคแบบนี้ ให้ลุงนวมทอง พูดประโยคนี้เป็นคนสุดท้าย ‘ชาตินี้ของพวกเรา ต้องไม่มีรัฐประหารอีกต่อไป'” น.ส.พรรณิการ์กล่าว
ด้าน นางอมรรัตน์ กล่าวว่า ตนเอาตัวมายืนยัน ร่วมรำลึก สู้มากับคนเสื้อแดง มีโอกาสเดินจากถนนเข้าสู่สภาฯ เราต่อสู้ทั้งใน และนอกสภา ขอยกย่องวีรบุรุษสามัญชน
จากนั้น นางอมรรัตน์แนะนำให้รู้จัก ภรรยาและบุตรสาว ของลุงนวมทอง ตอนที่ลุงเสีย อายุ 61 ปี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี
“เราจะสืบสานการรำลึกต่อไปทุกปี หาได้ยากคนแบบนี้” นางอมรรัตน์กล่าว


