มายด์ กังวล ปชช. อดร่างรธน. ฝากทุกพรรค ถ้าจะ compromise ต้องใช้จังหวะ ‘อำนาจต่อรองเท่ากัน’
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ สะพานลอย ริมถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ร่วมกับมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย จัดงาน “19 ปี 19 กันยา 2549 ต่อต้านรัฐประหาร รำลึก นวมทอง ไพรวัลย์” โดยทำบุญอุทิศส่วนกุศลในช่วงเวลา 13.30 น.
จากนั้นเวลา 15.15 น. เข้าสู่พิธีวางพวงหรีดแสดงความอาลัยโดยเริ่มจาก พวงหรีดของ ครอบครัว นวมทอง ไพรวัลย์, คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553, มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย 2535 นำโดย นางประทีป อึ้งทรงธรรม และ ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิดวงประทีป ตามด้วย นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ. เหวง โตจิราการ ทั้งนี้ นางอมรัตน์ และ น.ส.พรรณิการ์ หรือ ช่อ ร่วมวางพวงหรีดที่เขียนข้อความว่า ‘จักอยู่ในใจเสมอ วีรบุรุษนวมทอง ใหม่เรืองศรีออคิด’ ต่อด้วย นายสมยศ และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ร่วมวางช่อดอกกุหลาบ ตามด้วยศิลปินเพลงเพื่อราษฎร, คปอ., นายมณีฉาย หรือ บัส สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย น.ส.อพิชญา วิทยากุล, จิ้น กรรมาชน ก่อนปิดท้ายด้วย กลุ่มทะลุแก๊ส จากนั้นเข้าสู่ช่วงกล่าวคำรำลึก สลับกับการบรรเลงบทเพลงเพื่อประชาธิปไตย โดย จิ้น กรรมาชน และ ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร

ต่อมาเวลา 16.45 น. น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ กล่าวรำลึกความว่า ประเทศเรายังไม่หลุดจากวังวนรัฐประหาร เรายังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะหลุดจากวังวนนี้ รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 เรายังวิ่งอยู่ในวังวนนี้ รัฐธรรมนูญไม่ถูกแก้ หรือร่างใหม่ ด้วยองค์กรอิสระ ด้วย ส.ว.ที่มีอำนาจล้นมือ
ล่าสุด คน 7 คน (ศาลรัฐธรรมนูญ) พูดขึ้นมาว่า จะไม่ให้ประชาชนเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง มันเน้นย้ำว่า เรายังไม่หลุดออกจากวังวนนี้ในเร็ววัน หากมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่กระท่อนกระแท่น แม้ดูมีจุดประสงค์ที่ดี แต่ก็ไม่ได้รับประกัน เพราะเราไม่ได้เขียนเอง
“ถ้าหากจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ ใครเป็นคนเขียน มันก็จะปกป้องคนนั้น ฉะนั้นถ้าเราจะออกจากวังวนรัฐประหารนี้ให้ได้ เราต้องเขียนเอง
คำวินิจฉัยนี้น่ากลัวมาก เพราะสภาฯ ไม่ได้ถาม ถามเพียงต้องทำประชามติกี่ครั้ง แต่ศาลรัฐธรรมนูญตอบแถมมา เป็นการแจ้งทราบ แจ้งสัญญาณว่าจะมีการร่างใหม่ แต่จะไม่ให้ประชาชนร่าง”

เป็นวรรคที่น่ากลัวมาก ต้องใช้กลไก ป.ป.ช. ที่ศาลรัฐธรรมนูญเลือกมา จึงไม่สามารถมั่นใจได้เลยในการถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว
น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า ถ้าถามว่าสภาฯ สามารถ ‘ไม่ทำตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ’ แต่เลือกที่จะยืนยันว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญโดยมี ส.ส.ร.จะทำได้หรือไม่นั้น ต้องบอกว่า ‘ได้’
“คนที่อยู่ข้างในรัฐสภาต้องหลังตรง เพราะถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย สามารถเป็นเสียงหลักที่มายันได้ ที่พูดแบบนี้ กล่าวคือเราจะได้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจะแก้ไข ม.256 อย่างไร
พรรคการเมือง ดูเหมือนจะกังวล จึงพยายามออกแบบการแก้ไข ม.256 ให้เป็นไปตามข้อกังวลของศาลรัฐธรรมนูญ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว
น.ส.ภัสราวลีชี้ว่า ประตูที่เปิดอยู่ สุดท้ายแล้วมันเปิดพร้อมกับการที่พรรรคการเมืองมองว่า ต้องแบบนี้ถึงจะไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้แต่ร่างของพรรคประชาชนเอง เราเห็นชัดว่า เขาไม่มีความคิดให้ประชาชนเป็นผู้ร่างเลย

“การ ‘สมัคร’ เข้าไปเลือก ไม่ได้หมายความว่าเลือกตั้ง โมเดลของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้สะท้อนเสียงของเราแน่นอน
โมเดลของพรรคประชาชน สุดท้าย ก็จะเป็นกลไกสภาฯ ในการเคาะคน แต่ก็ต้องชื่นชมความพยายาม แต่อยากให้ช่วยยืนยันว่า ประชาชนมีสิทธิร่างรัฐธรรมนูญ”
“ข้อกังวลของมายด์มากที่สุด หากพรรคการเมือง ‘ยอม’ กังวลจริงๆ ว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญของประชาชน นี่ไม่ใช่การ compromise บนหน้ากระดานที่มีอำนาจต่อรองเท่ากัน มายด์เชื่อว่า ถ้าหากจะ compromise ขอให้ทำให้จังหวะที่เรามีอำนาจต่อรองเท่ากันมากกว่า” น.ส.ภัสราวลีกล่าว และว่า
ขอฝากทั้งสองพรรค และอีกหลายพรรคที่จะเข้าไป ในวาระสอง ชั้นกรรมาธิการ 1.ขอให้เอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาตีความให้ชัด
หรือหาเหตุผลไปยันก่อนว่า ทำไมประชาชนต้องมีสิทธิร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าอยากหยุดจากวงจรรัฐประหาร เราต้องเขียนรัฐธรรมนูญได้ด้วยตัวเอง
น.ส.ภัสราวลีกล่าวในช่วงท้ายด้วยว่า พรรคต่อไปจะเลือก คือต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่อง
1.นิรโทษกรรมประชาชน โดยรวม ม.112 และ 110 ถ้าหากคนเหล่านั้นไม่ให้ความสำคัญ เราจะไม่เลือก
อย่างที่ 2.คือการยืนยันว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนเท่านั้น
“ถ้าไม่ ไม่เลือก เรายังคงมีอำนาจ ในการเลือกตั้ง ในการทำประชามติ และอำนาจในการส่งเสียง ถึงเรื่องจะดูยาก แต่ถ้าเราจะกำหนดว่าต้องได้ มันจะเป็นเช่นนั้น” น.ส.ภัสราวลีกล่าว


