อนุทิน ขึ้นเวทีเอเปค ชู 3 จุดแข็ง ทวิภาคี สีจิ้นผิง ร่วมมือเชื่อมโยงระบบราง รถไฟ จากจีนถึงมลายู
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ห้อง 300A ศูนย์ประชุม Hwabaek International Convention (HICO) ชั้น 3 เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมการหารือระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC Dialogue with APEC Economic Leaders) โดยเป็นผู้แทน ABAC จากชิลี บรูไน จีน และมาเลเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมศักยภาพของไทยด้านเศรษฐกิจ และบทบาทของเอเปคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ ศักยภาพของไทยในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเสนอ 3 แนวทาง คือ 1.การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค (Enhancing Regional Connectivity) 2.การลงทุนเพื่ออนาคต (Investing in the Future) ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ที่มุ่งเน้นการดำเนินการระยะสั้นเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว 3.การขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียวและยั่งยืน (Driving Green and Sustainable Growth) ภายใต้เป้าหมายกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Goals on the Bio-Circular-Green Economy ไทยเป็นผู้นำในการผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว การลงทุนตามหลัก ESG และการเงินที่มีความรับผิดชอบ พร้อมขอบคุณสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคที่ให้คำมั่นสนับสนุนแนวทางดังกล่าว
ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ โอกาสนี้ ประธานาธิบดีจีนกล่าวถวายความอาลัยการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกครั้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและซาบซึ้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ได้มีสารถวายความอาลัย และยังได้กล่าวด้วยถ้อยคำในครั้งนี้ ซึ่งมีความหมายต่อคนไทย ทั้งนี้ จะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทรงทราบด้วย
นายสิริพงศ์กล่าวว่า นายกฯแสดงความยินดีกับความสำเร็จของการประชุม Fourth Plenum ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 4 ซึ่งได้วางแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า พร้อมย้ำว่าปี 2568 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและรุ่งเรืองร่วมกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยืนยัน และพร้อมผลักดันความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระดับประชาชน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเห็นถึงศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และเกษตรเพื่ออนาคต
“นายกฯและประธานาธิดีสีกล่าวถึงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยง ซึ่งไทยกล่าวถึงความคืบหน้า การบริหารจัดการดำเนินการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน รวมถึงโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (หนองคาย-เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นสะพานทางราง เพื่อเชื่อมต่อรถไฟไทย-ลาว-จีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระบบรางกับจีน ทำให้สินค้าสามารถเดินทางไปและกลับตั้งแต่จีนตอนล่างไปจนถึงแหลมมลายู” นายสิริพงศ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยังคงได้รับการตอบรับการเข้าร่วมโครงการอย่างดีจากประชาชนออกมาจับจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างคึกคักตั้งแต่วันแรกวันที่ 29 ตุลาคมที่เปิดให้ใช้จ่าย โดย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 5,424.7 ล้านบาท เป็นเงินที่รัฐบาลใช้จ่าย 2,684.9 ล้านบาท เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 2,739.8 ล้านบาท และเป็นร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 780,659 ราย

