หน้าแรก การเมือง สวนดุสิตโพล เ...

สวนดุสิตโพล เผยดัชนีการเมืองไทยเดือนต.ค. ‘ไอซ์’ ดาวเด่นฝ่ายค้าน ‘อนุทิน’ ที่ 1 ฝ่ายรัฐบาล

2.11.25 | 13:20 น.

สวนดุสิตโพล เผยดัชนีการเมืองไทยเดือนต.ค. ‘ไอซ์’ ดาวเด่นฝ่ายค้าน ‘อนุทิน’ ที่ 1 ฝ่ายรัฐบาล ส่วนผลงานที่ประชาชนชื่นชอบที่สุดคือ ‘คนละครึ่งพลัส’

สวนตุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเตือนตุลาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2.126 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวม ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนตุลาคม 2568 เฉลี่ย 4.02 คะแนน เท่ากับเดือนกันยายน 2568 ที่ได้ 4.02 คะแนน

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.60 คะแนแนน ตัวขี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล  ร้อยละ 48.01 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเตือน คือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 37.85 ผลงานฝ่ายรัฐบาล ที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ เปิดใช้จ่ายคนละตรึ่งพลัส ร้อยละ 64.42 ผลงานฝ่ายด้านที่ขึ้นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 53.34

ตร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนตุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเตือนตุลาคม 2568 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าสะท้อนภาพรวมที่ประชาชน “เฝ้าดูแต่ยังไม่มั่นใจ” ต่อผลงานรัฐบาลชุดนี้ แม้จะพยายามเร่งขับเคลื่อนนโยบายทั้งคนละครึ่งพลัส และการแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา แต่กระแสสังคมต่อประเด็น “สแกมเมอร์” และกรณี MOU แรร์เอิร์ธ ยังเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามทำให้กระพบต่อควานเชื่อมั่นรวมถึงความโปร่งใสของรัฐบาลในสายตาประชาชน

Advertisement

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตร.เบญจพร พึงไขย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า เดือนตุลาคมกล่าวได้ว่ามีสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการเมือง ส่วนของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะต้องพยายามรักษาความเป็นรัฐบาลในระยะเวลา 4 เดือนให้ได้ แต่ด้วยเหตุการณ์ความขัดแย้งขายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยืดเยื้อแผ่ขยายไปถึงเรื่องสแกมเมอร์ การฟอกเงิน รวมไปถึงการค้ามนุษย์ และที่สำคัญคงหนีไม่พ้นประเด็น MOU แรร์เอิร์ธ ที่ประชาชนไม่ได้รับทราบมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนนี้ ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่มั่นใจต่อรัฐบาล โดยเฉพาะสแกมเมอร์ที่กล่าวได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติ ส่วนผลงานของรัฐบาลในเรื่องคนละครึ่งพลัสที่ได้คะแนนอันดับ 1 น่าจะเป็นเพียงผลงานเดียวที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของรัฐบาลได้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อคะแบนดัหนีที่คงที่ในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาล ยังไม่สามารถแสดงออกถึงความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงและกระทบต่อเสถียรภาพและการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า