หน้าแรก การเมือง นายกฯ เผย 4 ห...

นายกฯ เผย 4 หน่วยงาน จ่อทำ MOU ลุยแก้ฟอกเงิน-สแกมเมอร์ ยันทำงานตลอด แต่เผยหมดไม่ได้

3.11.25 | 12:34 น.

นายกฯ ยัน เดินหน้าปราบสแกมเมอร์ -อาชญากรรมออนไลน์ บอกทำงานตลอด แต่เรื่องแบบนี้เผยไต๋หมดไม่ได้ เผย 4 หน่วยงานจ่อ ทำ MOU จับมือลุยแก้ปัญหาฟอกเงิน พร้อมรับข้อเสนอ ปปง.ขอสนับสนุนระบบ AI ทำงาน ชี้ เป็นเรื่องสำคัญ รัฐต้องนำหน้าผู้กระทำผิด

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายแก่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ปปง.​ ว่าวันนี้ไม่ได้เป็นการมอบนโยบาย เพราะได้มอบนโยบายไปนานแล้ว แต่มาติดตามความคืบหน้า และสอบถามถึงความต้องการว่าอยากให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรบ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่ถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ ก็จะต้องดำเนินการให้การสนับสนุน ปปง. อย่างเต็มที่

ส่วนมีการกำชับปปง. ให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นเพิ่มขึ้นหรือไม่เพราะถูกจับตา และมีความกังวลว่าอาจจะถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการพูดเรื่องนี้ในที่ประชุม เพราะไม่ใช่เฉพาะเรื่องภายในประเทศ หากไม่มีการสร้างความมั่นใจเรื่องการปราบปรามผู้กระทำผิดโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการฟอกเงิน ก็จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นผลดี และจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ดังนััน ปปง. ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่จะไม่ให้มีเงินดำเงินเทาเข้ามาอยู่ในระบบการเงินของประเทศไทย

ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯเร่งจัดการเรื่องสแกมเมอร์นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า นายกฯไม่ต้องจัดการ เพราะเรามีปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะดำเนินการ และหากตรงไหนเข้าข่าย และมีพฤติกรรมฟอกเงิน ก็มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะดำเนินการซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว และจากการหารือในที่ประชุม ประธาน ปปง.คนปัจจุบัน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านได้นำเสนอ ว่าจะเร่งทำบันทึกความร่วมมือ โดยมี 4 หน่วยงานหลักคือ ปปง. กระทรวงมมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ มาทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน เพื่อปราบปรามการฟอกเงิน การใช้ระบบปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเรื่องสแกมเมอร์ทั้งหลาย เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ โดยจะลงไปถึงระดับปฏิบัติ คือผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ แก้ปัญหาสแกมเมอร์ นายกฯ กล่าวว่า เรารีบอยู่แล้ว ขณะนี้สามารถอายัดวงเงินได้ 2 หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว และมีการทยอยฟ้อง บางทีเรื่องพวกนี้ พูดไม่ได้ คนก็เลยนึกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่ของพวกนี้ต้องใช้การข่าว ต้องไปสืบสวน เจาะลึกลงรายละเอียด หากมีหลักฐานครบถ้วนก็ดำเนินการทันที ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ ปปง. แต่ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็รายงานทุกวัน ถึงการอายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด รวมถึงเรื่องยาเสพติด บ่อนการพนัน ค้ามนุษย์ ทั้งหมดมีการดำเนินการ แต่ของพวกนี้หากพูดทั้งหมดก็เท่ากับว่าเผยไต๋ แบบนั้นไม่ได้ เรื่องพวกนี้ต้องมีวิธีการมีเครื่องมือ และเทคโนโลยี ที่ต้องนำหน้าผู้กระทำผิด เราเป็นรัฐเราต้องเหนือกว่า ต้องควบคุมทุกอย่าง

Advertisement

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่าขณะนี้แก๊งสแกมเมอร์มีการมาตั้งฐานในประเทศไทยมากขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ตนก็พูดแล้วว่าอย่าไปสนใจฝ่ายตรงข้ามหรือนอกบ้านมาก ตนยังบอกเลยว่าหากพาเลขาฯ ปปง. ไปเดินจะพบกับรังสีอำมหิตแน่นอน จะรู้ได้ทันทีว่ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ให้ไปดำเนินการตรงนั้น ซึ่งตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทราบหมด ตนก็แค่บอกว่าให้เร่งดำเนินการ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และเราถูกกดดันจากประชาคมโลกด้วย ซึ่งจากที่ตนไปประชุมอาเซียนซัมมิท และประชุมเอเปค กลับมาก็มีเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

ส่วนกรณีที่ทาง ปปง. ขอให้ช่วยสนับสนุนระบบ Ai เข้ามาในการทำงานนั้น นายกฯ กล่าวว่า ก็ขอให้นำเสนอขึ้นมา เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ หากเสนอขึ้นมาและต้องใช้งบกลางก็ต้องใช้