หน้าแรก การเมือง โตโต้ รับเคยโ...

โตโต้ รับเคยโดนคดี ปมเสื้อเกราะ เตือน กัน จอมพลัง ระวังถูกแจ้งความ ห่วงอนาคตจัดซื้อขีปนาวุธเอง

3.11.25 | 13:38 น.

‘โตโต้’ ลั่นเพราะผมโดนคดีมาแล้ว จัดซื้อเสื้อเกราะเอง กันกระสุนยาง จนศาลพิพากษาติดคุกแต่รอลงอาญา ขู่ ‘กัน จอมพลัง’ ถ้ามีคนไปแจ้งความเรื่องใหญ่แน่ ชี้มีเส้นบางๆ ระหว่างทำความดีแล้วจะทำอะไรก็ได้ บอกอยู่ดีๆ เกิดรบอีก แล้วอ้างซื้อขีปนาวุธทำอย่างไร เหน็บอย่างนั้นไม่ต้องมีกฎหมายแล้ว

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม.และรองเลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัน จอมพลัง ออกมาท้าดำเนินคดี หากเห็นว่าการจัดซื้อเสื้อเกราะให้กองทัพผิดกฎหมายว่า เพิ่งทราบว่ากองทัพออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยอนุญาตหรือออกใบอนุญาตให้มูลนิธิเอกชนใดๆ รายใดรายหนึ่งเป็นผู้จัดซื้อยุทธภัณฑ์ให้กองทัพ พอมีข้อมูลใหม่ปรากฎแบบนี้แล้วจึงเป็นห่วงมากว่าบางคนมีเจตนาดี แต่บางครั้งไม่รู้ข้อกฎหมายที่อาจจะสุ่มเสี่ยง ทำให้เกิดการตีความว่าเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาจัดหายุทธภัณฑ์ ซึ่งเสื้อเกราะถือเป็นหนึ่งในบัญชียุทธภัณฑ์

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะผมเคยโดนคดีมาแล้ว ผมก็บอกว่าผมเคยโดนมาแล้ว ทั้งที่เป็นเสื้อที่ซื้อตามคลองหลอด ช้อปปี้ แล้วออกมาเล่นบีบีกัน ใส่ป้องกันอาวุธกระสุนยางหรือพลาสติกจากบีบีกัน เรายังโดนศาลพิพากษามาแล้วเลย ศาลอาญาพิพากษาให้ผมต้องจำคุก แต่รอลงอาญา เพราะเป็นยุทธภัณฑ์ ผมเป็นห่วงเรื่องนี้ จึงเตือนออกไปเสียงดังๆ หน่อยว่าถ้าไม่มีการอนุญาตจากกลาโหม โดยเฉพาะรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจะทำให้มีปัญหานะ อาจจะเข้าข่ายฐานความผิดได้ แค่นั้นเอง” นายปิยรัฐกล่าว

เมื่อถามว่า การที่เขามีหนังสือขอความอนุเคราะห์จากกองทัพจะทำให้สามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายปิยรัฐกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องผิดสเปกหรือล็อกสเปกอะไร แต่เป็นเรื่องข้อกฎหมายตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น กับเรื่องที่สอง คือถ้าหน่วยงาน ผู้ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายของกระทรวงเอง ยังทำผิดกฎกระทรวงและระเบียบกฎหมายเอง อันนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วง เผลอๆ จะโดนด้วย

“เพราะคุณเองเป็นเจ้าพนักงานผู้รักษากฎหมายและมีอำนาจในการปฏิบัติตามกฎหมาย คุณกลับไม่ทำตามระเบียบปฏิบัติ ถือว่ามีปัญหาแล้ว ดังนั้น เรื่องนี้ลามไปแน่นอน ถ้าเกิดว่ามีใครสักคนไปแจ้งความดำเนินคดี” นายปิยรัฐกล่าว

Advertisement

นายปิยรัฐกล่าวว่า มันเป็นเส้นบางๆ มาก การทำความดีแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ ถือว่าเป็นปัญหา จึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นกฎหมายก็ไม่ต้องมี ทุกคนอ้างความดีหมด เราต้องดูเจตนาของกฎหมายด้วย ทำไมถึงต้องมี พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ เพราะกังวลว่าเดี๋ยวจะไปจัดซื้อจัดหากันมาเองแล้วมันไม่ได้มาตรฐาน หรือไปทำประโยชน์ที่ไม่ถูกไม่ควรบ้าง แม้กระทั่งทำให้หน่วยงานบางหน่วยงานหากินกับเรื่องนอกกฎหมายถือเป็นอันตราย

“วันดีคืนดีเกิดสู้รบกันขึ้นมาอีก แล้วคุณกันบอกว่าผมขอจัดซื้อขีปนาวุธ อาวุธยุทธโธปกรณ์เอง โดยที่กองทัพขาดแคลน ผมทำความดีเพื่อประเทศชาติ แบบนี้ผมทำได้หรือไม่ มันก็จะเข้าข่ายแบบนี้ วัตถุประสงค์ของกฎหมายคือต้องป้องกันช่องโหว่ที่จะนำไปสู่การทำผิดได้” นายปิยรัฐกล่าว