รัฐบาล ตั้งโต๊ะแจงไทม์ไลน์ เหตุปะทะไทย-กัมพูชา ยัน ยึด 4 ข้อหลักของไทย ขอ ปชช.มั่นใจ ถ้อยแถลงร่วมผู้นำ 2 ฝ่าย ย้ำ ไม่ยอมเสียดินแดนแน่นอน ลั่น เปิดด่านเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะพิจารณา หลังเขมรทำครบ 4 ข้อตกลง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าผลการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (JBC และ GBC) โดยมี นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ,พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม,พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ,พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ, พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศและ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลง

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การหารือระหว่างนายกฯไทย และนายกฯกัมพูชา และมีการลงนามถ้อยแถลงร่วม เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในทุกประเด็นที่เกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยก่อนหน้านั้นไทย-กัมพูชา เคยมีสัมพันธ์อันดี จนกระทั่งเดือนมี.ค.2568 ที่ผ่านมา มีการรุกล้ำเข้ามาทำให้เกิดความไม่สบายใจ และไทม์ไลน์เหตุการณ์ เกิดขึ้นเดือนในเดือนพ.ค.มีการรุกล้ำขุดคูเลสของฝั่งกัมพูชา ทำให้ยิงต่อสู้กัน กระทั่งเดือนก.ค.เกิดเหตุทหารไทย เหยียบกับระเบิดจนเกิดความสูญเสียจนถึงวันที่ 24 ก.ค.ระเบิดจากทางกัมพูชา ยิงมาตกลงที่ปั๊มน้ำมันฝั่งไทย ในจ.ศรีสะเกษ และมีการปะทะกันเป็นเวลา 4 วัน 5 คืน เกิดความสูญเสียและบาดเจ็บ จนถึงวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา รองนายกฯในเวลานั้น ได้เดินทางไปลงนามตกลงหยุดยิงทั้งสองฝ่ายพร้อมกันในเวลาเที่ยงคืน และให้มีผู้สังเกตการณ์คนนอกเข้ามาร่วม นับจากนั้นการดำเนินการระหว่างไทย-กัมพูชา ถูกจับตามองโดยสังคมโลก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผ่านมา 96 วัน ที่คนไทยอยากใช้ชีวิตปกติสุขโดยไม่เสียดินแดน จนนำมาซึ่งข้อตกลงที่ไทย ยืนยันใน 4 ข้อหลัก และนายกฯได้ลงนามถ้อยแถลงเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการต่อไป รวมถึงเรื่องของไซเบอร์สแกม นอกจากนั้นนายกฯลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิบัติตามเอกสารถ้อยแถลง โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน มีหน้าที่ประเมินติดตามผลของทั้งฝั่งกัมพูชาและฝั่งไทยและอำนวยการคณะผู้สังเกตการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสงบ
“ยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจนำความสงบสุขกลับคืนสู่คนไทย โดยยึดหลักไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว และในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ ไม่ได้มีการสูญเสียดินแดน ไม่ได้ยินการสูญเสียเลือดของทหารและประชาชน และจะดำเนินการเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ และรักษาธิปไตยไทย”
นายสิริพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการเปิดด่าน รัฐบาลมีแนวทางชัดเจนว่า เป็นสิ่งสุดท้ายที่รัฐบาลจะพิจารณาทำหลังจากที่กัมพูชาดำเนินการตามเงื่อนไขไทยครบทั้ง 4 ข้อ ตามที่ให้คำมั่นไว้ในลงนามถ้อยแถลงเท่านั้น ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่สยบยอมกับกัมพูชาแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจน การปล่อยทหาร 18 นายของกัมพูชา ความชัดเจนเป็นอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ถ้าไปดูในการลงนามถ้อยแถลง เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่กระบวนการเหล่านี้จะเริ่มต้นต่อเมื่อกัมพูชาทำตาม 4 ข้อตกลงของไทยอย่างจริงจัง ในระหว่างนี้อยู่ระหว่างการประเมินว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของไทยหรือไม่
เมื่อถามว่า จะมีความชัดเจนที่จะไม่ทำให้เสียดินแดน เช่น ปราสาทตาควาย อย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะรุนแรงได้หยุดยิงไปตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ไปแล้ว ไม่มีการไปปะทะต่อได้แนวทางที่รัฐบาลจะทำคือการเจรจา รวมถึงการปักปันเขตแดน และกรณีพิพาทที่เป็นปัญหาที่ต้องพูดคุยในระดับทวิภาคีร่วมในทุกพื้นที่ที่เห็นไม่ตรงกัน
เมื่อถามย้ำว่าจะมีกรอบเวลาดำเนินการในพื้นที่ประสาทตาควาย หรือบ้านหนองจานอย่างไร นายสิริพงษ์ กล่าวว่าในระยะเวลาอันสั้น ยังไม่มีกรอบเวลา แต่จะทำในสิ่งที่เป็นข้อตกลงไปก่อน

