หน้าแรก การเมือง โฆษกกห. ย้ำ ถ...

โฆษกกห. ย้ำ ถก GBC เร่งฟื้นสันติชายแดน คาดถอนอาวุธหนักเสร็จสิ้นปีนี้

3.11.25 | 15:17 น.
GBC

โฆษกกห. ย้ำ GBC เน้นหาข้อตกลง คืนสถาพความสงบสุขให้พื้นที่ชายแดน คาด ถอนอาวุธหนักเสร็จในสิ้นปีนี้ แจงยังเก็บกู้ทุนระเบิดต่อเนื่องแม้มีการขัดขวาง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ในการแถลงความคืบหน้าจากผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรี และ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา (Joint Declaration) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (JBC และ GBC) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึง ความเขื่อมโยงระหว่าง JBC GBC และ การแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชา ว่า จากการเจรหยุดยิงกันในวันที่ 28 ก.ค. เป็นผลให้มีแนวทางในเรื่องการพูดคุยเจรจาเพื่อหาข้อตกลงกัน ว่าจะทำอย่างไรให้สภาพของพื้นที่ชายแดน สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ โดยขอยืนยันว่าหัวใจสำคัญของการพูดคุยทั้งหลายคือประชาขน และทำอย่างไรให้ฟื้นฟูหรือคืนสภาพสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะที่มีถิ่นพำนักอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดน เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและพยายามฟื้นฟูกลับมาสู่สภาวะปกติ

ในเรื่องของความแตกต่างระหว่าง GBC และ JBC นั้น GBC จะเป็นการพูดคุยในมิติความมั่นคงมนทุกๆด้าน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ การฟื้นฟูในเรื่องของการเกษตรก็ดี ทำอย่างไรให้สภาพของพื้นที่บริเวณชายแดนกลับมาวู้สภาพปกติ และประชาชนทั้งหมดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ส่วน JBC นั้นมีจุดมุ่งเน้นที่การสำรวจเส้นเขตแดน โดยจะทำงานร่วมกัน แบะนำไปสู่ Joint Declaration

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา GBC ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันทุกปี แต่เนื่องจากว่าระเบียบข้อบังคับให้ได้มีปีละครั้ง จึงเกิดเป็น GBC สมัยวิสามัญและสมัยพิเศษขึ้นมา เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อร่วมกันหารือ เพราะท้ายที่สุดแล้วการเจรจาเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำสองฝ่ายเข้าสู่สันติ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในเรื่องขอความเป็นมาของ GBC สมัยพิเศษ จากการเจรจาหยุดยิงในวันที่ 28 ก.ค. จึงมีการนัด GBC สมัยวิสามัญที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ในเรื่องของการหยุดยิ่งด้วยอาวุธทุกขนิด เพื่อดำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรวม รวมถึงการวางกำลังต่าง ๆ จะอยู่ในที่ตั้ง นอกนั้นจะมีการพูดถึงการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังประเภทต่อพลเรือนโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีประชาชนไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

Advertisement

ส่วนในของการประชุม GBC สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. และ 23 ต.ค. ที่จะนำไปสู่ Joint Declaration ในระดับนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนวันที่ 10 ก.ย. เราได้เริ่มมีการหยิบยกและพูดคุยในเรื่องของการ ถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด ปราบปรามไซเบอร์สแกม และฟื้นฟูและนำพื้นที่ที่มีปัญหาไปสู่ความสงบ โดนการถอนอาวุธหนักคาดว่าจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้ ส่วนข้อกังวลที่ว่าการถอนอาวุธหนักนั้นจะเป็นการถอนกำลังทหารทั้งหมดเลยหรือไม่ ขอยืนยันว่าเป็นแค่การถอนอาวุธหนัก กองกำลังป้องกันชายแดนที่มีการวางกำลังอยู่ในพื้นที่เดิมอยู่แล้ว ไม่มีการถอนกำลังใดๆ และยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่เช่นเดิม

ในส่วนของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดแน่นอนว่าศูนย์กลางคือ พี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ เพราะหากยังมีทุ่นระเบิดเหลืออยู่ในพื้นที่ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการประชุมในเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติงานร่วมกัน และจัดทำมาตรฐานขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) โดยทางฝ่ายไทยได้เสนอพื้นที่นำร่อง 13 พื้นที่ ตลอดแนวชายแดน ส่วนฝ่ายกัมพูชาในช่วงนั้นไม่ได้เสนอพื้นที่ใดเลย แต่มาเสนอพื้นที่ภายหลัง 1 พื้นที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยที่ได้มีการดำเนินการไว้บ้างแล้วในบางส่วน แม้จะมีข่าวที่ว่ามีการขัดขวางจากทางกัมพูชาบ้าง โดยทาง joint declaration ได้มีการเห็นชอบ ในเรื่องของข้อตกลงต่างๆเหล่านี้ อันนี้ก็เป็นไปตามแนวคิดของ Ottawa convention เนื่องจากที่ผ่านมามีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถึงแม้ว่าจะเสร็จสิ้นการปะทะก็ยังมีเรื่องของการแอบมาวางทุ่นระเบิดในพื้นที่

ในส่วนประเด็นด้านไซเบอร์สแกม ทาง GBC ได้พูดคุยว่าเราจะมีการฟอร์มทีมขึ้นมาเป็นคณะกรรมการร่วม เส้นทางตำรวจของทั้งสองประเทศก็ได้ตกลงกันจะตั้ง jount task force โดยปัจจุบันได้มีการจัดส่งรายชื่อเรียบร้อย และได้มีการตกลงทำ joint action plan เพื่อสามารถกำหนดเวลาในการดำเนินการ ในด้าน JD ทั้งสองฝ่ายก็มีความเห็นพ้อง เรื่องความสำคัญในการปราบปรามไซเบอร์สแกม และให้ดำเนินการตาม เงื่อนไขหรือข้อตกลงที่ GBC ได้กำหนดไว้

สุดท้ายในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ขัดแย้งตามแนวชายแดน สืบเนื่องมาจากหลักๆแล้วพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ก็ถ้ามีการนำมาบรรจุในการหารือกัน เพื่อให้พื้นที่อย่างต่ำสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ โดยประเด็นนี้ได้พูดคุยไปและมอบหมายให้ทาง JBC ซึ่งมีกระทรวงต่างประเทศรับผิดชอบ ไปพูดคุยในเรื่องของการสำรวจเช่นเขตแดนให้ขัดเจน เพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนว่าอันไหนเป็นพื้นที่ของไทยอันไหนเป็นพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งได้นำผลไป บรรจุไว้ในข้อตกลง Joint Declaration เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เรียบร้อยแล้ว