หน้าแรก การเมือง พท.ซัด อนุทิน...

พท.ซัด อนุทิน เมินแก้สแกมเมอร์ ศึกษิษฏ์ โว สมัยพท.เป็นรบ.ลด 40% เตรียมเก็บข้อมูลซักฟอก หวัง ปชน.ร่วมมือ

3.11.25 | 15:10 น.

พท.ซัด อนุทิน เมินแก้สแกมเมอร์ ศึกษิษฏ์ โว สมัยพท.เป็นรบ.ลด 40% เตรียมเก็บข้อมูลซักฟอก หวัง ปชน.ร่วมมือ

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยละเลยการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล พรรคการเมืองอื่นไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการตรวจสอบนายกฯ ซึ่งเป็นผู้มีความรับผิดชอบสูงสุดและเป็นผู้แต่งตั้งรัฐมนตรีมาทำหน้าที่ ซึ่งล่าสุดรัฐมนตรีหนึ่งรายต้องลาออกเพราะกรณีเกี่ยวข้องกับพิษสแกมเมอร์ เราทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ไม่มีการจงใจละเว้นใครให้พ้นจากคำถาม แต่สิ่งที่น่าสังเกตกว่าคือพรรคที่เคยโหวตมอบอำนาจให้คุณอนุทินเป็นนายกฯ และถึงขั้นชื่นชมว่านายกฯ ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ นั่นต่างหากที่ควรถามว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมของฝ่ายค้านหรือไม่

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ในสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ทั้งในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พยายามแก้ไขปัญหาขบวนการสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ถึงขั้นดำเนินมาตรการตัดน้ำตัดไฟในพื้นที่ต้องสงสัย แต่กลับติดขัดจากการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยที่ล่าช้า ซึ่งรมว.มหาดไทยในเวลานั้น ปัจจุบันก็เป็นนายกฯ และยังถูกตั้งคำถามเรื่อง ความล่าช้าและการหันรีหันขวางในการจัดการปัญหานี้อยู่เช่นเดิม ทั้งนี้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีนโยบายปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ

โดยข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้ชัดว่าในช่วงรัฐบาลเพื่อไทย ความเสียหายจากคอลเซ็นเตอร์ลดลงกว่า 40% ป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้กว่า 14,500 ล้านบาทต่อปี ปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายได้กว่า 400,000 เว็บไซต์ และได้รับรางวัลชนะเลิศ WSIS Prizes 2025 จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จากโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์

นายศึกษิษฏ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยยังได้ผลักดันการปรับปรุงพระราชกำหนดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงินและผู้ให้บริการโทรคมนาคม รวมถึงเพิ่มโทษผู้กระทำผิดให้มีผลบังคับใช้จริงจังมากขึ้น หลังจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ขบวนการสแกมเมอร์กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ประชาชนจำนวนมากเริ่มได้รับสายหลอกจากมิจฉาชีพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ต่างจากหลายประเทศที่เข้มงวดด้วยการยึดทรัพย์และดำเนินคดีจริงจัง ขณะที่ประเทศไทยกลับยังไม่มีการอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องแม้แต่รายเดียว จนเริ่มมีความกังวลว่าความล่าช้าและการเพิกเฉยของรัฐบาลชุดนี้ อาจทำให้ต่างชาติมองว่าไทยเป็นพวกเดียวกับแก๊งสแกมเมอร์

Advertisement

“พรรคเพื่อไทยยังคงใช้ตำแหน่งหน้าที่ทั้งในและนอกสภาฯ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างรอบด้าน ถึงตอนนั้นผมหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากพรรคประชาชน ช่วยกันตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นและจริงจัง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าใครทำงานเพื่อใครกันแน่” นายศึกษิษฏ์ กล่าว