หน้าแรก การเมือง ส.ส.เพื่อไทย ...

ส.ส.เพื่อไทย ติง มท.ปรับวิธีจัดงบท้องถิ่น รวบอำนาจกลับส่วนกลาง เปิดช่องทุจริต-เอื้อบางพรรค

3.11.25 | 16:49 น.

‘เลิศศักดิ์’ ติง มท.ปรับวิธีจัดงบท้องถิ่น รวบอำนาจกลับส่วนกลาง เปิดโอกาสทุจริต ล็อกสเปก สร้างเครือข่ายเอื้อบางพรรค

จากกรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกหนังสือคำสั่งที่ มท.0810.8/ว 5044 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยมีเนื้อหาสำคัญคือการกำหนดให้เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดทำคำขอรับจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จากเดิมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดทำคำของบประมาณส่งไปยังสำนักงบประมาณฯ ได้โดยตรง ให้กลับมาใช้วิธีการส่งคำของบประมาณผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัดก่อน โดยให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามหลักของการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมา มีความพยายามทำให้การกำกับดูแลจากส่วนกลางน้อยที่สุด เพื่อทำให้ภาครัฐมีโอกาสเข้าไปแทรกแซงท้องถิ่นน้อยที่สุด ในระบบการจัดทำคำของบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบอุดหนุนเฉพาะกิจและงบประมาณของท้องถิ่นเอง ในอดีตการจัดทำงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องทำผ่านอำเภอและจังหวัด จากนั้นจึงส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำงบประมาณส่งให้สำนักงบต่อไป แต่ในช่วงหลังมีความต้องการที่จะทำให้ท้องถิ่นเป็นอิสระ จึงกำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล สามารถจัดทำคำของบประมาณส่งไปที่สำนักงบฯ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านจังหวัด หรือผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก่อน

นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ในแผนเดิมของการจัดทำงบประมาณปี 2570 ทางองค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) ก็จะสามารถจัดทำคำขอประมาณได้เช่นเดียวกับ อบจ.และเทศบาลได้ ส่วนในเรื่องการคัดกรองความคุ้มค่าต่างๆ สำนักงบประมาณจะพิจารณาในเบื้องต้น หลังจากนั้นเมื่อทำเป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ส่งเข้ามาที่สภาก็จะพิจารณาตามกระบวนการขั้นตอน โดยในชั้นกรรมาธิการก็จะตรวจสอบ และปรับลดงบประมาณที่ไม่ถูกต้องหรือไม่จำเป็นลง แต่มาปีนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ออกหนังสือสั่งการไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรองก่อน ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเข้าไปกำกับแทรกแซงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกินความจำเป็น

นายเลิศศักดิ์ กล่าวต่อว่า หนังสือสั่งการที่ออกมา มี 2 คำสั่งที่เป็นประเด็นคือ 1.การให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อกลั่นกรอง ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการเรียงลำดับว่างบประมาณส่วนไหนสำคัญมากน้อยกว่ากัน เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการใช้ดุลพินิจ ในการพิจารณาว่าใครควรจะได้รับงบประมาณหรือไม่ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นตามมา 2.มีการกำหนดให้มีผู้ที่มีอำนาจในการตรวจสอบเรื่องเทคนิคการก่อสร้าง และ BOQ (เอกสารแสดงรายละเอียดงานก่อสร้างทั้งโครงการอย่างละเอียด) ซึ่งอาจจะเปิดโอกาสให้มีการกำหนด หรือล็อกสเปกเกิดขึ้นได้ และอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ตั้งแต่ในชั้นจังหวัด จนไปถึงในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

Advertisement

นายเลิศศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของการกระจายอำนาจ ผิดไปจากแนวทางที่ควรจะเป็น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจได้กำหนดแนวทางเอาไว้ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะในรูปแบบของการจัดทำงบประมาณ ถือว่ากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดีอยู่แล้ว ทางท้องถิ่นหลายแห่งก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นพรรคภูมิใจไทย และได้เข้าไปคุมกระทรวงมหาดไทยโดยตัวนายกฯเอง และกำหนดให้เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดทำงบประมาณ ในส่วนของคำขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โดยกลับไปใช้รูปแบบที่ให้คณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้พิจารณากลั่นกรอง

สิ่งนี้นอกจากจะเป็นการแทรกแซง ยังเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ง่ายด้วย และอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น บาง อบต.อาจจะได้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจเยอะ บาง อบต.ที่อาจจะไม่ใช่ฝ่ายที่นักการเมืองส่วนกลางหรือรัฐบาลสนับสนุน ก็อาจจะได้งบน้อยลงหรืออาจจะไม่ได้งบเลยก็มี จึงกลายเป็นข้อสงสัยว่าจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจได้อย่างไร หรือเป็นการทำเพื่อสร้างเครือข่ายพวกพ้อง เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ร้ายแรงที่สุดถือว่าเป็นการขัดขวางกระบวนการกระจาย ที่เรายึดหลักว่าควรทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระมากที่สุด” นายเลิศศักดิ์กล่าว