ส.ส.ปชน. ถามหา รมต.กลาโหม จี้ เคลียร์ปมโควต้าหวยสีเทา คืนความโปร่งใสให้อผศ.
จากกรณี นายธนเดช เพ็งสุข ส.ส.กรุงเทพฯ ลาดพร้าว บึงกุ่ม ได้โพสต์เปิดกรณี โควต้าหวยสีเทา ตั้งข้อสังเกตหวั่น โควตาหวยของทหารผ่านศึก กว่า 1,000,000.- ใบต่องวด กำลังกลายเป็นเหมืองทองของกลุ่มทุนเทา
โดนได้ให้ข้อมูลว่า องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้รับโควต้าสลาก จาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมแล้ว 10,988.- เล่ม ต่องวด หรือเท่ากับ 1,098,800.- ใบต่องวด
“รวม 26,371,200.- ใบต่อปี”
โดยแบ่งโควต้าการบริหารออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 ให้กับ สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย จำนวน 4,235.- เล่ม หรือ 423,500.- ใบ ต่องวด
ส่วนที่ 2 จัดสรร ให้กับ สำนักงานจำหน่ายสลากกินแบ่งและบุหรี่ อผศ. (จสบ.) บริหารจัดการ จำนวน 6,735.- เล่ม หรือ 673,500.- ใบต่องวด
โดยมีการปันผลรายได้ให้กับทหารผ่านศึก ดังนี้
– บัตรชั้น 1 ที่พิการทุพลลภาพ จำนวน 2,848 รายปีละ 13,700.- บาท/ปี (รวมเป็นเงิน 39,017,600.-)
– สามี หรือภรรยา ครอบครัว บัตรชั้น1 จำนวน 2,882 ราย ปีละ 3,000.- บาท/ปี (รวมเป็นเงิน 8,646,000.-)
– สามีหรือภรรยาของทหารผ่านศึกที่พิการและเสียชีวิตภายหลัง จำนวน 981 ราย ปีละ 2,500 บาท/ปี
(รวมเป็นเงิน 2,452,500.-)
– ทหารผ่านศึกบัตรชั้น 2,3,4 ที่พิการทุพลภาพจำนวน 3,460 ราย ปีละ 2,000.- บาท/ปี
(รวมเป็นเงิน 6,920,000.-)
รวม 57,036,100 บาท ต่อปี เมื่อนำมาหารกับจำนวนฉลากต่อปีที่ได้รับ เฉลี่ยแล้ว 1 คนจะได้ปันผล อยู่ที่ใบละ “2.1 บาท ต่อคน”
โดยที่ต้นทุนฉลากที่ได้รับโควต้ามาอยู่ที่ ใบละ 70.4 บาท คำถามคือ
1. อผศ. ขายต่อให้ผู้ที่ได้รับโควต้าต่อ ใบละเท่าไร
2.ใครเป็นคนได้โควต้า หวยก้อนใหญ่นี้ กี่เจ้าที่ได้ไป
3. การบริหารจัดการรายได้จากการขายสลากนี้ เป็นยังไง นี่คือคำถาม ที่ผู้ผ่านศึกทุกคน และประชาชนควรจะได้รับรู้ ถึงความจริงใจในการดูแล ผู้เสียสละของชาติบ้านเมือง
ผมจะเร่งทำหนังสือสอบถามและติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อผู้ผ่านศึกทุกคน เพื่อประโยชน์ของผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน อย่าให้กลุ่มทุนเทามาหากินบนความลำบากของผู้ผ่านศึก”
ตั้งคำถามถึง สมาคมกีฬาคนตาบอด ที่เงินเข้าผู้บริหารมูลนิธิจำนวนมาก พร้อมแนบหลักฐานบัญชีรับ-โอน ทั้งเอกสารของ ดีเอสไอ ที่ยื่นถึงมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ลงวันที่ 4 กันยายน 2567 ที่มีผลตรวจสอบว่า จากการสืบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิก ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามข้อบังคับของสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย
พร้อมข้อความว่า “ถ้าจะถามหาหลักฐาน… ก็พอจะมีอยู่น้า ยังไงต้องฝากรัฐมนตรีเจ้ากระทรวช่วยแถลงผล
ชิ้นแรก ขอเสิร์ฟเป็น “ออเดิร์ฟ” จากผลการสอบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่พบว่า สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย จำหน่าย สลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิก ซึ่งถือว่า ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และเป็นการ ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย อย่างชัดแจ้ง
และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ กล้าๆทำหน่อย
ผมขอเรียกร้องให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับรู้ และดำเนินการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
เพราะ “ความเห็นใจของประชาชน” ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือหากินของใครอีกต่อไป”

ล่าสุด ได้โพสต์ข้อความว่า “ถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผมอยากให้ท่านช่วยตอบเรื่องนี้เร็วๆ เหมือนเรื่องอื่นบ้าง
เรื่อนอื่นละตอบเร็ว ตอบเก่ง ตอบวันต่อวัน ถ้าตอบเองไม่ได้ก็ส่งลูกน้องตอบ พอเรื่องหวยทหารผ่านศึก เรื่องความโปร่งใสในการบริหารสวัสดิการ ท่านเงียบเหมือนมือถือหาย เหมือนท่านไม่รับรู้อะไร ผอ.อผศ ก็เตรียมทหารรุ่นเดียวกับท่าน รมช.
นี่ผมมาด้วยไมตรีจิต ผมอยากชวนท่านทั้งสอง มาร่วมกัน “แก้ไขปัญหาขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” อย่างจริงใจ และจริงจัง
ผมเชื่อมั่นว่า ทั้งผม ท่าน และพี่น้องทหารจำนวนมาก
ล้วนรับรู้และตระหนักถึง “ปัญหาความไม่โปร่งใส” ที่เกิดขึ้นในองค์กรนี้ โดยเฉพาะในเรื่อง
– โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
– กิจการรักษาความปลอดภัย (รปภ.)
– กิจการโรงงานในอารักษ์
– สิทธิและสวัสดิการของผู้ผ่านศึก
ทุกวันนี้ “สถานการณ์การรบ” ของชาติเราดีขึ้นแล้วแม้จะยังไม่เป็นสถานการณ์สีเขียว
แต่ “สถานภาพของผู้ผ่านศึก” ตอนนี้กำลังเป็นสีแดง
แล้วครับท่าน ผู้ที่เคยเสียสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินกลับยังไมได้รับการปรับปรุงดูแลที่ดีขึ้นเลย
สิ่งที่ดีขึ้นและเห็นชัดก็จะมีแต่ “รายได้ของกลุ่มทุนเทา”
ที่ยังคงกัดกินผลประโยชน์จากโควตาสลากอย่างต่อเนื่อง
บางกลุ่มถึงขั้น แอบอ้างชื่อรัฐมนตรี ว่าต้องนำโควตาไปดูแลท่าน ผมไม่เชื่อครับ! ท่านไม่ใช่คนแบบนั้นแน่ ๆ …ใช่ไหมครับ?
ดังนั้น ผมอยากชวนท่าน แสดงความจริงใจ
ในการร่วมกัน “เปิดปัญหา แก้ไขปัญหา และคืนความโปร่งใส” ให้กับ อผศ.
และอย่าบอกไม่รู้เรื่องนะท่าน เดี๋ยวผมกำลังเร่งจัดทำหนังสือถึงท่าน เพื่อขอเข้าพบ พูดคุย และหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นระบบ
และ แม้ว่าองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะเป็นหน่วยงานพิเศษที่ไม่อยู่ในกำกับดูแลทางตรง แต่ตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ อผศ.” ก็ล้วนผ่านการตัดสินใจจากท่านรัฐมนตรีทั้งสอง
ดังนั้น ท่านจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ครับ
ถึงเวลาแล้วที่เราต้อง “คืนศักดิ์ศรีให้ผู้ผ่านศึก”
และ ฟื้นความศรัทธาในองค์กร ให้ประโยชน์สูงสุด เป็นของผู้เสียสละทุกคน หาใช่ผู้อื่นใด ลุยๆกล้า หน่อยท่าน อย่าหยอแบบนี้
สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม ทำงานหน่อย”

