หน้าแรก การเมือง อนุทิน จี้ปปง...

อนุทิน จี้ปปง.ลุยสแกมเมอร์ หวั่นนานาชาติแซงก์ชั่น ‘อนุดิษฐ์’ ซัดโรม ใส่ร้ายธรรมนัส

4.11.25 | 06:03 น.

“อนุทิน” จี้ปปง.ลุยสแกมเมอร์ หวั่นนานาชาติแซงก์ชั่น ด้าน “อนุดิษฐ์” ซัด “โรม” บิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายธรรมนัส-เบน สมิธ หวังปั่นกระแสการเมือง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงาน ปปง.ว่า

ปปง.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงกับนายกฯ ซึ่งเป็นงานที่สำคัญมาก แต่ช่วงนี้ภารกิจงานของ ปปง.ได้รับการสนใจ และเป็นที่สนใจของประชาชน และสังคมมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรดังไปกว่าสแกมเมอร์เรื่องอาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งในธุรกรรมต่างๆ ของมิจฉาชีพ และธุรกิจประเภทนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้กับภารกิจงานของ ปปง.เพราะทุกอย่างต้องฟอกเงิน เงินที่ไม่สะอาด เป็นเงินที่ไม่ใช่เทา แต่เป็นเงินดำ แต่ฟอกอย่างไรก็ยังเป็นดำ

“ฉะนั้น ผมในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง.ต้องยอมรับว่ากดดัน ได้รับความกดดันจากประชาชน และสังคม ตลอดจนประชาคมนานาชาติสูงมาก ในเรื่องการเกิดปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์เหล่านี้ ยิ่งถ้าดำเนินการไม่เฉียบขาด ไม่เต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะเราจะถูกตราหน้าว่าไม่มีผลงาน แต่สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้น คือการแซงก์ชั่น (มาตรการลงโทษ) และถูกกีดกันจากนานาชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราเป็นข้าราชการ มีเงินเดือน เกษียณอายุยังมีเงินบำนาญ มีกินมีใช้ กินอาหารได้ 3 มื้อ แต่เราต้องนึกถึงผู้ที่ทำมาหากินสร้างรายได้ด้วยว่าเขาจะทำอย่างไร” นายอนุทินกล่าว

ต่อมา นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้มาติดตามความคืบหน้า และสอบถามถึงความต้องการว่าอยากให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรบ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่ถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ จะต้องสนับสนุน ปปง.อย่างเต็มที่

Advertisement

เมื่อถามว่า ได้กำชับ ปปง.ให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะถูกจับตา และมีความกังวลว่าอาจจะถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ นายอนุทินกล่าวว่า ได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุม เพราะไม่ใช่เฉพาะเรื่องภายในประเทศ หากไม่สร้างความมั่นใจเรื่องการปราบปรามผู้กระทำผิดโดยใช้ไทยเป็นฐานการฟอกเงิน จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อไทย ซึ่งไม่เป็นผลดี และจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างมาก ดังนั้น ปปง.ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ที่จะไม่ให้มีเงินดำเงินเทา เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของประเทศไทย

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม(กธ.) เปิดเผยว่า จากการดำเนินการของคณะทำงานวอร์รูมพรรคกล้าธรรม เห็นว่า นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้อภิปรายและให้สัมภาษณ์เชื่อมโยงชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับขบวนการสแกมเมอร์ ทุนสีเทาข้ามชาติ พรรคกล้าธรรมขอยืนยันว่า เป็นข้อมูลเท็จ และเป็นความพยายามสร้างกระแสทางการเมืองด้วยเจตนาใส่ร้าย

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่นายรังสิมันต์นำมาอภิปรายไม่มีหลักฐานและบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง ถือเป็นความพยายามจงใจโยงชื่อบุคคลและพรรคการเมืองเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าจะเป็นการตรวจสอบโดยสุจริต ตั้งแต่การนำชื่อคนบริสุทธิ์อย่างนายเบน สมิธ ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับทุนจีนเทา ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงชัดว่า ไม่เกี่ยวข้อง และยังฟ้องกลับนายรังสิมันต์เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ซึ่งศาลรับฟ้องไว้ทั้งคดีอาญาและแพ่ง นี่คือหลักฐานว่าเอาจริงในการปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง