เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เปิดเผยผล ‘อาจารย์ธำรงศักดิ์โพล’ ซึ่งเป็นงานวิจัยส่วนบุคคลโดยทำการสำรวจในหัวข้อ “ท่านปรารถนาให้ใครได้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป”
โพลดังกล่าวมาจากการเก็บข้อมูลแบบสอบถามจากบุคคลต่างๆ ใน 53 จังหวัด 101 อำเภอ จำนวน 5,300 คน ระหว่างวันที่ 4-19 ตุลาคม 2568 โดยนักศึกษาปริญญาตรี-โท-เอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 160 คน
ผลการสำรวจพบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับความนิยมสูงสุด ร้อยละ 15.61 (826 คน) ตามด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 8.75 (463 คน) และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้ร้อยละ 7.27 (385 คน) ส่วนแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย ได้ ร้อยละ 4.12 (218 คน) และ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 1.72 (91 คน) ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เลือกใคร โดยมีผู้ตอบว่า ยังไม่มีผู้เหมาะสม ร้อยละ 23.55 (1,246 คน) และ ไม่แสดงความเห็น ร้อยละ 38.98 (2,063 คน)

จากผลการสำรวจแยกตามภูมิภาคพบว่า มีดังนี้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับความนิยม กรุงเทพฯ ร้อยละ 26.5 ภาคกลาง ร้อยละ 15.6 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 10.8 ภาคเหนือ ร้อยละ 11.6 ภาคใต้ ร้อยละ 14
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับความนิยม กรุงเทพฯ ร้อยละ 8.2 ภาคกลาง ร้อยละ 8.9 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 8.9 ภาคเหนือ ร้อยละ 8.1 ภาคใต้ ร้อยละ 8.6
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับความนิยม กรุงเทพฯ ร้อยละ 8.4 ภาคกลาง ร้อยละ 6.4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 5.9 ภาคเหนือ ร้อยละ 5.4 ภาคใต้ ร้อยละ 11.6
แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย ได้รับความนิยม กรุงเทพฯ ร้อยละ 3.4 ภาคกลาง ร้อยละ 4.9 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 4.2 ภาคเหนือ ร้อยละ 2.5 ภาคใต้ ร้อยละ 2.4
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้รับความนิยม กรุงเทพฯ ร้อยละ 1.9 ภาคกลาง ร้อยละ 1.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 0.9 ภาคเหนือ ร้อยละ 1.7 ภาคใต้ ร้อยละ 2.3
เมื่อเทียบกับผลสำรวจของ “ธำรงศักดิ์โพล” เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ในคำถามว่าท่านปรารถนาให้ใครได้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ดังนี้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เมื่อตุลาคม 2567 ได้รับความนิยม ร้อยละ 11.50 แต่ตุลาคม 2568 ความนิยมลดลงเหลือ ร้อยละ 8.75
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อตุลาคม 2567 ได้ร้อยละ 11.24 แต่ตุลาคม 2568 ความนิยมต่อแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย ลดลงเหลือ ร้อยละ 4.12
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อตุลาคม 2567 ได้ร้อยละ 3.36 แต่ตุลาคม 2568 เมื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ความนิยมเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 7.27
โดยหลังรับตำแหน่ง นายอนุทินได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 กันยายน และแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 29–30 กันยายน พร้อมประกาศว่าจะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 ทำให้คาดว่า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่จะมีขึ้นราวสิ้นเดือนมีนาคม 2569

จากข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม มีดังนี้
เพศ : มากที่สุด เพศหญิง 2,852 คน (53.81%) รองลงมา เพศชาย 2,196 คน (41.43%) และเพศหลากหลาย 252 คน (4.76%)
อายุ : มากที่สุด Gen Z (18-28 ปี) 2,895 คน (54.62%) รองลงมา Gen Y (29-45 ปี) 1,171 คน (22.09%) Gen X (46-60 ปี) 860 คน (16.23%) Gen Baby Boomer ขึ้นไป (61 ปีขึ้นไป) 374 คน (7.06%)
การศึกษา : ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าสูงสุด 2,537 คน (47.87%) มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 1,466 คน (27.66%) อนุปริญญาหรือเทียบเท่า 648 คน (12.23%) ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 372 คน (7.02%) สูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 277 คน (5.22%)
อาชีพ : นักเรียนนักศึกษาสูงสุด 2,409 คน (45.45%) เกษตรกร 378 คน (7.13%) พนักงานเอกชน 579 คน (10.93%) รับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน 435 คน (8.21%) เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ 539 คน (10.17%) ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 563 คน (10.62%) พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน 252 คน (4.75%) อื่นๆ 145 คน (2.74%)
รายได้ต่อเดือน : ไม่มีรายได้ 1,531 คน (28.89%) รายได้ไม่เกิน 10,000 บาท 1,111 คน (20.96%) รายได้ 10,001-20,000 บาท 1,276 คน (24.08%) รายได้ 20,001-30,000 บาท 659 คน (12.43%) รายได้ 30,001- 40,000 บาท 296 คน (5.59%) รายได้ 40,001 บาทขึ้นไป 427 คน (8.05%)
เขตที่อยู่อาศัย : อบต. 1,643 คน (31.00%) เทศบาลตำบล 1,377 คน (25.98%) เทศบาลเมือง 1,003 คน (18.98%) เทศบาลนคร 251 คน (4.74%) กรุงเทพมหานคร 993 คน (18.73%) เมืองพัทยา 33 คน (0.62%)
ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ที่เลือกแล้ว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และแคนดิเดตพรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มความนิยมลดลงจากปีก่อน สะท้อนถึงสภาวะการเมืองที่ประชาชนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ต้นปี 2569

