หน้าแรก การเมือง อัจฉริยะ หอบผ...

อัจฉริยะ หอบผังเส้นเงินบัญชีม้า โยงตร.ไซเบอร์ มอบกมธ. โรมจ่อเชิญ ‘ชนนพัฒฐ์’ แจง ปมเว็บพนัน

5.11.25 | 12:14 น.

อัจฉริยะ หอบหลักฐาน-โชว์แผนผังเส้นเงินบัญชีม้า ปูดปลายทางเข้าถัง ตร.ไซเบอร์ ลั่นใครจะฟ้องไม่สน ไม่แคร์ พร้อมชน’ธรรมนัส’ จะให้ไปพะเยาก็พร้อม ด้าน ‘โรม’ ห่วงผู้มีอำนาจ-นักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์ หวั่นมีการล้มคดี ลั่นไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนแม้มีปัญหากับ ‘พรรคกล้าธรรม’ จ่อเชิญ ‘ชนนพัฒฐ์’ เข้าแจง กมธ. จี้รัฐบาล-DSI เร่งปราบเว็บพนัน-สแกมเมอร์


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึงนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) กับพวกที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และเส้นเงินยาเสพติดและการรับสินบนของตำรวจและข้าราชการท้องถิ่นและการเมือง มูลค่า 2,500 ล้านบาท และการล้มคดีเว็บพนันออนไลน์

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขอบคุณนายอัจฉริยะที่เข้ามายื่นหนังสือเรื่องที่เกี่ยวกับนักการเมืองคนหนึ่งคือนายชนนพัฒฐ์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไปเกี่ยวพันในเว็บพนัน ซึ่งเว็บพนันกับสแกมเมอร์ก็เป็นเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา เซิร์ฟเวอร์ บัญชีม้าอาจจะเป็นแหล่งเดียวกัน เป็นเรื่องที่เราติดตามอย่างใกล้ชิด ถือว่ามีความสำคัญกับชาติบ้านเมือง เพราะนายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่าปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่แค่ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่เป็นปัญหาอาชญากรรมที่เป็นวาระใหญ่ของโลก ถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา เรื่องที่ได้ยื่นมาวันนี้คงไม่ช้าแน่นอน ในฐานะ กมธ.นอกจะเอาข้อมูลมาพิจารณาแล้วก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เท่าที่ดูเบื้องต้นมีนักการเมืองหลายคนถูกเชื่อมอยู่ บางคนเป็น ส.ส.ในปัจจุบันด้วย ฉะนั้น เมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้ จึงต้องให้ความเป็นธรรมในการชี้แจง และคาดหวังว่าหน่วยงานที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเมื่อเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลต่างๆ ก็เป็นห่วงว่าจะมีการล้มคดีหรือไม่ กระบวนการยุติธรรมแทนที่จะเอาคนไม่ดีเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาดำเนินคดี กลับเป็นการฟอกขาวให้กับคนเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทำลายหลักนิติรัฐ หลักการเชิงกฎหมาย และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างยิ่ง ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม ดังนั้น ส.ส.จึงไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือสิทธิพิเศษใดๆ จึงเป็นโอกาสดีที่ต้องเร่งสร้างความกระจ่างไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิด อย่างน้อยก็จะได้จบภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

เมื่อถามว่า การติดตามเรื่องสแกมเมอร์ใน กมธ.เคยมีชื่อของนายชนนพัฒฐ์เข้ามาหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า บางทีเว็บพนันกับสแกมเมอร์ก็แยกออกจากกันยาก หนึ่งในกระบวนการของสแกมเมอร์ไม่ใช่แค่โทรมาหลอกให้โอนเงิน แต่มีหลากหลายรูปแบบ เช่น หลอกให้ลงทุน หลอกให้รัก หรือหลอกให้เล่นการพนัน ดังนั้น การที่บอกว่าไม่ได้ทำสแกมเมอร์ แต่ทำเว็บพนันมันคือสิ่งเดียวกัน

“มีโอกาสที่จะเรียกนายชนนพัฒฐ์มาชี้แจง เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน แต่ไม่รู้ว่านายชนนพัฒฐ์จะเดินตามรอย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัสเป็นหนึ่งในคนที่ไม่เคยมาชี้แจงในชั้น กมธ.เลย อย่างไรก็ตาม ต้องให้โอกาสทุกคน ไม่ใช่แค่ว่าเห็นข้อมูลนี้แล้วต้องเชื่อทันที” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่นายอัจฉริยะนำมา เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ได้เลย ในทางกระบวนการไม่ต้องใช้เวลานาน

เมื่อถามว่า จะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะขณะนี้พรรคกล้าธรรมกับพรรค ปชน.กำลังมีปัญหากันอยู่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน พรรค ปชน.อยู่ในฐานะฝ่ายค้าน ตนอยู่ในฐานะประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ ก็ต้องตรวจสอบรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่การทำงานของรัฐบาล แต่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่เรื่องที่จะชี้หน้าว่าพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง แล้วมาบอกว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ต้องว่ากันด้วยพยานหลักฐานตำรวจหรือ DSI ไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายค้าน แต่ขึ้นกับฝ่ายรัฐบาลที่ต้องทำให้องค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและหน่วยงานรัฐอย่าง DSI ว่าทำงานถึงไหนแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน แต่กลับคิดว่าความพยายาม

“ที่จะบอกว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน กรรมาธิการไม่เป็นกลาง ต้องพูดตรงๆ ว่าในกรรมาธิการมีทุกพรรค พรรคกล้าธรรมก็อยู่ในนี้ การที่บอกไม่เป็นกลางคงไม่ใช่ รวมไปถึงเป็นความพยายามเบี่ยงประเด็น โดยเอาเรื่องทางการเมืองแบบนี้มาดิสเครดิตกัน ไม่ได้สนใจมองในเรื่องรายละเอียด พยานหลักฐาน ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ถ้าเอาผิดได้ ก็ว่าไปตามกระบวนการ สิ่งที่เรียกร้องสูงสุดคือต้องการกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปกติสำหรับทุกคน ไม่ได้ต้องการรังแกใคร ผมเป็นฝ่ายค้าน ยืนยันว่าไม่สามารถไปสั่งการอะไรใครได้” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีกลไกอื่นเพื่อเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจงอีกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครมา นายรังสิมันต์กล่าวว่า อยู่ในช่วงหารือในช่วงเป็นสมัยประชุมคงไม่ง่าย แต่การไม่มาชี้แจงอาจส่งผลเสียกับผู้ที่ไม่มาชี้แจงเอง ดังนั้น การตรวจสอบของเรายังคงเดินหน้าต่อไป บางคน เช่น นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดคลัง ได้รับการยืนยันว่าจะมาชี้แจง ก็จะได้เห็นเป็นตัวอย่างว่าการมาชี้แจงมันดีต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องสแกมเมอร์และดีต่อตัวผู้ชี้แจงยังไง

เมื่อถามว่า ฝั่งรัฐบาลออกมาชี้แจงว่าไม่พบนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น คือหนึ่ง รัฐบาลมี 7 รายชื่อแล้วใช่หรือไม่ สอง ที่ตรวจสอบว่าไม่พบก็ต้องตั้งคำถาม เพราะหากย้อนไป 5 ปีที่แล้วก็ไม่พบชื่อก๊กอาน และก่อนหน้านี้ถ้าไปตรวจสอบก็ไม่พบชื่อลี ยงพัด แต่วันนี้กลับเจอ ดังนั้น ปัญหาคือหน่วยงานราชการที่ผ่านมาแค่เช็กในเรื่องของเคสไอดี ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่เจอ ยังไม่ได้ตั้งต้นยังไม่เริ่มนับหนึ่งแต่วันนี้ข้อมูลต่างๆ ที่เข้ามาส่อไปว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นกระบวนการทางกฎหมายต่างๆ จะเดินได้ใช้อย่างไร ซึ่งข้อมูลของนายอัจฉริยะที่มายื่นหากนับรวมกันอาจเกิน 7 คน และเชื่อว่าหากไล่กันมากกว่านี้ อาจมีชื่อมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในแผนผังของนายอัจฉริยะ ดังนั้น การที่รัฐบาลบอกว่ายังไม่เจอเป็นการรีบสรุปเกินไป การรีบสรุปแบบนี้แล้วออกมาพูดแบบนี้ต้องการอะไร

เมื่อถามว่า มองการจัดการเรื่องนี้ของรัฐบาลอย่างไร เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่มีการแก้ไขกฎหมาย นายรังสิมันต์กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับความเสียหายกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ยังมีเรื่องค้ามนุษย์ตามมาด้วย ความเชื่อมั่นด้านการเงินกับประเทศต่างๆ ก็เสียหาย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฝ่ายค้านและตนที่เป็น กมธ.ถึงได้เรียกร้องเรื่องนี้นี่คือวาระสำคัญ

“จริงๆ ก็มีสัญญาณบวกว่านายกฯก็ดูเหมือนมีท่าทีจะเอาจริงมากขึ้น อย่างน้อยทางการพูด แต่สิ่งที่เราต้องการเห็นคือรูปธรรม วันนี้รูปธรรมยังไม่มี แผนงานที่ชัดเจนยังไม่มี การสร้างความเชื่อมั่นยังไม่มี ประเด็นคือประเทศไทยเมื่อได้รับผลกระทบขณะนี้ใกล้กับแหล่งสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ประเทศไทยต้องเป็นผู้นำและจะต้องเป็นคนที่สร้างรูปธรรมให้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่เกิด ในฐานะที่ติดตามเรื่องเหล่านี้รู้สึกผิดหวัง เพราะประเทศอื่นที่อยู่ไกลกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ เกาหลีใต้ หรือสหรัฐอเมริกา ทำไมมีความคืบหน้ามากกว่าผมยืนยันว่าในแง่ของข้อมูลเรามีไม่แพ้ชาติอื่น แต่ปัญหาที่ทำให้เราไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้คือการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่รัฐบกพร่องไป” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ยาก ซึ่งเรื่องนี้ที่ยากเพราะติดอยู่กับปัญหาภายในประเทศ และยากเมื่อมีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินต่างๆ ทำให้การยึดอายัดต่อไปในอนาคตยากลำบากมาก ดังนั้น การทำหน้าที่ของเราจะต้องนำไปสู่การสร้างแรงกระตุ้น เหมือนคนกำลังจะตายต้องมีไฟฟ้าช่วยกระตุ้น เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ การประชุมกรรมาธิการแต่ละครั้งก็เหมือนการหาข้อมูลเพิ่มเติม และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐมีข้อมูล แต่ปัญหาคือมีข้อมูลแล้วจะดำเนินการอะไรหรือไม่ เท่าที่เห็นหน่วยงานที่เริ่มนับหนึ่งมีแค่ ก.ล.ต. แต่หน่วยงานอื่นยังไม่เห็นความคืบหน้า

ขณะที่นายอัจฉริยะกล่าวว่า วันนี้สิ่งที่มายื่นเป็นเรื่องของนายชนนพัฒฐ์ เกี่ยวข้องในส่วนของเส้นเงินยาเสพติดและการทำเว็บพนันออนไลน์ เป็นข้อมูลจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ สิ่งที่เราทำในวันนี้อยากให้เป็นมาตรฐาน การนำเงินจากเว็บพนันก็ดี ยาเสพติดก็ดี จากเด็กเดินโพย แล้วมาลงสมัคร ส.ส. จนได้เป็น ส.ส. โดยใช้เงินพวกนี้มาทำการเลือกตั้ง ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในยุคที่ย้อนกลับในสมัย 2499 อันธพาลครองเมือง ที่นำเงินผิดกฎหมายมาใช้ในการเลือกตั้ง สร้างตัวตน ถ้าสภาอันทรงเกียรติจะมี ส.ส.แบบนี้อีกจำนวนมากคิดว่าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้

นายอัจฉริยะกล่าวต่อว่า คนที่มีส่วนในการรับเงินพวกนี้ มีทั้งตำรวจ ข้าราชการ และ ส.ส. ทั่วพื้นที่ประเทศไทย โดยกระจายผ่านบัญชีม้า ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนยังไม่เห็นภาพชัดเจน ได้เดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงนายกรัฐมนตรี แต่ก็ยังไม่เห็นถึงการเอาจริงเอาจัง อยากเห็นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น

นายอัจฉริยะกล่าวด้วยว่า วันนี้เราเห็นนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวปราบสแกมเมอร์ แต่ตำรวจรอบกายท่านบางคนไปรับเงินจากสแกมเมอร์ ธุรกิจสีเทามา เราสามารถชี้ได้เลยว่าคนไหนเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ถ้ายังมีคนเหล่านี้อยู่จะปราบได้อย่างไร การแต่งตั้งก็เอาคนที่รับสินบน มีการล้มคดีเกิดขึ้น เวลาจะปล่อยอายัดบัญชีก็ต้องมีเปอร์เซ็นต์ให้คนในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันพัวพันไปถึงการรับเงินเว็บพนัน แล้วมาลงถังกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ รวมถึงหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังได้โชว์แผนผัง เส้นเงินบัญชีม้า พร้อมระบุว่า ตำรวจแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แค่นำข้อมูลข่าวสารมาเปิดเผย วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้สั่งการไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยตั้งเลขสืบสวนคดีของนายชนนพัฒฐ์ให้มีการดำเนินการแล้ว อยากเห็นมิติการตรวจสอบนี้ ไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาเหตุนำตนไปดำเนินคดี ตนยังไม่เห็นความหวังที่นายกรัฐมนตรีจะทำความจริงให้ปรากฏ ท่านบอกว่ายึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน มีข้อมูลหมด ไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อ แต่ตนคิดว่าโลกได้วิวัฒนาการไปแล้ว เราเปิดชื่อได้หมด

“มันเป็นผู้กระทำความผิดทางกฎหมาย คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา คุ้มครองมาตรา 329 ให้กับผู้บริสุทธิ์ ในการเปิดข้อมูลให้ประโยชน์ตกต่อสาธารณะ แต่หากจะฟ้องร้องผม ผมไม่ได้แคร์ ผมไม่ได้สนใจ เพราะเป็นคนกล้าท้าชน ต่อให้เป็นคุณธรรมนัสฟ้องผม ผมก็พร้อม จะให้ไปพะเยาผมก็พร้อม” นายอัจฉริยะกล่าว