หน้าแรก การเมือง ปชป.สงขลาคึก ...

ปชป.สงขลาคึก จัดตัวผู้สมัคร ‘ทนายอาร์ม’ ชน ‘โกถึก’ ย้ายซบภท. ‘ลูกเดชอิศม์’ ยันเองไม่ย้ายพรรค

6.11.25 | 19:23 น.

ปชป.สงขลาคึก จัดตัวผู้สมัคร ‘ทนายอาร์ม’ ชน ‘โกถึก’ ย้ายซบภท. ‘ลูกเดชอิศม์’ ยันเองไม่ย้ายพรรค

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่จ.สงขลา บรรยากาศการเตรียมหาเสียงในพื้นที่ จ.สงขลา พบพื้นที่เขต 3 มีความเคลื่อนไหว มีกระแสข่าว นายสมยศ พลายด้วง พรรคประชาธิปัตย์ หรือ โกถึก จะย้ายพรรคไปลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยตามนายนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งนายสมยศ มีความพร้อมด้านทรัพยากรเต็มที่และมีฐานเสียงเหนียวแน่น ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัว นายทนายอาร์ม สุวรรณรักษา เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลา ซึ่งนายทนายอาร์มถือเป็นนักกฎหมายชื่อดังในจังหวัดสงขลา มีบทบาทกิจกรรมทางการเมือง ขุดคุ้ยปัญหาความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผ่านการดีลกับ นายจุรี นุ่มแก้ว ดาวติ๊กต่อกชื่อดัง ที่เพิ่งรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเมื่อไม่นานมานี้ นายทนายอาร์มยังเคยลงสมัคร ส.ส.สงขลาเขต 9 ในนามพรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวนิชด้วย

ส่วนเขตเลือกตั้งอื่นๆบรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคัก อาทิ เขต 9 ซึ่งมี นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา หรือส.ส.สิงโต พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายนายเดชอิศม์ ขาวทอง ล่าสุด ได้ยืนยันว่ายังคงลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม โดยคืนวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายศักดิ์สิทธิ์กล่าวบนเวทีงานประเพณีลอยกระทง ที่ตลาดน้ำคลองแห อ.หาดใหญ่ ว่า “ไม่ต้องสงสัย ยังอยู่ที่เดิม พรรคเดิม เขต 9 พรรคประชาธิปัตย์”

ท่ามกลางกระแสข่าวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นใบลาออกจากพรรคประธิปัตย์ และจะยกทีมส.ส.ในกลุ่มไปซบพรรคกล้าธรรม โดยมีชื่อนายเดชอิศม์ ขาวทอง พร้อมครอบครัวย้ายเข้าพรรคกล้าธรรมด้วย ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เปิดตัวพ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร ลงสมัครเขต 9

ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 4 ถือเป็นเขตที่แข็ง มีนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว พรรคกล้าธรรม เป็นเจ้าของพื้นที่ พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวนายโยธิน ทองเนื้อแข็ง ลงสมัคร ส่วนพรรคประชาชนธิปัตย์ เปิดตัวนายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม หรือ น้องภู หลานชายนายถาวร เสนเนียม ลงสมัคร

นายทนายอาร์ม กล่าวว่า มีความชัดเจนมาตลอดว่าจะลงสมัครส.ส.ภายใต้พรรคที่มีอุดมการณ์ตรงกับตนเอง หลังเปิดตัวร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยไม่กังวลที่ต้องชนกับใคร แต่กังวลว่าหากตนลงสมัครส.ส.แล้วจะมีใครตรวจสอบการทำงานของ อปท.ในพื้นที่ ซึ่งตนยืนยันว่ายังสามารถทำการตรวจสอบได้เหมือนเดิม และเข้มข้นมากกว่าเดิม เพราะหากได้เป็นส.ส.จะมีช่องทางกฎหมายหลายข้อที่เปิดให้มีอำนาจตรวจสอบได้มากขึ้น

Advertisement