•…เครือมติชนซาบซึ้งใจทั้ง เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ มูลนิธิเสริมกล้า และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ
เหตุเพราะทั้งหมดต่างยินดีกับแนวทางที่เครือมติชนทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมุ่งมั่นที่จะทำต่อไปในอนาคต
นั่นคือ การส่งเสริมการอ่าน
ด้วยการเปิดโครงการ “Read for the Future ส่งเสริมการอ่าน สร้างอนาคต”
โครงการนี้ มูลนิธิเสริมกล้าร่วมกับเครือมติชน-สกร. ตั้งใจจะมอบหนังสือเข้าห้องสมุด สกร. 20 แห่ง
งานนี้ มูลนิธิเสริมกล้าเป็นพระเอกระดมทุน มติชนจัดหาหนังสือ สกร.เฟ้นหาห้องสมุดเพื่อส่งเสริมการอ่าน
เมื่อ 3 ฝ่ายทำงานได้ตามเป้าหมาย พิธีการมอบหนังสือมูลค่า 1 ล้านบาทเข้าโครงการเพื่อ 20 ห้องสมุดก็เกิดขึ้น
วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯและประธานมูลนิธิเสริมกล้า เป็นประธานในพิธีมอบ
มูลนิธิเสริมกล้ามีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องกีฬา สุขภาพ และการเรียนรู้
เมื่อพบว่าห้องสมุดประชาชนยังเป็นที่พึ่งทางปัญญาแก่ประชาชน การมอบหนังสือเข้าห้องสมุดก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ
แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยี เช่น E-Book แต่ก็ใช่ว่าจะทั่วถึง ขณะที่หนังสือในห้องสมุด ประชาชนสามารถเข้าถึงได้
การมอบหนังสือให้ห้องสมุดจึงเป็นประโยชน์
ในช่วงท้าย เศรษฐายังเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจร่วมบริจาค เพื่อสนับสนุนหนังสือแก่ห้องสมุดด้วย
งานวันนั้น เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรม สกร. และผู้อำนวยการศูนย์ 6 ศูนย์ เดินทางมาเป็นตัวแทนรับมอบ
ส่วนมติชน มี ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหารมติชนเข้าร่วม
พร้อมยืนยันพันธกิจของมติชนอีกครั้งว่า จะนำพาความรู้ผ่านหนังสือที่บริษัทมติชนผลิตเข้าไปสู่ระบบการเรียนรู้ที่เป็นทางการต่อไป
และผลักดันให้เนื้อหาต่างๆ ดังกล่าวเข้าถึงผู้อ่านให้มากขึ้น

•…สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นำโดย นายชำนาญ ไชยศร อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน พร้อมด้วย นายมงคล บางประภา ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ น.ส.โสภิตหวังวิวัฒนา หัวหน้าโครงการมองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ ครั้งที่ 7 นำคณะสื่อมวลชนไทยที่เข้าร่วมโครงการฯ ไปศึกษาดูงาน ณ นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคม 2568
เพิ่งกลับจากดูงานเมือง AI ที่หนานหนิงแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งเดินออกจากไทม์แมชชีน
คนที่นั่นไม่ได้แค่ “ใช้เทคโนโลยี” แต่ใช้จนลืมไปแล้วว่าชีวิตก่อนมีเทคโนโลยีเป็นยังไง
อย่างเรื่องเงินสด คนไทยใจรักแบงก์ยี่สิบในกระเป๋า แต่พอจะจ่าย โอ้โห พ่อค้าในตลาดถึงกับส่ายหัว “รับก็ได้แต่น้องมีอาลีเพย์มั้ย” บางร้านไม่มีเงินทอน ถึงขั้นยื่นลูกอมมาแทนแบบเนียนๆ คือทั้งประเทศไปไกลระดับไร้เงินสดจริงๆ ไม่ใช่แค่วาทกรรม แต่คือชีวิตประจำวัน จ่ายทุกอย่างด้วยแอพพ์เดียวจบเร็วกว่าแกะยางรัดถุงแกงบ้านเราเสียอีก
ในระหว่างที่เรายังถกเถียงกันว่า AI จะมาแย่งงานหรือเปล่า ที่นั่นเขาถกกันว่า “จะให้ AI ทำอะไรเพิ่มดี?” โปรเจ็กต์ AI ไม่ได้โชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่มีใช้จริงในโรงพยาบาล เมืองอัจฉริยะ ระบบงานเอกสาร และกระทั่งร้านชานมหน้ามหาวิทยาลัยที่ปล่อยแขนกลมาทำแก้วใหม่เหมือนไม่มีวันเหนื่อย
ความต่างมันชัดเจน เป็นแบบ “จีนพูดว่าเดี๋ยวทำ แล้วก็ทำจริง” ในขณะที่บ้านเราอาจยังอยู่ช่วงตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการตั้งคณะทำงานอีกที
แต่ไม่ใช่ว่ากลับมาแบบท้อใจนะ กลับมาแบบได้ตั้งคำถามใหม่กับตัวเองว่า
เราจะอยู่ฝั่ง “ตามให้ทัน” หรือ “เริ่มทำให้เกิดขึ้นจริง”
เพราะสุดท้าย โลกไม่ได้รอใคร
และร้านที่ทอนลูกอม ก็ไม่รอเราด้วยเหมือนกัน

•…หลังจากหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) รุ่นที่ 14 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คิกออฟอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ใช้เวลาไปเกือบเดือนยังเหลืออีก 5 เดือน จะจบหลักสูตร หลักสูตรนี้อยู่ภายใต้การนำของหัวเรือใหญ่ 2 พี่น้อง อย่าง รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร วบส. คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กับพี่ชาย ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในฐานะที่ปรึกษาหลักสูตร วบส.
มีผู้สนใจจากหลากหลายวงการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักธุรกิจ ตอบรับเข้าอบรมถึง 118 ท่าน อาทิ สาธิต ปิตุเตชะ อดีต รมช.สาธารณสุข พล.ร.ท.รัตนะ เรืองรุ่ง รอง เสธ.ทร. วิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ร่วมเสริมสร้างศักยภาพนักบริหารระดับสูงให้เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มีภาวะผู้นำ และมีสมรรถนะด้านการบริหารองค์การสมัยใหม่ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเงิน และตลาดทุน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเป็นผู้นำที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งพัฒนาองค์การให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
ตอนท้ายของหลักสูตรผู้เข้าอบรมต้องทำรายงานส่ง ซึ่งที่ผ่านมารายงานจากผู้มีประสบการณ์ได้สร้างคุณประโยชน์ให้ได้คิด คาดว่า วบส.รุ่น 14 จะผลิตผลงานคุณภาพไม่แพ้รุ่นพี่ สู้ๆ

