หน้าแรก การเมือง อนุทิน แจงยิบ...

อนุทิน แจงยิบ 8 ข้อ ปัดใช้ปมแก้รธน.เป็นตัวประกัน ยังยึดMOA ยุบสภาม.ค.69 ชูถกหาทางออกแทนซักฟอก

8.11.25 | 06:10 น.

อนุทิน แจงยิบ 8 ข้อ ปัดใช้ปมแก้รธน.เป็นตัวประกัน ยังยึดMOA ยุบสภาม.ค.69 ชูถกหาทางออกแทนซักฟอก

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงการณ์ถึงประเด็นการการชิงยุบสภา หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ระบุว่า 1.ขอยืนยันในฐานะนายกฯ ที่มาจากข้อตกลงกับพรรคประชาชน (ปชน.) ว่าจะยุบสภาภายใน 120 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 31 มกราคม 2569

2.ขอเรียนย้ำว่า ข้อตกลงที่ทำกับพรรคประชาชน มีสาระสำคัญคือ 1.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2.จัดให้มีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป ในครั้งถัดไป 3.ยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบาย 4.พรรค ปชน.เป็นพรรคฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ การทำงานของรัฐบาล ซึ่งผมยอมรับบทบาทและการตรวจสอบของพรรค ปชน. และยินดีชี้แจง

3.ขอเรียนว่ารัฐบาล ในห้วงเวลา 120 วัน มีภารกิจสำคัญ 3 ประการ คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำประชามติ และยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง เราจะทำให้ครบ และเมื่อทำ 2 ภารกิจแรกสำเร็จแล้ว จะยุบสภา จะไม่เกินเวลา 120 วัน ตามที่ตกลงกันไว้กับพรรค ปชน.

4.เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว ในห้วงเวลา 120 วัน ก่อนจะไปสู่การยุบสภา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนของประเทศ 4 เรื่อง คือ 1.ปัญหาเศรษฐกิจ 2.ปัญหาความมั่นคง 3.ปัญหาภัยธรรมชาติ และ 4.ปัญหาภัยสังคม ยาเสพติด ฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน เกิดขึ้นมาก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาทำงาน ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา รัฐบาลนี้ไม่สามารถวางแผนทำงานเกินกว่า 4 เดือนได้ ขอย้ำว่ารัฐบาลนี้มาแก้ปัญหาที่สะสมต่อเนื่องกันมายาวนาน ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์ มีมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ รัฐบาลไม่ได้สร้างปัญหา แต่มาแก้ปัญหา

Advertisement

นายอนุทินระบุว่า 5.ตนรู้ตัวตลอดเวลาว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดังนั้น หากมีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง รัฐบาลย่อมไม่มีทางที่จะมีเสียงสนับสนุนมากกว่า รัฐบาลก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงกับพรรค ปชน. แต่ถ้าเป็นการยื่นญัตติเปิดอภิปราย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น จัดเวทีประชุม หรือมาพูดคุยหารือกัน ในลักษณะแบบนี้ได้ทั้งนั้น

6.ทั้งนี้หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อมาเป็นรัฐบาล ต้องพร้อมชี้แจง แม้ว่าจะมีในข้อตกลงหรือไม่มีก็ตาม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจง และไม่เคยคิดที่จะจับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน แต่จะเร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วที่สุด ตามกรอบเวลาที่กำหนด จากนั้นจะยุบสภา

7.ที่ผ่านมาเชิญนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. มาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ แต่ยังไม่ได้พบกัน เพราะเวลาไม่ตรงกัน วันที่ 15 หน่วยงานมาแถลงข่าวร่วมกัน ก็เชิญมาพูดคุยกันก่อนด้วย แต่ท่านมีภารกิจ จึงไม่ได้มา แต่คิดว่าน่าจะมีเวลาตรงกัน และมาทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

และ 8.ขอให้พรรค ปชน.ที่สนับสนุนให้มีรัฐบาลนี้ และประชาชนที่กำลังรอการเลือกตั้งใหม่ เชื่อมั่นได้ว่า ในฐานะนายกฯ จะปฏิบัติตามข้อตกลงกับพรรค ปชน.ทุกประการ ตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว

ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่…) พ.ศ. … รัฐสภา ที่มีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. เป็นประธาน กมธ. วาระกำหนดการลงมติตัดสินในเนื้อหาของร่างมาตรา 256/1 ว่าด้วยองค์กรที่มีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าจะให้มีเฉพาะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น หรือให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเริ่มประชุมเวลา 09.30 น. พบว่าที่ประชุมสามารถเปิดประชุมและให้ กมธ.ที่เสนอแนวทางต่างๆ ได้ เพื่อนำเสนอแนวคิดและรายละเอียดให้ กมธ.ได้พิจารณาและซักถามในรายละเอียดต่างๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดให้สมาชิกอภิปรายเนื้อหาเสร็จสิ้นจนถึงเวลา 12.00 น.แล้ว ประธานในที่ประชุมระบุว่า ให้มีการลงมติตัดสินเพื่อให้ได้พิจารณาในเนื้อหาอื่นต่อไป ปรากฏว่าก่อนลงมติต้องตรวจสอบองค์ประชุม แต่พบว่ามี กมธ.อยู่ในห้องประชุมเพียง 20 คน จาก กมธ.ทั้งสิ้น 43 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ต้องปิดประชุม และนัดประชุมใหม่ในวันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. โดยกำหนดให้นัดลงมติทันที