”มนพร“ ชี้ รบ.“อนุทิน” ถึงทางตันเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เหลือแค่ยุบสภาหนีหากเจอซักฟอก เชื่อรอดยาก ลั่น พท.ถูกกระทำมากแค่ไหนก็ไม่หวั่นไหว มั่นใจไม่มีวันล่มสลาย เพราะมี ปชช.เป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พบปะพร้อมปราศรัยกับชาวบ้านรายตำบลในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 เขต 3 เขต 4 พร้อมมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เขต 4 นครพนมคนใหม่ ภายใต้แคมเปญยกเครื่องเพื่อไทย เพื่อทวงแชมป์คืนจากพรรคภูมิใจไทย
นางมนพรกล่าวว่า ทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทย มาจากความเดือดร้อน และปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ทุกนโยบาย ทุกยุคทุกสมัย เข้าถึงประชาชน แต่เสียดายปัญหาการเมืองประเทศไทย ทำให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาส เพราะนักการเมืองบางพรรคสร้างความบิดเบี้ยวทางการเมือง หวังสืบอำนาจทางการเมือง จนพรรคเพื่อไทยที่มีผลงานมากสุดของประเทศ ประชาชนได้ประโยชน์ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนจนถึงเพื่อไทย ถูกกระทำจากปัญหานิติสงคราม ถูกปฏิวัติรัฐประหาร ยุบพรรคมาหลายครั้ง แต่ยืนยันไม่เคยหวั่นไหว ไม่เคยล่มสลาย พร้อมยืนเคียงข้างประชาชน สำคัญพรรคเพื่อไทยมีประชาชนเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กทำให้มีพลังขับเคลื่อนการทำงานต่อเนื่อง
นางมนพรกล่าวต่อว่า หากถามถึงรัฐบาลปัจจุบันของนายกฯอนุทิน ถือเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเสียงข้างน้อย มาจากความบิดเบี้ยวทางการเมือง ยากที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนา ได้จัดตั้งรัฐบาลเพราะเสียงฝ่ายค้านมาสนับสนุน ทำให้เห็นความชัดเจนของการเมืองแบบสองมาตรฐาน เป็นที่น่าสังเกตกรณีอดีตนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะการเจรจาเพื่อความสันติวิธีเกี่ยวกับปัญหาชายแดน แต่รัฐบาลปัจจุบันมีปัญหามากมายที่เข้าข่ายความผิดในการใช้อำนาจหน้าที่ รวมถึงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ถูกพิจารณาตัดสินความผิด
“หากรัฐบาลนายกฯอนุทินไม่ยุบสภาก่อนที่จะมีการถูกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากถึงเวลาลงมติไม่ไว้วางใจ คงยากที่จะรอดเพราะมีเสียงข้างน้อยกว่าฝ่ายค้าน ทำให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงสำคัญกับพี่น้องประชาชน ถึงเวลารวมพลังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย สร้างความสมบูรณ์ให้ระบอบประชาธิปไตย ประกาศจุดยืนให้นักการเมืองรับรู้ว่าเสียงของประชาชนจะต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน พรรคการเมืองที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชน จะต้องยืนหยัดอยู่กับประชาชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย” นางมนพรกล่าว

