หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : มี ‘วาระแห่งชาติ’-ไม่มี‘ เทา’? โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

9.11.25 | 12:27 น.

ขณะที่ แคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ของพรรคประชาชน ถูกชูขึ้น ท่ามกลางความรู้สึกหลากหลาย

ทั้งเชื่อมั่น ทั้งไม่เชื่อมั่น

มีคำถามตัวใหญ่ๆ จะทำได้จริงหรือ ในส้มมีเทาไหม

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ฝั่งฟาก รัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กับ 15 เครือข่ายภาครัฐ

ถือเป็น “วาระแห่งชาติ”

Advertisement

“ดูดี-โอ่อ่า-ขึงขัง” แต่คงต้องทำใจไว้พอสมควร

เพราะเป็นแค่พิธีกรรม และเป็นวาระแห่งชาติที่อยู่ใน “กระดาษ”

ต้องรอผลปฏิบัติอันเป็นรูปธรรมก่อน

แน่นอนระหว่างรอต้องถอนหายใจหลายๆ เฮือก

เพราะเมื่อเหลียวมองประเทศอื่นๆ เขาลงมือแก้ไขปัญหานี้กันคึกคัก

ตั้งแต่ แก้พิสดารแปลกๆ อย่างที่รัฐบาลเมียนมา ทำ ด้วยการระเบิดทำลายตึก-อาคาร สแกมเมอร์ในพื้นที่เคเคปาร์ค อ.เมียวดี จ.เมียวดี อึกกระทึกครึมโครม

หรือแก้เข้มๆ อย่าง รัฐสภาสิงคโปร์เพิ่มโทษ “การเฆี่ยนด้วยไม้เรียว” สำหรับผู้กระทำความผิดในขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์

ดู “ดึกดำบรรพ์” อยู่บ้าง แต่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน หนึ่งวันก่อนที่เราจะมีเอ็มโอยู แก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

รัฐสภาสิงคโปร์ก็ผ่านกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยออนไลน์ไปเรียบร้อย

มุ่งให้การเยียวยาอย่างทันท่วงทีและการคุ้มครองที่ดีขึ้นแก่เหยื่อจากอันตรายบนโลกออนไลน์

นอกจากนี้ จัดตั้งหน่วยงานรัฐแบบเบ็ดเสร็จ (one-stop agency) ภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า ชื่อคณะกรรมาธิการความปลอดภัยออนไลน์ (OSC) มีเป้าหมายเพื่อให้การจัดการกับอันตรายบนโลกออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย

ส่วนฮ่องกง ดำเนินการอายัดทรัพย์สินมูลค่า 2,750 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 11,500 ล้านบาท) ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม “Prince Group” ที่บริหารโดยนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจชาวจีน-กัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการ “ศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่”

การดำเนินการของฮ่องกงเกิดขึ้นภายหลังที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ได้ประกาศคว่ำบาตรเครือข่าย Prince Group นี้ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เช่นเดียวกับไต้หวัน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 25 คน และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group มูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 4,734 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงรถยนต์หรู 26 คัน, อสังหาริมทรัพย์ และบัญชีธนาคาร ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการบังคับใช้แรงงาน

และสิงคโปร์ก็เพิ่งยึดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับ Prince Group ไปกว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

นั่นคือ “รูปธรรม” ที่ชาติต่างๆ ตื่นตัวแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ซึ่งคืบหน้า และก้าวหน้า กว่าไทยมาก

ทั้งที่ของเรา อาชญากรรมนี้ แทรกซึมเข้ามาในทุกระดับตั้งแต่ท้องถิ่นไปถึงระดับชาติ

ตั้งแต่บ่อนไปถึงตลาดหลักทรัพย์

ตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่น ไปถึงนักการเมืองระดับชาติ

ตอนนี้เราได้ยินคำว่า “State Capture” หรือ “ทุนอาชญากรรมซื้ออำนาจรัฐ” ถี่ขึ้น

เป็นทุนอาชญากรรมทางไซเบอร์ ที่ใช้อิทธิพลเงินเทาและเงินดำ แทรกซึมเข้าไปสู่กลไกรัฐ-การเมือง เพื่อให้ผ่านกฎหมาย นโยบาย หรือกลไกของรัฐ ให้เอื้อประโยชน์แก่ตนเอง

ถือว่าอันตรายที่สุด เพราะกระทบต่อระดับโครงสร้างโดยรวมของชาติ

แต่กระนั้นเราก็ยังต้วมเตี้ยมในการแก้ไขปัญหา

แม้จะมี “วาระแห่งชาติ” แต่ก็ดูไม่ให้เห็นแสงสว่างสักเท่าไหร่

ยังเทาๆ ดำๆ เหมือนเดิม?

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร