“ภราดร” เผย หากปล่อยไว้ตามเดิมเขื่อนภูมิพลจะเต็มในสองวัน เล็งลดการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และผันน้ำออกทุ่งสองฝั่งชั่วคราว ไม่งั้นท่วมกรุงเทพฯแน่นอน เตรียมเยียวยาเพิ่มเติมคนประสบภัยท่วมต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์กันว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงพอสมควร อย่างที่เห็นตัวเลขของน้ำที่จะเติมเข้าเขื่อนภูมิพล อยู่ที่ 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในขณะที่การระบายอยู่ที่ 45-48 ล้านลูกบาศก์เมตร แปลว่าเขื่อนภูมิพลต้องรับน้ำสะสมประมาณวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ความจุของเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร

หมายความว่าหากปล่อยสถานการณ์อย่างนี้อีกสองวันเขื่อนภูมิพลก็จะเต็ม เมื่อเต็มแล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องระบายน้ำเพิ่ม ต้องเพิ่มเป็น 50-55 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือระดับน้ำในแม่น้ำปิงลงมาแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งสถานการณ์ด้านล่างก็แย่อยู่พอสมควรแล้ว ทางกรมชลประทานระบายน้ำอยู่ที่ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อเป็นอย่างนั้นก็อาจจะต้องหาวิธีการในการระบายน้ำเพิ่ม
อย่างไรก็ดีในการประชุมติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำ เมื่อวานนี้ (10 พฤศจิกายน) ได้พูดคุยกันว่าจะหาทางแก้ไข ที่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งโชคดีที่ปริมาณน้ำเข้าเขื่อนไม่มาก ก็สามารถที่จะลดการระบายน้ำของ เขื่อนสิริกิติ์ได้ ทุกวันนี้ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ก็อาจจะลดลงให้เหลือ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ก็ทำให้การเติมน้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาลดน้อยลง

นายภราดรกล่าวว่า อีกอย่างที่เป็นหัวใจสำคัญคือ การตกลงและรับปากว่าจะมีการระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกมากขึ้น โดยตอนนี้ระบายอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 600 หรือ 650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้เพียงพอกับที่เขื่อนภูมิพลจะต้องระบายเพิ่ม เมื่อเป็นอย่างนั้นก็จะทำให้การระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับเดิมได้ที่ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ก็จะทำให้พื้นที่ซ้ายขวาของที่จะระบายน้ำเพิ่มอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ก็ได้กำชับลงไปว่าการเอาน้ำเข้าทุ่ง แต่มีข้อห่วงใยว่าให้เอาเข้าในปริมาณที่พอสมควร ไม่ให้ชาวบ้านที่อยู่ในทุ่งต้องเดือดร้อน เป็นพื้นที่เก็บน้ำชั่วคราว เมื่อน้ำในระดับแม่น้ำเจ้าพระยาลงแล้วก็เอาน้ำออกจากทุ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้เขื่อนเจ้าพระยาที่ระบายน้ำอยู่ที่ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีโอกาสที่จะระบายเพิ่มอีกหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า เมื่อทำตามสองมาตรการคือลดน้ำเขื่อนสิริกิติ์และนำน้ำเข้าทุ่ง ฝั่งตะวันตกและตะวันออก ก็จะสามารถขับให้กรมชลประทานควบคุมน้ำที่ระบายไม่เกิน 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เมื่อถามต่อว่า ได้คุยกับทางกรมชลประทานแล้วใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ใช่
เมื่อถามถึงประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่อ่างทองและอยุธยาก็ได้มีการทะเลาะวิวาทกัน นายภราดรกล่าวว่า นี่เป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีได้มีการเรียกคุยกันเมื่อวานนี้ (10 พฤศจิกายน) ก็จะเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหาแนวทางที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
เมื่อถามถึงมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นายภราดรกล่าวว่า แน่นอนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเยียวยาอยู่แล้ว เมื่อซัก 3-4 อาทิตย์ที่แล้ว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเยียวยาไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่เพิ่มเติมและได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็ได้สำรวจเพิ่ม ก็จะอนุมัติเพิ่มเป็นล็อต ไม่ให้เสียเวลา ก็จะทยอยอนุมัติกันไป โดยล็อตแรกที่ได้รับผลกระทบในช่วงหน้าฝนก็ได้รับเงินชดเชยเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว แล้วจะมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบยาวนาน อย่างเช่นจังหวัดอ่างทองหรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่อยู่ในน้ำมากกว่าหนึ่งเดือน สองเดือน หรือสามเดือน ก็จะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เป็นแนวทางของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกันถึงน้ำที่จะมาถึงกรุงเทพมหานครหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ก็อย่างที่เห็นว่าหากไม่เร่งระบายน้ำ หาที่เก็บหาที่อยู่ให้น้ำ ถึงกรุงเทพฯแน่นอน ก็จำเป็นที่จะต้องเอาเข้าไปเก็บในระบบชลประทาน ในทุ่ง ฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออกให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้กระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่
เมื่อถามว่า มีการปรับมาตรการเกี่ยวกับการเยียวยาหรือไม่ หลังจากที่ฝ่ายค้านเสนอว่าน่าจะมีมาตรการที่ช่วยเกี่ยวกับการดีดบ้านของประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม นายภราดรกล่าว กำลังพิจารณาอยู่ว่าสำหรับพื้นที่ที่ท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จะมีแนวทางที่จะดูแลและเยียวยาให้กับกลุ่มเหล่านี้อย่างไร เรื่องการยกบ้านดีดบ้านอะไรอย่างนี้ก็เป็นแนวทางที่กำลังดูอยู่

