หน้าแรก การเมือง สื่อรัฐสภาแถล...

สื่อรัฐสภาแถลงการณ์จี้ สปท.ถอนร่าง กม.ตีทะเบียนสื่อ แนะฟังความเห็นให้รอบด้าน

30.04.17 | 11:45 น.

นักข่าวรัฐสภาแถลงการณ์จี้ สปท.ถอนร่าง กม.ตีทะเบียนสื่อ แนะกลับไปรับฟังความเห็นรอบด้านโดยเฉพาะสื่อภาคสนาม หลังพบสาระสำคัญกดหัว-ละเมิดสิทธิเสรีภาพกว้างขวาง

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้ สปท.ถอนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ออกจากระเบียบวาระการประชุม”

ด้วยในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….ตามที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนเสนอ ซึ่งได้ถูกคัดค้านจากองค์กรวิชาชีพสื่อ และนักข่าวภาคสนามมาตามลำดับนั้น

​​คณะผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาได้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของ สปท. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อรายงานข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ โดยเฉพาะสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยมีความเห็นว่า การที่ สปท.เตรียมผลักดันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้มีการบังคับใช้เป็นกฎหมายในอนาคต จะส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อรวมไปถึงบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ต้องตกอยู่ในสภาวะที่ถูกกำกับควบคุม จนมิอาจใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติที่ให้สิทธิเอาไว้

ทั้งนี้ โดยหลักแล้วการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการสื่อสารมวลชนควรเป็นไปในลักษณะมุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ อีกทั้งสร้างกลไกที่ธำรงความเป็นอิสระของสื่อมวลชนอย่างแท้จริงบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้เสรีภาพบนพื้นฐานความรับผิดชอบ

Advertisement

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การที่ให้ภาครัฐมีส่วนเข้ามาเป็นผู้ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนและบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงไม่อาจเป็นร่างกฎหมายที่ยอมรับได้

​​คณะผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาจึงมีความเห็นว่า สปท.ควรถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อน เพื่อทบทวนเนื้อหาและหลักการสำคัญด้วยการรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน โดยนอกจากจะรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนแล้ว ควรรับฟังความคิดเห็นจากสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคสนามด้วยเพื่อเป็นการสะท้อนมุมมองและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งต่อไป

​คณะผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา
30 เมษายน 2560