หน้าแรก การเมือง นายกฯ ขอโทษชา...

นายกฯ ขอโทษชาวอ่างทอง ปล่อยผจญความลำบาก​ เตรียมงบเยียวยาพื้นที่รับน้ำ เป็นรายเดือน

12.11.25 | 15:22 น.

“อนุทิน” ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสถานการณ์น้ำภาคกลาง​ ก่อนหอบคณะมอบถุงยังชีพชาว​อ่างทอง​ ขอโทษปล่อยผจญความลำบาก​ ยอมรับทุกเสียงก่นด่า ลั่น​ จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก เตรียมจ่ายเยียวยาเป็นรายเดือน ​”เกษตรกร” ให้พื้นที่รับน้ำ​ ยืนยัน​ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 มาแน่สิ้นปีนี้ คนที่ไม่ได้เฟสแรกได้เบิ้ล 2​

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนป่าโมกข์วิทยาภูมิ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ

นายอนุทินกล่าวว่า กราบขออภัยพ่อแม่พี่น้องที่ต้องผจญความยากลำบากจากน้ำท่วม แต่จะโทษธรรมชาติอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีความรับผิดชอบในการบริหารสถานการณ์ ตนเข้าใจว่าเป็นปัญหาเรื้อรังเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทรัพย์สินเสียหาย ต้องย้ายของหนีน้ำ ความรู้สึกที่ต้องอยู่ในสภาวะน้ำท่วม ตนต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำการระบายน้ำให้ได้มากที่สุด ขอให้มั่นใจว่า เราไม่ลืมคำพูด และต้องหาหนทางที่จะทำให้ได้

ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองนอกจากบ้านเรือนของประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณผู้ประสบภัยช่วยครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่ตนเคยบอกว่า 90,000 บาท 900,000 บาท หากพี่น้องประชาชนแลกได้ก็คงไม่มีใครเอา เพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างปกติสุขมากกว่า

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า หลายครอบครัวเสียสละพื้นที่ไร่นาให้เป็นพื้นที่รับน้ำ สูญเสียโอกาสในการทำไร่ทำนา เพื่อไม่ให้เขตเมืองเขตเศรษฐกิจได้รับความเสียหาย รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของไร่นาที่ยอมสละให้เป็นพื้นที่รับน้ำ วันนี้ตนหารือกับนายภราดร และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีจะหาเงินมาทดแทน โอกาสที่พ่อแม่พี่น้องสละเรือกสวนไร่นาของตัวเองมาเป็นพื้นที่รับน้ำ จะขออนุญาตเอางบประมาณที่ตนกำกับดูแลอยู่มาดูแลรายเดือนจนกว่าน้ำจะหมดไป ขอให้นายภราดรเร่งนำเสนอเพื่ออนุมัติโดยเร็วโดยไม่ได้ให้เฉพาะชาวอ่างทอง แต่จะให้ทุกที่ที่ชาวไร่ชาวนาได้สละพื้นที่ตัวเองให้เป็นพื้นที่รับน้ำ

Advertisement

นายกรัฐมนตรีระบุว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ก็ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีให้ดูแลพื้นที่เป็นจังหวัดๆ เป็นโซนๆ ไป วันนี้ขอให้มั่นใจว่า ครม.ทุกคนตั้งแต่หัวยันท้ายรับทราบดีถึงความลำบากของพ่อแม่พี่น้อง นอกจากนี้ จะสั่งการหน่วยงานทุกระดับลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เราจะอยู่ในพื้นที่เพื่อคลายทุกข์ จัดหาที่พักชั่วคราวให้ครอบคลุมทุกที่

ทั้งนี้ หวังว่าช่วงใกล้สิ้นเดือนพฤศจิกายนปริมาณน้ำฝนจะเบาบางลงไป ตนเข้าใจเสียงบ่นเสียงด่าจากพ่อแม่พี่น้องที่ท่านต้องระทมทุกข์ ก็ขอให้ท่านระบายใส่พวกตน ตนจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องทุกคน ไม่ทอดทิ้งกัน และจะไม่มีคำว่าขาดแคลน ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าจะเร่งเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้เร็วที่สุด

นายกฯได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน พร้อมเล่าว่า ความจริงตนจะมาลงพื้นที่น้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่พอมีเหตุทหารเหยียบกับทุ่นระเบิดจึงจำเป็นต้องไปเยี่ยมพี่น้องทหารก่อน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนโดยเร็ว

ส่วนเรื่องโครงการคนละครึ่งพลัส นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขอให้พี่น้องประชาชนไปลงทะเบียนด้วย เพราะเดี๋ยวสิ้นเดือนจะมีเฟส 2 ให้ต่อ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบเกียรติบัตรให้จิตอาสา จำนวน 7 ราย และมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,500 ชุด ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ก่อนจะเดินต่อไปดูพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อดูระดับน้ำในแม่น้ำ และรับฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้นำมือไปวัดปริมาณน้ำจากขอบของพนัง พบว่าเหลือเพียงฝ่ามือเดียวก็จะล้นขึ้นมาแล้ว และยังได้นำมือไปกวักน้ำขึ้นมาแล้วพูดว่าน้ำยังใสอยู่

ขณะที่ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า ยังสามารถนำกระสอบทรายมาวางกั้นเพิ่มเติมบนขอบพนังกั้นน้ำได้อีก 2-3 ชั้น ก่อนจะรายงานต่อว่าตอนนี้มีการปล่อยน้ำ ผ่านมา 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงคิดว่าสถานการณ์ตรงนี้ยังสามารถบริหารจัดการได้ และหากปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พนังกั้นน้ำตรงนี้ก็ยังสามารถรับได้อยู่