นายกฯ โต้สื่อเขมร ไม่ใช่น้ำตาจระเข้ หลังปาดน้ำตาเยี่ยมทหารเหยียบทุ่นระเบิด ลั่นระวังถูกงับหางจุกตูด ชี้ไม่ต้องชิงโทรแจ้ง มะกัน-มาเลย์ ยันรัฐไม่ต้องการเดินหน้า MOU43-44
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน ที่วัดท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่พบทุ่นระเบิดในบังเกอร์ของทหารไทยว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ที่เห็นกับตาเมื่อวานนี้ระหว่างลงพื้นที่ ทุ่นระเบิดทั้ง 4 ลูกอยู่ในฝั่งของไทย และไม่ใช่ทหารของไทยไปวางแน่นอนเพราะเราไม่มี อีกทั้งจากการตรวจสอบทางเทคโนโลยีชัดเจนว่าทุ่นระเบิดทั้ง 4 ทุ่นที่มาวางถูกวางหลังจากที่มีการลงนามในปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดกันแล้วว่าปฏิญญานี้ถือว่าไม่มีผลเพราะคนที่เป็นคู่ปฏิญญาไม่ปฏิบัติตาม
ส่วนการที่ฝ่ายค้านเสนอให้รัฐบาลโทรหา สหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย เพื่อแจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่กัมพูชาจะโทรไปนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คงไม่ต้องโทรแล้ว ตนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน 5 ครั้งแล้ว กด Play เมื่อไหร่ก็เห็นข้อความของนายกรัฐมนตรีไทยต่อเรื่องนี้
ส่วนที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่า ทหารกัมพูชามาลักลอบก่อเหตุเช่นนี้เพราะต้องการเบี่ยงเบนไม่ให้มีการจัดการเรื่องสแกมเมอร์นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไม่เกี่ยว เรื่องสแกมเมอร์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีไปแล้วหลายราย ไม่ทราบว่าทำไมถึงบอกว่าไม่จับ มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีการถอนสัญชาติ ตนจึงต้องเชื่อในข้อมูลที่มีอยู่ เพราะเป็นการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ใช่ข่าวลือ หรือความกังวลของใคร
เมื่อถามถึงเหตุเหยียบทุ่นระเบิดล่าสุดจะนำไปสู่การยกเลิก MOU43 และ 44 ง่ายขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า MOU44 เป็นเรื่องของเขตแดนทะเล ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการอะไร ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องถามเพราะนโยบายรัฐบาลทั้งเรื่อง MOU43 และ 44 รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความต้องการที่จะดำเนินการต่อ
เมื่อถามถึงกรณีที่สื่อกัมพูชาตีข่าวว่า การร้องไห้ปาดน้ำตาของนายกรัฐมนตรีระหว่างเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด เป็นเหมือนน้ำตาจระเข้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โนคอมเมนต์ (No comment) ก่อนจะบอกว่า ”ไม่ใช่น้ำตาจระเข้ หรอกครับ คอยดูแล้วกันจระเข้มันงับอย่าหางจุกตูดแล้วกัน“

