หน้าแรก การเมือง บิ๊กโจ๊ก พาพย...

บิ๊กโจ๊ก พาพยานปากเอก ยันกลางกมธ. บิ๊กตร.รับส่วยเว็บพนัน-ปปง.ยันชัด ชนนพัฒฐ์ เจ้าของจิมิ88

13.11.25 | 15:44 น.

“2 สส.ขาใหญ่สงขลา”หายเข้ากลีบเมฆ หลบหน้า กมธ.มั่นคงฯ ด้าน “อัจฉริยะ-บิ๊กโจ๊ก” รวมหัวพาพยานปากเอกมาด้วย ยอมรับ เป็นคนโอนส่วยให้กระเป๋าตำรวจ ขณะที่ ปปง. ระบุชัด “ชนนพัฒฐ์” เป็นเจ้าของเว็บจิมิ88-จิมิ44 แจงอายัดทรัพย์แค่ 36 ล้าน ที่เหลือเป็นของพรรคพวก รวม 69 รายการ เผยเส้นเงินโยง “สมยศ” มากกว่า 1 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน ส่วน “สรรพากร” มาตอบแค่ขอส่งหลักฐานภายหลัง อ้างเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่ “บิ๊กแจง” เดือด! โวย “โรม” อนุญาตสื่อถ่ายทอดสด ทำตำรวจเสียชื่อ ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด ขอไม่รับ แต่ไม่ปฏิเสธ ตร.รับส่วยหรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน วาระการพิจารณาเรื่องสแกมเมอร์ต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเว็บพนัน โดยเชิญ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และ นายสมยศ พลายด้วง หรือ โกถึก ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่ปรากฏว่าทั้ง 2 คนไม่มา

โดยนายรังสิมันต์ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายชนนพัฒฐ์ ตอนแรกแจ้งว่าจะมาชี้แจง แต่สุดท้ายได้แจ้งมาว่าติดภารกิจในพื้นที่ แต่ไม่มีหนังสือแจ้งมา ส่วนนายสมยศทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจไปต่างประเทศ ทำให้การพิจารณาวันนี้จะเน้นไปที่ขบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมีการปลด พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ตํารวจอีกกว่า 200 นาย จากกรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยืออาชญากรรมให้ข้อมูล โดยได้พา น.ส.พิมพ์วิไล ปล้องอ่อน พยานมาชี้แจงด้วย โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 5 ชั่วโมง

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้สอบถาม น.ส.พิมพ์วิไล ว่าเหตุใดถึงโอนเงินไปหลายครั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสงขลาจำนวนมาก และเป็นเงินค่าอะไร โอนอย่างไร ทำให้ น.ส.พิมพ์วิไลชี้แจงว่า หลังจากที่ตนโดนจับ ได้ไปสอบถามคนที่ว่าจ้างให้โอนเงินว่าทำไมตนถึงได้โดนจับกุม ซึ่งคนที่ว่าจ้างตอบกลับว่า เงินที่โอนให้ตำรวจ หรือโอนให้ไปในที่ต่างๆ เป็นเงินผิดกฎหมาย หรือจากการพนัน และเป็นเงินที่เป็นส่วยที่ส่งให้กับตำรวจทั้งหมด ซึ่งส่วยดังกล่าวบางรายการก็รู้ บางรายการก็ไม่รู้ว่าเป็นส่วยเกี่ยวกับอะไร แต่ที่รู้คือเป็นส่วยเว็บไซต์การพนันออนไลน์

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จึงถามต่อว่า ตำรวจชุด PCT 4 ที่มี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าชุด พบว่ามีการโอนเงินเข้าไปด้วย จึงอยากทราบว่า น.ส.พิมพ์วิไลโอนเงินจากเว็บพนันไปให้จริงหรือไม่ โอนผ่านใคร ตำรวจชื่ออะไร

Advertisement

โดย น.ส.พิมพ์วิไลยอมรับว่า โอนผ่านจริง โดยคนว่าจ้างให้โอนให้ติดต่อกับคนคนหนึ่งที่เขาจะมาเรียกเก็บจากตนทุกวันที่ 5 และ 10 ของเดือน โดยเขาแจ้งมาว่า ตำรวจชุดนี้คือชุด PCT 4 โดยจะโอนไปให้ รองกาโม่ ซึ่งเป็นนายตำรวจอยู่ในชุด PCT 4 เรื่องนี้ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ เพราะหลังจากที่ตนโดนจับกุม เพราะเป็นแค่คนที่โอนและทำบัญชี จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ทราบเรื่องมาก่อน แต่มารู้ภายหลัง ทำให้ต้องไปร้องเรียนว่า เมื่อตนโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วทำไมต้องมาจับตนด้วย จึงคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จึงถามถึงนักการเมืองท้องถิ่น โดยมีชื่อของสมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่คนหนึ่ง พบว่า มีการโอนเงินไปให้ 1 ครั้ง จำนวน 1 แสนบาท และมีการโอนเงินไปให้กับนายคชาชาญ ซึ่งเป็นบัญชีม้าของดาบยาว รวมถึงโอนเงินไปให้บัญชีม้าคนอื่นๆ ของดาบยาว โดยพบว่าเส้นเงินวิ่งต่อไปยังนางนิภาพรรณ สุขวิมล ภรรยาของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำนวน 38 ครั้ง มูลค่า 3 ล้าน รวมทั้งพี่ชายและพี่สาวของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และเส้นเงินนี้ก็วิ่งไปยัง พ.ต.ท.วีรวัฒน์ เจริญศิลป์ นายเวรของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ทุกเส้นเป็นการโอนออก แต่มีเส้นเงินของนายชนนพัฒฐ์ โอนกลับมาที่ น.ส.พิมพ์วิไล เพราะอะไร ด้าน น.ส.พิมพ์วิไลจึงกล่าวว่า ตนไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า อยากให้ กมธ.แจ้งไปยังผู้บัญชาการคณะกรรมการข้าราชการตรวจ (ก.ตร.) และส่งเรื่องที่ชี้มูลไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะได้นำเรื่องไปประกอบสำนวนการสอบสวน รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ยึดอายัดทรัพย์นายตำรวจทั้งหมดที่รับเงินจากเว็บพนัน และส่งเรื่องไปยังกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลังทั้งหมดของตำรวจที่รับเงินจากเว็บพนัน

ต่อมา นายอัจฉริยะชี้แจงว่า ตนได้ติดตามคดีชบาที่มีส่วนเกี่ยวพันกับบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเว็บพนันออนไลน์ในภาคใต้และเหนือตั้งแต่ปี 2563 เพราะบัญชีชบามีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1 ล้านบาท พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ แต่ยังไม่มีการสั่งฟ้องเพราะพยานพูดไม่ตรงกัน เป็นความเห็นที่กลับกลอก ซึ่งปัจจุบันเว็บพนันของนายชนนพัฒฐ์มีทั้งหมด 12 เว็บ มีเงินหมุนเวียน 5,000 ล้านบาท เป็นเรื่องของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องไปปิดเว็บพวกนี้ โดยขณะนี้ยังมีเงินไหลเข้ามา ซึ่งในช่วงที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีการจับเว็บพนันคดีหวยแนน ยึดทรัพย์ 500 ล้านบาท อยากให้หัวหน้าอาชญากรรมออนไลน์ติดตามคดีนี้ เพราะสุดท้ายผลเป็นอย่างไร ผู้ต้องหาออกมายิ้มแย้มแจ่มใสกันหมดแล้ว ซึ่งนายประเสริฐเคยออกมาตอบโต้ว่า ไม่เคยตั้งตำรวจไปเก็บเงิน แต่มีเอกสารคำสั่งออกมา โดยมีชื่อของ พ.ต.ท.ภูเบศ เกตุแก้ว และ ด.ต.ชวลิต ซึ่ง พ.ต.ท.ภูเบศ ได้ทำเอกสารปลอม ส่งข้อความไปยังธนาคาร และให้ธนาคารส่งไปถึงผู้ที่ถูกอายัดบัญชี ซึ่งเป็นบัญชีเว็บพนัน เรียกตบทรัพย์ 50% ในการปลดอายัดบัญชี ส่วน ด.ต.ชวลิตถือว่าแสบที่สุด เก็บค่าปลดอายัดบัญชี บัญชีละ 1 แสนบาท จำนวน 500 กว่าบัญชี โดยใช้วิธีการส่งไปธนาคาร ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อครหามากว่าทำไมปลดอายัดบัญชีต้องจ่ายเงิน

นายอัจฉริยะกล่าวว่า มีเส้นทางการเงินว่านายชนนพัฒฐ์รับเงินจากบอสตาล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน จำนวน 2 ล้านบาท จึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเงินค่าอะไร ตนอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าตนทำหน้าที่ของตน และตนก็ได้ร่วมงานกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ทั้งหมดที่ตนเสนอไม่ได้กล่าวร้ายใคร ตนไม่ได้กล่าวหา พล.ต.ท.ไตรรงค์ และไม่ได้เชื่อคำที่ว่าในยุคของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เป็นยุคที่หลุดทุกคดี จึงอยากให้ติดตามตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อผู้ถูกร้องเรียน กระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมองค์กรตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภายใต้กฎหมายตำรวจ

จากนั้น พล.ต.ต.อภิสัณห์ หว้าจีน ผู้บัญชาการกองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบทะเบียนประวัติ ชี้แจงถึงกรณีการดำเนินการทางวินัยและดำเนินคดีอาญาของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และพวก รวม 33 นาย การดำเนินคดีอาญาได้มีการส่งสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มาร้องไปยัง ป.ป.ช. ส่วนการดำเนินการทางวินัยของอดีต ผบ.ตร. อำนาจการดำเนินการทางวินัยจะเป็นนายกฯ ซึ่งกรณีนี้ต้องแยกการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ในกรณีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ นายกฯมีคำสั่งออกมาแล้ว เมื่อ 6 มี.ค.2568 ว่าให้ ผบ.ตร.ดำเนินการตามมาตรา 117 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 9 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ส่วนตำรวจอื่นๆ อีก 24 นาย ผบ.ตร.ก็ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการอีกชุด จำนวน 7 คน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่เสร็จสิ้น เพราะพยานปากสำคัญไม่เคยมาให้การเลย

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะเลขา กมธ.ฯ จึงถามว่า ตำรวจคนอื่น 24 นาย ได้มีกลไกที่จะนำตำรวจเหล่านี้ออกจากกระบวนการก่อนหรือไม่

พ.ต.อ.สุธีกล่าวว่า ขณะนี้เป็นการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ไม่ใช่คณะกรรมการสอบสวน ทำให้ตำรวจที่อยู่ในคำร้องจำเป็นต้องพักราชการ เพราะไม่ได้เข้าข่ายหลักเกณฑ์การพักราชการ ซึ่งกรอบระยะเวลาไม่ได้มีการระบุชัดเจน แต่จะมีการเร่งรัดอยู่เรื่อยๆ ที่ผ่านมาได้ขยายเวลาในการตรวจสอบมาโดยตลอด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จึงถามว่า กรณีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และคณะมีการโอนเงินจากเว็บพนันเข้าบัญชีเงินเดือน ทำไมถึงไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผิดไปจากกรณีตน เพราะตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงเลย ทั้งที่เส้นเงินไม่ได้โอนตรงเข้าบัญชี พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ แน่นอนว่าเป็นอำนาจ ดุลยพินิจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ใช้โดยมิชอบก็เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พ.ต.อ.สุธีระบุว่า ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่ตั้งวินัยร้ายแรงเพราะเกี่ยวกับคดีอาญา มีการออกหมายจับแล้ว แต่ในกรณีนี้ยังไม่มีการเชื่อมโยงเป็นคดีอาญา ส่วนเส้นเงินสดที่มีการร้องมา คณะกรรมการกำลังตรวจสอบอยู่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จึงถามว่า เพราะอะไรที่ ผบ.ตร.ไม่ออกหมายจับหรือหมายเรียก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และพวก เหมือนที่ทำกับตน ทำไมถึงส่งสำนวนไปที่ ป.ป.ช.เลย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ไตรรงค์ได้ชี้แจงตลอดการประชุมว่า ตนยังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง บางคำถามก็ไม่ได้เตรียมข้อมูลมา ตนเตรียมข้อมูลมาแค่ 3 คำถามที่ส่งไปให้แค่นั้น ดังนั้นขอให้เขียนให้ละเอียดว่าจะถามอะไรบ้าง จะได้มอบหมายให้ผู้ที่รับผิดชอบจริงมาตอบ ซึ่งอีกฝั่งมีข้อมูลเยอะ แต่ฝั่งเราไม่มีข้อมูล ดังนั้น ขอให้เชิญมาอีกรอบ และระบุว่าจะต้องตอบในประเด็นไหนบ้าง ก่อนจะชี้แจงเส้นเงินที่เกี่ยวกับ น.ส.พิมพ์วิไลว่าได้ดำเนินคดีแล้ว ซึ่งในเส้นเงินนี้ ไม่มีเส้นเงินที่เกี่ยวกับตำรวจ PCT 4 อยู่ในนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกออกหมายจับแล้ว 2 นาย นอกจากนี้ ยังชี้แจงเส้นเงินที่เกี่ยวกับนายชนนพัฒฐ์ ขณะนี้คณะตำรวจนครบาลรับผิดชอบไปแล้ว 21 เว็บ ที่มีการปิดไปแล้วและเปิดขึ้นมาใหม่ ทุกวันนี้มีการเสนอปิดกั้นไปที่กระทรวงดีอีแล้วแสนกว่าเว็บ ปิดได้ประมาณ 70% ซึ่งเว็บแต่ละเว็บขึ้นอยู่กับการจดทะเบียน อาจจะไปจดในประเทศที่ไม่ผิดกฎหมาย พอเมื่อปิดเขาก็สามารถเปิดขึ้นได้ใหม่ แค่เปลี่ยนตัวอักษรนิดหน่อย

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่ถูกออกหมายจับและส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช.นั้น ตนตอบได้แค่คร่าวๆ ว่าชุดของตนในขณะนั้นไม่มีอำนาจในการสอบสวน มีหน้าที่จับและส่งไปให้อีกทีมสอบสวน ซึ่งเป็น สน.เตาปูน เมื่อสอบสวนก็พบว่าเป็นเรื่องการฟอกเงินจากเว็บพนัน ไม่เกี่ยวกับมาตรา 157 และเมื่อสอบสวนไปก็มีตำรวจสืบสวน ผู้กำกับสงขลา ขึ้นไปร้องทุกข์ที่ สน.เตาปูน ให้ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ไม่ใช่การจับและส่งไปที่ ป.ป.ช.ทันที

ช่วงหนึ่งของการประชุม พล.ต.อ.กรไชยได้ยกพาดหัวข่าวของสำนักข่าวหนึ่งที่มาถ่ายทอดสด แล้วพาดหัวสั้นๆ ว่าพิมพ์วิไลแฉยับ พร้อมระบุอย่างมีอารมณ์ว่า ทำให้ตำรวจเสียหาย เรื่องนี้ยังไม่สรุปเลย การเขียนแบบนี้เท่ากับตนยอมรับในสิ่งที่ตนพูด ตนต้องรักษาเกียรติของตำรวจ ตนถึงบอกว่าการถ่ายทอดสดเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเขียนแบบนี้อย่านำเสนอเลย ปิดการถ่ายทอดสดดีกว่า เพราะท่านเขียนฝ่ายเดียว ตำรวจทุกคนนั่งอยู่ในห้องนี้ ยอมรับในสิ่งที่พิมพ์วิไลพูดใช่หรือไม่ ตนไม่ได้ของขึ้น แต่รักษาเกียรติ และมองว่าทุกช่องเขียนแบบนี้หมด ถ้าไม่เขียนก็ไม่มีคนดู

ทำให้นายรังสิมันต์ชี้แจงว่า ตนก็ไม่ได้กำกับสื่อ ไม่ได้ควบคุมสื่อ แต่มองว่าเรื่องนี้ก็สำคัญ เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล แต่ขอว่าอย่าเพิ่งไปจั่วหัว เพราะข้อเท็จจริงยังไม่จบ ซึ่งทางตำรวจก็ได้ชี้แจงแล้ว ประชาชนก็ฟังข้อเท็จจริง

พล.ต.อ.กรไชยจึงกล่าวว่า ตนเกรงว่าจะฟังแค่ช่วงเดียว ช่วงที่มันๆ เท่านั้น พอไม่มันก็ไม่ฟังแล้ว พอเกิดการโต้เถียงก็จะฟัง ถ้าวันหลังมีการถ่ายทอดสดแบบนี้ควรมีการกำหนดกรอบหัวข่าวดีหรือไม่ ว่าตำรวจมาชี้แจง ไม่ใช่ให้เขาไปเขียนเอง เพราะตำรวจทั้งประเทศก็สะท้อนใจ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เลยสวนว่า “ครั้งหน้าพี่ก็เขียนเลย” ทำให้ พล.ต.อ.กรไชยกล่าวว่า “ได้ แต่ให้พี่โจ๊กเขียนดีกว่า”

จากนั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ปรึกษา กมธ.ฯ กล่าวว่า เรื่องนี้มีวิวาทะกันและยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ข้อเท็จจริงคือมีตำรวจที่รับเงินเว็บพนันจริง แต่ยังจับไม่ได้ว่าลูกน้องใครแค่นั้น ดังนั้น สื่อไม่ได้จับประเด็นผิด และมองว่าไม่ได้เป็นการเรียกเรตติ้ง แต่เป็นข้อเท็จจริง

ต่อมา พล.ต.อ.กรไชยกล่าวว่า “คำว่าตำรวจรับส่วย คุณว่ามีหรือไม่ เราไม่ปฏิเสธ และผมก็ไม่รับ พูดตรงๆ และในทางกลับกันยังไม่ได้ตัดสินเลยว่ามีตำรวจรับส่วย แต่มีการเขียนไปแล้วว่ามีตำรวจรับส่วย ถ้าเขียนว่าตำรวจรับส่วย ก็แปลว่าตำรวจรับส่วย แต่ในที่สุด ถ้าศาลตัดสิน ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ถ้าผิดก็ติดคุกไป และอยู่ไม่ได้ใน ตร. ยืนยันว่าไม่เลี้ยงคนเหล่านี้แน่นอน ผมเป็นคนชัดเจน ไม่พูดแล้วกัน พูดมากเดี๋ยวหาว่าโม้ แต่โม้ก็สัมผัสได้ แต่ที่คุณพรรณิการ์จั่วหัวว่าไม่เป็นไร แต่เขาเขียนว่าตำรวจรับส่วยครับ แต่เรารับหรือไม่ ยังไม่รู้เลย วันนี้ศาลยังไม่ตัดสินเลย แต่ถามว่ามีหรือไม่ ผมก็ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่รับ แค่อยากรักษาเกียรติของตนเอง” ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ตอบโต้ ผบ.ตร.ออกมายอมรับแล้วว่ามี 99% ไม่รับ แสดงว่า 1% ก็ถือว่ามี

ขณะที่ตัวแทน ปปง.ชี้แจงว่า จากการสอบสวนพบว่า มีเว็บจิมิ 88 และเว็บจิมิ 44 มีการชักชวนให้มีการเล่นการพนันและได้จริง ซึ่งจากคำให้การ นายชนนพัฒฐ์เป็นเจ้าของเว็บไซต์และได้ผลประโยชน์ มีการกดเงินสดจากเว็บพนันแล้วนำไปมอบให้นายชนนพัฒฐ์ ซึ่งนายชนนพัฒฐ์เป็นผู้ดูแลและจัดการผลประโยชน์ โดยได้ทำธุกรรมทางการเงินร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนที่ ปปง.เคยอายัดทรัพย์มูลค่าหลายสิบล้านบาท จึงไม่น่าเชื่อว่า เป็นการทำธุรกรรมในลักษณะของผู้เล่น แต่เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ

จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินเบื้องต้น รถ 1 รายการ เงินสด 1 รายการ เงินในหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และหน่วยลงทุน 6 รายการ และยังมีที่ดิน ห้องชุด 61 รายการ รวมทั้งสิ้น 69 รายการ แบ่งเป็นของนายชนนพัฒฐ์ 9 รายการ 36 ล้านบาท และผู้ที่เกี่ยวข้อง 60 รายการ ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ไว้ 69 รายการ ประมาณ 159 ล้านบาท ซึ่งที่ต้องอายัดทรัพย์เท่านี้เพราะอาจจะเป็นการถือครองทรัพย์สินแทน ส่วนทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดไว้ในคดีอาญาไม่ได้ส่งมอบให้ ปปง. ส่วนที่นายสมยศทำธุรกรรมร่วมกับนายชนนพัฒฐ์นั้น พบว่านายสมยศได้ทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกับบุคคลที่ ปปง.อายัดทรัพย์ไว้มากกว่า 1 คดี และอยู่ระหว่างการสืบสวน

ด้านตัวแทนกรมสรรพากรกล่าวว่า หนังสือเชิญไม่ได้อ้างว่าใช้อำนาจอะไร ซึ่งข้อมูลที่ขอเป็นข้อมูลต้องห้าม ทำให้นายรังสิมันต์อธิบายว่า อยากให้สรรพากรเข้าใจการทำงานของ กมธ.ฯ ทางสรรพากรจึงชี้แจงว่าหนังสือที่ขอไปเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผ่านมา กมธ.ฯเชิญกรมสรรพากร จะอ้างอำนาจในการขอข้อมูล ซึ่ง กมธ.นี้ไม่ได้ใช้อำนาจนั้น

นายรังสิมันต์จึงกล่าวว่า อำนาจมีเสมอแม้ในหนังสือไม่ได้ระบุว่าใช้อำนาจอะไรในการขอเอกสาร ตัวแทนกรมสรรพากรเลยกล่าวว่า อธิบดีได้รับหนังสือวันจันทร์ ส่วนตนได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อ กมธ.มีอำนาจในการขอข้อมูล วันนี้จึงขอผลัดส่งเอกสารภายหลัง นายรังสิมันต์เลยถามว่า พอจะบอกได้หรือไม่ว่านายชนนพัฒฐ์ยื่นภาษีคร่าวๆ เท่าไหร่ หรือมีข้อมูลอะไรที่ให้เราได้หรือไม่ ตัวแทนสรรพากรจึงกล่าวว่า วันนี้ตั้งใจจะมาผลัดส่งอย่างเดียว ทำให้เกิดเสียงหัวเราะในที่ประชุม