หน้าแรก การเมือง ศาลรับพิจารณา...

ศาลรับพิจารณา! ส.ว.สำรอง แจงคดีฟ้องกกต.-แสวง ยื้อทำคดีฮั้ว ส.ว.

13.11.25 | 17:38 น.
ส.ว.สำรอง

อัครวัฒน์ ส.ว.สำรอง ชี้ คดีฮั้ว ส.ว. ฟ้อง กกต.-เลขาธิการ กกต. เผยศาลอาญาคดีทุจริตฯในชั้นตรวจฟ้อง รับคดีโจทก์ไว้พิจารณา ส่วนพยานที่กลับคำให้การ ไม่กระทบคดี ชี้คนละส่วนกัน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง เปิดเผยว่า คดีฮั้ว ส.ว.ที่อยู่ระหว่างพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ต่อมา ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกรวม 8 คน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พ.ย. เวลา 09.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดฟังคำสั่งผลคดี ผลปรากฏว่า ในชั้นตรวจฟ้อง ศาลได้รับคดีของโจทก์ไว้พิจารณา โดยให้โจทก์แก้ไขเนื้อหาฟ้องที่บกพร่องบางประการ โดยให้โจทก์จัดทำบัญชีพยานชี้ช่องและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อประกอบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

นายอัครวัฒน์กล่าวว่า ตนได้ยื่นฟ้องนายอิทธิพรกับพวกรวม 8 คน พ่วงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แบ่งเป็นการกระทำความผิดร่วมกัน 2 กรรม คือกรรมแรก ปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมสำนวนคดีและไม่ดำเนินการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด ตามอำนาจหน้าที่โดยประวิงเวลา โยกโย้ ไม่รับสำนวนคดี ทำให้คดีล่าช้าเกินควร ส่วนอีกกรรมเป็นการสร้างขั้นตอนยุ่งยาก เพื่อประวิงเวลา ดึงสำนวน โดยตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งเป็นบริวารของ กกต.ทั้ง 7 โดยที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 1 ถึงชุดที่ 35 อยู่แล้ว แต่ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ ไร้ขอบเขต เพื่อประโยชน์ให้แก่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งปล่อยให้สำนวนคดีที่เป็นความลับหลุดออกมา

นายอัครวัฒน์กล่าวด้วยว่า ส่วน กกต.ที่ถูกฟ้อง เป็นการทำหน้าที่ระหว่างวันที่ 10 ก.ค.2567 จนถึงปัจจุบัน โดยนายแสวงต้องถูกฟ้องด้วย เพราะมีส่วนร่วมในการประวิงเวลา โยกโย้ สร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น ส่วนที่ กกต.ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ที่เป็นบริวาร ตนเล็งฟ้องอยู่เพราะเป็นเครื่องมือในการไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานในสำนวน

“ผมขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า คดีฮั้ว ส.ว.ที่ผมยื่นฟ้องนั้น เป็นคดีที่สองในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเปรียบเทียบกับ กกต.ในอดีตอย่าง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร กกต. ที่ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี” นายอัครวัฒน์กล่าว

Advertisement

นายอัครวัฒน์กล่าวต่อว่า ตนต้องขอบคุณคณะผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่ให้ความเป็นธรรมแก่ตนและคณะ ที่ยึดมั่นความยุติธรรม เที่ยงตรง ปราศจากอคติทั้งปวง ในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ที่รับคดีไว้พิจารณาไต่สวนมูลฟ้อง ทั้งนี้ ตนมีพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ ที่จะเข้าสู่สำนวนจำนวนมาก โดยจะมีหมายเรียกพยานเอกสารในสำนวนคดี ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เข้ามาในสำนวนเพี่อให้ศาลตรวจสอบว่า กลุ่มจำเลยนี้ได้กระทำอะไรไว้กับแผ่นดินไว้บ้าง จะเอาให้ติดคุกให้ได้ ตนเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง คุ้มครองแผ่นดินประเทศไทย ไม่ให้กลุ่มพวกนี้ใช้อำนาจโดยมิชอบ แถมกินเงินเดือนภาษีประชาชน ใครทำอะไรกับแผ่นดินไว้ขอให้มีอันเป็นไป

นายอัครวัฒน์กล่าวว่า ส่วนคดีที่กลุ่มสภาเที่ยงธรรมและ ส.ว.สำรองบางท่านไปยื่นฟ้อง แต่ศาลไม่รับไว้พิจารณา เพราะไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่มีส่วนได้เสียกับคดีโดยตรง ตนไม่ขอออกความเห็น แต่แง่คดีแตกต่างจากคดีของตนที่ฟ้อง 2 กรรม เพราะการตั้งฟ้องในการบรรยายฟ้อง โดยตนเองเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดี กกต.ประวิงคดี ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ส่วนที่มีกระแสข่าวล่าสุดว่ามีพยานบุคคลบางปาก ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กลับคำให้การนั้น เป็นคนละส่วนกับคดีที่ตนยื่นฟ้อง โดยพยานหลักฐานในคดีที่ กกต.สืบสวนและไต่สวน ชุด 26 พยานหลักฐานคนละส่วนกัน ไม่อาจมาหักล้างในคดีฮั้ว ส.ว.ได้ ถือเป็นพยานหลักฐานนอกสำนวนกับคดีที่ กกต.ไต่สวน ไม่มีผลกระทบเนื้อหาในคดี