เท้ง ขีดเส้น รบ.อนุทิน ต้องเปิดสภาวิสามัญ ถกแก้ รธน.ก่อนสิ้นปี ลั่น หากไม่ทำก็ยื่นซักฟอก แต่ขอดูเหตุผล เพื่อไทย ยื่นญัตติ 151 พร้อมโหวตไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีสีเทา
เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีหากรัฐบาลมีแนวโน้มจะเปิดประชุมสภา (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ผ่านวาระ 2,3 จะยังยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรู้หรือไม่ ว่า ต้องย้ำจุดยืนของพรรคอีกครั้งว่า สิ่งที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้เสนอกรอบการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ของพรรคประชาชน และการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามกรอบของ MOA คือการยุบสภาภายใน 4 เดือน ซึ่งในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ต้องมีการผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากมองตามกรอบเวลา เท่ากับว่าก่อนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ก็ต้องมีการเปิดวิสามัญก่อน เพื่อจะผ่านวาระ 2 และเว้น 15 วันเพื่อลงมติวาระ 3 ทั้งนี้เมื่อผ่านวาระสามได้ทันสิ้นปีนี้ ก็จะสามารถให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเรื่องการทำประชามติ และยุบสภา และหากยึดตามกรอบเวลาที่แท้จริง ถ้ารัฐบาลไม่ได้เปิดประชุมสภา (สมัยวิสามัญ) ก่อนวันที่ 12 ธันวาคม พรรคประชาชนก็จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เคยออกมาระบุว่า จะมีการนัดพูดคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชนนั้น นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า มีการติดต่อกันจริง นัดพูดคุยกัน แต่หัวข้อหลัก คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการจะผ่านวาระ 2 วาระ 3 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียงของพรรคเพื่อไทยก็มีความสำคัญ ขอยืนยันว่าการนัดหมายพูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เอาวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวตั้ง ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 จะยื่นหรือไม่ยื่น เป็นสิทธิของแต่ละพรรค และพรรคเพื่อไทยก็มีจำนวน ส.ส.เพียงพอ ไม่มีมีความจำเป็นใดๆต้องมาขออนุญาตจากพรรคประชาชนก่อน
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ถ้าดูตามกรอบเวลา พรรคประชาชนก็ขีดเส้นตายให้กับรัฐบาลค่อนข้างชัด ว่าถ้าหากไม่มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ก่อน 12 ธันวาคมนี้ ยังไงก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว หรือถ้ารัฐบาลล้มกระบวนการ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งผิดข้อตกลง MOA พรรคประชาชนก็พร้อมที่จะยื่นยึดติดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นับเวลาที่เหลือจากวันนี้ วันเปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เหลือเวลาอีกไม่นาน ตนไม่เชื่อว่ามีเหตุผลอะไร ที่ต้องทำให้เรารีบเร่งยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เว้นแต่มีเหตุผลของการเมือง เพื่อหวังผลอะไรหรือไม่ เช่น หวังผลการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิ่งที่ตนตอบแทนพรรคอื่นไม่ได้
เมื่อถามว่า มองว่ารัฐบาลนี้มีปัญหาร้ายแรงอะไร ที่จำเป็นต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาทุนเทา สแกมเมอร์ เป็นปัญหาที่เราจับตามาตลอด รวมถึงการจัดการปัญหาชายแดน โดยยืนยันอีกครั้ง ว่าเราไม่ได้เอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน ที่พร้อมจะแลกกับปัญหา ความเสียหายต่างๆของประเทศ แต่เราต้องประเมินช่างน้ำหนักอย่างรอบด้าน รวมถึงกรอบเวลาที่เหลือเหลืออยู่ และเส้นตายที่พรรคประชาชนมอบให้ ก็คือการเปิดสภาสมัยวิสามัญ และหากมีปัญหาที่สื่อและคนไทยเห็นว่า หากเราไม่ยื่นญัตติอธิบายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้ ทันที จะทำให้ปัญหาเหล่านั้นเกินเยียวยาเกิดความเสียหายต่อประเทศ หากเป็นอย่างนั้นพวกเราก็ยินดี และพร้อมทำหน้าที่ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลไกต่างๆ ที่พวกเราทำอยู่ กำลังได้น้ำหนัก สัดส่วน ในการทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านในระดับหนึ่งอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแนวทางของพรรคประชาชนจะเป็นอย่างไร ไม่เห็นชอบ ไม่ไว้วางใจ หรืองดออกเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอดูเนื้อหา หลักการญัตติก่อนว่า จะยื่นอภิปรายเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องการซักฟอกรัฐมนตรีสีเทา เป็นรายบุคคล พรรคประชาชนพร้อมตรวจสอบ และลงมติไม่ไว้วางใจ เป็นรายบุคคลเช่นกัน แต่หากเป็นการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ด้วยเหตุผลทางการเมือง ทำให้ส่งผลกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมาพิจารณาว่ามีเหตุและผลหรือไม่

