‘ทวี’ นำ กมธ.นิรโทษกรรมที่ดินฯ ลงพื้นที่วังน้ำเขียว ชาวบ้านกว่า 300 คน ร่วมแสดงความเห็น

15.11.25 | 16:03 น.

‘ทวี’ นำ กมธ.นิรโทษกรรมที่ดินฯ ลงพื้นที่วังน้ำเขียว ชาวบ้านกว่า 300 คน ร่วมแสดงความเห็น-หวังคลี่คลายความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ศาลาประชาคมบ้านไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ(ปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่

สำหรับการประชุมฯ ในวันนี้ นายกีรติวัฒน์ ธีระวัฒนา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นผู้กล่าวรายงานและนำกล่าวต้อนรับคณะฯ โดยมีประชาชนในพื้นที่กว่า 300 คน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเข้มข้น ตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือให้กับ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง และคณะกรรมาธิการฯ เพื่อสะท้อนปัญหาที่ได้รับผลกระทบ

Advertisement

ภายหลังการประชุม พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงความคืบหน้าของการพิจารณาร่างกฎหมายว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะนัดประชุมรับฟังความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับนี้สามารถอำนวยความยุติธรรมได้สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม

“คณะกรรมาธิการฯ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่จะมีการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สามัญประจำปีครั้งที่ 2)” – พ.ต.อ. ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่เลือก อ.วังน้ำเขียวในการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า ต้องการดูพื้นที่จริงเพื่อให้กฎหมายที่จะออกมาสามารถให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชน 2 กลุ่มใหญ่ 1. กลุ่มผู้ได้รับการผ่อนผันตามเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ส่วน 2. ผู้ที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในบริเวณพื้นที่สงวนหวงห้ามนั้นเพื่อตนเอง ก่อนมีคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 โดยไม่มีลักษณะที่เข้าข่ายเป็นนายทุน

พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ปัญหาในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว มีประชาชนถึง 353 คน ที่ถูกจับกุมและดำเนินคดี ทั้งที่อยู่ในระหว่างรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. ที่ผ่านมา ข้าราชการไม่ได้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ตามเวลาที่ควรจะเป็น ทำให้ประชาชนต้องรอความยุติธรรมมานานกว่า 20 ปี หลักการพื้นฐานที่สำคัญคือ ประชาชนที่อยู่ก่อนการประกาศเขตห้าม ควรได้รับการพิสูจน์สิทธิ์โดยรวดเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้รอความยุติธรรมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

พ.ต.อ.ทวี ยืนยันในเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า ไม่ได้มาเพื่อส่งเสริมให้นายทุนบุกรุกป่า แต่มาเพื่อ คุ้มครองสิทธิชุมชน ของผู้ที่อยู่มาก่อนอย่างชอบธรรม โดยเฉพาะกรณีที่ป่าเกิดขึ้นจากฝีมือชาวบ้านปลูกเอง หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นทางที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ถูกตัดสินจำคุกให้ได้สิทธิคืน

“เราเอาตามเกณฑ์ที่รัฐบาลให้สิทธิ์ไว้เดิม ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาถูกจับเพราะมติ ครม. ไม่ใช่ตัวกฎหมาย เมื่อไปถึงศาลก็ต้องมาติดคุก แต่ถ้ากฎหมายนี้ออก จะถือเป็นทางที่อำนวยความยุติธรรมให้ เราต้องให้ความสำคัญความเป็นคน เป็นมนุษย์ เพราะทุกคนควรจะได้รับการคุ้มครองว่าประเทศใดก็ตามหากไม่สามารถปฏิรูปร่วมกันโดยใช้ที่ดินหรือความยุติธรรมได้ ประเทศนั้นจะมีแต่ความขัดแย้งและความเจริญจะไม่มี โดย

การลงพื้นที่รับฟังความเห็นในครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนเพื่อนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายให้เกิดความยุติธรรมสูงสุดก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ต่อไป”หัวหน้าพรรค ปช.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ มีกำหนดการประชุมอีกครั้ง ในวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ CA 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ