หน้าแรก การเมือง รัฐบาลลุยเจรจ...

รัฐบาลลุยเจรจาสหรัฐต่อ หลัง ทรัมป์เบรกเจรจาลดภาษีนำเข้า ย้ำต้องแยกขัดแย้งกับการค้าออกจากกัน

16.11.25 | 06:40 น.

รัฐบาล ลุยเจรจาสหรัฐต่อ หลัง ทรัมป์เบรกเจรจาลดภาษีนำเข้า ย้ำต้องแยกขัดแย้งกับการค้าออกจากกัน


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเจรจาภาษีการนำเข้าสินค้ากับสหรัฐอเมริกาว่า เมื่อคืน 14 พ.ย. ไทยได้รับการแจ้งจากรองผู้แทนการค้าของสหรัฐว่า สหรัฐขอระงับการเจรจากรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย-สหรัฐ เป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเจรจาความตกลงดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม Joint Declaration (ปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา) และหวังว่าจะหาทางออกเรื่องนี้ได้โดยเร็ว

นายนิกรเดชกล่าวต่อว่า ไทยผิดหวังในท่าทีจากผู้แทนการค้าสหรัฐ โดยไทยได้ยืนยันมาตลอดว่า เรื่องความมั่นคง และความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นทวิภาคี ระหว่างไทยกับกัมพูชา ต้องแยกออกจากประเด็นการค้า ซึ่งก็เป็นประเด็นทวิภาคีที่เป็นผลประโยชน์ร่วมของไทยกับสหรัฐ

“ขณะที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ย้ำกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการหารือทางโทรศัพท์เมื่อคืนนี้ว่า สหรัฐมิได้ประสงค์จะแทรกแซงการแก้ไขปัญหาของทั้งสองประเทศ ตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ จึงขอย้ำว่า สำหรับประเทศไทย ในประเด็นการค้าระหว่างประเทศ และมาตรการทางภาษีของประเทศที่สาม เป็นเรื่องนโยบายทางเศรษฐกิจที่จะมีการพิจารณาโดยรอบคอบในกรอบความร่วมมือทางการค้า และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศคู่เจรจาเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลยังคงมีนโยบายขยายโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการเจรจา และข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) การเปิดตลาดใหม่ๆ และการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของไทย” นายนิกรเดชกล่าว

Advertisement

นายนิกรเดชระบุว่า กระทรวงเศรษฐกิจจะดำเนินการเจรจาภาษีต่อไป อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศก็หวังว่าการเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะช่วยกดดันให้กัมพูชาเข้าใจถึงเป้าประสงค์ของประเทศไทยที่วางไว้

ทั้งนี้ นายอนุทินได้โพสต์ภาพขณะกำลังพูดคุยโทรศัพท์ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ อยู่ด้วย พร้อมเปิดเผยสรุปได้ว่า เมื่อคืน 14 พ.ย. ได้รับโทรศัพท์จากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย และประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสองท่านได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลไทยยังคงดำรงเป้าหมายการสร้างสันติภาพ ตามแนวทางที่ได้ลงนามในปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ต่อไป ซึ่งก็ได้แสดงจุดยืนของรัฐบาลไทย

โดยโพสต์ของนายอนุทิน สรุปใจความสำคัญ 11 ข้อ ยืนยันตอนหนึ่งว่า ทุ่นระเบิดทั้งสี่ทุ่นเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะระงับการดำเนินการภายใต้เนื้อหาที่ระบุไว้ในปฏิญญา จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับว่าตนมิได้ปฏิบัติตาม และได้ละเมิดเงื่อนไขดังกล่าว ต้องมีคำแถลงขอโทษต่อประชาชนชาวไทยในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูมะเขือ ซึ่งได้ทำให้ทหารของไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะ การที่กัมพูชาไม่เคารพต่อปฏิญญา ไม่ยอมรับผิดทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและต้องสูญเสียอวัยวะ จะทำให้ประชาชนชาวไทยหมดความมั่นใจ และความเชื่อถือต่อรัฐบาลกัมพูชา

ส่วนในข้อที่ 10 นายอนุทินโพสต์ว่า ทางทรัมป์ได้ถามเรื่องการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ มีปัญหาอะไรหรือไม่ ได้เรียนไปว่าอยากจะขอให้ท่านได้ลดอัตราภาษีให้กับประเทศไทยมากกว่านี้ ท่านได้ตอบมาอย่างอารมณ์ดีว่า ในอัตรา 19% ที่ไทยได้รับ ถือว่าต่ำมากนะ ก็ได้พูดกับท่านว่า หากต่ำจริง คงไม่เดินไปขอท่านที่เกาหลีใต้ให้ลดลงอีก เพราะประเทศไทยก็ได้ให้ความร่วมมือในทุกๆ ด้านกับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยผิดหวังต่อท่าทีดังกล่าว ยืนยันมาโดยตลอดว่า ประเด็นด้านความมั่นคงกับกัมพูชาเป็นเรื่องทวิภาคี แยกจากเรื่องการค้า ประธานาธิบดีสหรัฐเองยังได้ย้ำกับนายกรัฐมนตรีว่า “สหรัฐไม่ประสงค์แทรกแซงปัญหาไทย-กัมพูชา” ตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่